สุริยะถอนเรื่องจัดหาขบวนรถโดยสารและหัวรถจักร กลับมาทบทวนใหม่ เน้นเจรจาประสานความเข้าใจ

สุริยะถอนเรื่องจัดหาขบวนรถโดยสารและหัวรถจักร ชี้ปัญหาเอกสารวนซ้ำ ต้องการความชัดเจนขั้นสุด

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการจัดหาขบวนรถโดยสารและหัวรถจักรภายใต้แผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางรถไฟของประเทศไทย โดยระบุว่า ความจำเป็นในการปรับปรุงระบบขนส่งให้เทียบเท่าระดับสากล จำเป็นต้องมีการพิจารณาอย่างรอบคอบและมีประสิทธิภาพ เพื่อไม่ให้เกิดข้อสงสัย และเพื่อให้โครงการสามารถดำเนินการได้อย่างราบรื่น

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ให้ความเห็นชอบในการจัดหารถโบกี้บรรทุกตู้สินค้า 946 คัน วงเงินรวมกว่า 2,459 ล้านบาท โดยการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เป็นผู้ดำเนินการรับผิดชอบ และกระทรวงการคลังเป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้ โดยความเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนขยายขอบเขตการขนส่งทางราง ที่จะส่งผลให้ประเทศลดต้นทุนการขนส่ง และเพิ่มสัดส่วนการขนส่งทางรางได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แผนระยะเวลาแบ่งจัดส่งรถสินค้าชัดเจน เริ่มต้นในปี 2570

  • ล็อตที่ 1 จำนวน 154 คัน – เตรียมทดลองวิ่งใน ต.ค. 2570
  • ล็อตที่ 2 165 คัน – เริ่มใช้งาน เส้นทางหนองคาย – แหลมฉบัง และอรัญประเทศ – แหลมฉบัง คาด ม.ค. 2572
  • ล็อตที่ 3 198 คัน – รถไฟเชียงของ – แหลมฉบัง และนครพนม – แหลมฉบัง เตรียมพร้อม ม.ค. 2573
  • ล็อตที่ 4 264 คัน – เน้นเส้นทางหนองคาย – แหลมฉบัง เริ่มปี 2574
  • ล็อตที่ 5 165 คัน – ใช้งานหาดใหญ่ – แหลมฉบัง 99 คัน และ อุบลราชธานี – แหลมฉบัง 66 คัน

การกระจายรถสินค้าตามเส้นทางสำคัญ จะช่วยก่อเกิดโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่แข็งแรง โดยเฉพาะในเส้นทางเศรษฐกิจที่ต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งทางฝั่งอีสานเหนือและภาคใต้ของไทย ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการสร้างเครือข่ายการขนส่งที่เชื่อมโยง

สุริยะสั่งทบทวนโครงการหลัก 3 ด้าน รฟท.เร่งรวบรวมความคิดเห็นเชิงลึก

อย่างไรก็ตาม สุริยะได้ถอนเรื่องสำคัญเกี่ยวกับโครงการจัดหา รถดีเซลรางปรับอากาศ 184 คัน วงเงินกว่า 24,000 ล้านบาท, โครงการจัดหารถโดยสารทดแทนรถด่วนพิเศษและรถด่วน 182 คัน วงเงินมากกว่า 10,000 ล้านบาท และโครงการหัวรถจักรดีเซลไฟฟ้า 113 คัน วงเงินระดับ 23,000 ล้านบาท โดยเร่งให้รฟท. ทบทวนองค์ประกอบทั้งหมดอย่างละเอียด เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ก่อนเสนอใหม่

เขาย้ำว่า การส่งข้อมูลไปมาเพียงในรูปเอกสาร โดยเฉพาะกับ สภาพัฒน์ และสำนักงบประมาณ นั้นยังไม่เพียงพอ แต่ควรให้มีการพูดคุย เจรจาเพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันในเชิงลึก ซึ่งจะช่วยลดความซ้ำซ้อน และเพิ่มความชัดเจน เพื่อให้สามารถเสนอเข้า ครม. ได้อย่างราบรื่นในอนาคต

สำหรับผู้ติดตามการพัฒนาเทคโนโลยีและการขนส่งทางรางที่เน้นผลกระทบทางเศรษฐกิจในระยะยาว การทบทวนครั้งนี้มีความสำคัญไม่น้อย เพราะนอกจากจะช่วยให้ระบบทั้งหมดทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ยังอาจมีนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ช่วยก้าวสู่ยุค Rail-Future ได้อย่างเต็มที่

ดังนั้น สำหรับปี 2569-2570 เราอาจได้เห็นการพัฒนาแบบก้าวกระโดดในโครงข่ายรางของไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การลดต้นทุนโลจิสติกส์ ที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจของประเทศโดยตรง หากสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้จริง

ขอบคุณที่ติดตามข่าวสำคัญนี้ ที่มา – “สุริยะ” ถอนเรื่อง “จัดหาขบวนรถโดยสาร-หัวรถจักร” ทบทวนใหม่ สั่งเจรจา หยุดส่งเอกสารไปมา

Tags:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *