สแกมเมอร์ ภัยที่ยังต้องระวังปี 69 รวมรูปแบบหลอกลวงที่ยังนิยมใช้
สแกมเมอร์ ภัยที่ยังต้องระวังปี 69 รวมรูปแบบหลอกลวงที่ยังนิยมใช้
ในปี 2568 ที่ผ่านมา ถือเป็นปีแห่งอาชญากรรมออนไลน์ โดยเฉพาะ “สแกมเมอร์” ที่กลายเป็นปัญหาใหญ่ของสังคมไทย รัฐบาลทั้งชุดของนายกรัฐมนตรี “แพทองธาร ชินวัตร” และ “อนุทิน ชาญวีรกูล” ต่างให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหานี้เป็นพิเศษ
โดยเฉพาะรัฐบาลของนายกฯ อนุทิน ที่ต้องเผชิญกับประเด็นนักการเมืองอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์และสแกมเมอร์ ทำให้ต้องยกระดับการปราบปรามเป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งในปี 2569 นี้ ภัยคุกคามจากสแกมเมอร์ยังคงเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องตื่นตัวและระมัดระวังอย่างต่อเนื่อง
สแกมเมอร์ยังคงเป็นภัยคุกคามในปี 2569
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ภายใต้การนำของ “ไชยชนก ชิดชอบ” เดินหน้าสู่นโยบายการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยให้ความสำคัญกับการสร้างความตระหนักรู้และเท่าทันภัยออนไลน์ เพื่อลดความสูญเสียของประชาชน
ข้อมูลจากศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ศปอท.) หรือ ศูนย์ AOC 1441 ชี้ว่า กลุ่มผู้เสียหายส่วนใหญ่อยู่ในวัยทำงาน อายุ 20-49 ปี จำนวน 223,300 เคส รองลงมาคือกลุ่มอายุ 50-64 ปี จำนวน 53,265 เคส
รูปแบบสแกมเมอร์ที่ยังนิยมใช้ในปี 2569
ต่อไปนี้คือรูปแบบการหลอกลวงของสแกมเมอร์ที่ยังคงพบบ่อยและควรระวังเป็นพิเศษ
การส่งข้อความ SMS/LINE ปลอมแนบลิงก์
มิจฉาชีพมักอ้างเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ เช่น กปน. กปภ. กฟภ. ฯลฯ แล้วส่งข้อความพร้อมลิงก์ ขอเตือนว่าหน่วยงานของรัฐไม่มีการส่ง SMS ข้อความ หรืออีเมลที่แนบลิงก์ อย่ากดลิงก์โดยเด็ดขาด เพราะอาจถูกลักลอบติดตั้งแอปฯ ขโมยข้อมูลส่วนตัว เลขบัญชีธนาคาร หรือโอนเงินออกจากบัญชี
การปลอมเสียงโทรศัพท์/วิดีโอปลอมด้วย AI (Deepfake)
เทคโนโลยี AI สามารถปลอมเสียงและภาพได้เหมือนจริง ทำให้มิจฉาชีพใช้หลอกลวงโดยอ้างเป็นญาติหรือคนรู้จัก เพื่อขอยืมเงิน หรืออ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ บอกว่าผู้เสียหายพัวพันกับบัญชีม้า คดีฟอกเงิน ก่อนให้โอนเงินเพื่อเคลียร์คดี
เมื่อพบเหตุการณ์ดังกล่าว ควรมีสติ ตั้งคำถาม สอบถามรายละเอียดให้ชัดเจน และติดต่อหน่วยงานทางการที่เชื่อถือได้เพื่อยืนยันข้อมูล
หลอกลวงลงทุนเงินคริปโต/หุ้นดิจิทัล
มิจฉาชีพมักอ้างอิงหน่วยงานการลงทุนที่น่าเชื่อถือ พร้อมข้อเสนอผลตอบแทนสูงเพื่อชักจูงให้ลงทุน โดยช่วงแรกมักให้ผลตอบแทนเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ก่อนหลอกลวงให้ลงทุนเพิ่ม แล้วขโมยเงินทั้งหมด
สำหรับผู้สนใจลงทุน ควรติดตามข้อมูลจากช่องทางอย่างเป็นทางการของหน่วยงานที่น่าเชื่อถือเท่านั้น หลีกเลี่ยงการติดตามข้อมูลจาก Facebook หรือ TikTok ที่เป็นบัญชีปลอม
สร้างโปรไฟล์ปลอมในแอปฯ โซเชียล
ในกรณี Romance Scam มิจฉาชีพมักใช้รูปหน้าตาดี ตีสนิทก่อนหลอกให้โอนเงิน ขณะที่การหลอกขายสินค้าหรือจองที่พัก มักสร้างบัญชีปลอมเลียนแบบบัญชีจริงของร้านค้าหรือโรงแรม
ควรตรวจสอบข้อมูลของร้านค้าหรือโรงแรมอย่างละเอียด ก่อนโอนเงินหรือแชร์ข้อมูลส่วนบุคคล
หลอกลวงทำงานหารายได้พิเศษ
มิจฉาชีพมักโพสต์รับสมัครงาน รายได้ดี งานเสริม หรืองานออนไลน์ผ่านโซเชียลมีเดีย โดยหลอกให้กรอกข้อมูลส่วนบุคคล หรือให้จ่ายค่าประกัน ค่าธรรมเนียมก่อนเริ่มงาน
ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 2566 – 17 ธ.ค. 2568 มีการระงับบัญชีแล้ว 229,829 บัญชี ขอให้ระมัดระวังการหารายได้เสริมที่อ้างว่า “รายได้ดี ทำงานที่บ้านได้”
หลอกลวงโอนเงินเพื่อรับรางวัล
มิจฉาชีพมักส่ง SMS แนบลิงก์ระบุข้อความ “ของขวัญปีใหม่” หรือ “ผู้โชคดี” แต่มีการให้ทำตามเงื่อนไขที่ต้องโอนเงินก่อนได้รับของรางวัล หรือโอนเงินเป็นค่าหักภาษี
เมื่อเหยื่อหลงโอนให้ ก็จะไม่ได้รับของรางวัลจริง บัญชีจะปิดติดต่อไม่ได้ โดยมีการระงับบัญชีแล้ว 207,902 บัญชี
หลอกลวงให้กู้เงิน
ในช่วงเศรษฐกิจไม่ดี ความต้องการกู้เงินเพิ่มขึ้น แต่สถาบันการเงินเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ ทำให้มิจฉาชีพหลอกลวงการปล่อยเงินกู้ สินเชื่อ โดยอ้างการโอนไว อนุมัติง่าย
ส่งผลให้ประชาชนหลงเชื่อ ถูกหลอกข้อมูลส่วนบุคคล และหลอกติดตั้งแอปฯ ดูดเงินในบัญชี โดยศูนย์ AOC 1441 ได้มีการระงับบัญชีแล้ว 74,320 บัญชี
ช่องทางที่สแกมเมอร์ใช้หลอกลวง
ข้อมูลจากศูนย์ AOC 1441 ชี้ว่า 4 อันดับแรกของช่องทางที่ใช้หลอกลวง ได้แก่
- Facebook จำนวน 126,672 เคส มูลค่าความเสียหาย 2,810 ล้านบาท
- Call Center จำนวน 32,000 เคส มูลค่าความเสียหาย 2,660 ล้านบาท
- เว็บไซต์ จำนวน 10,000 เคส มูลค่าความเสียหาย 1,710 ล้านบาท
- TikTok จำนวน 8,703 เคส มูลค่าความเสียหาย 534 ล้านบาท
สแกมเมอร์ยังคงเป็นภัยที่ทุกคนต้องระวัง โดยเฉพาะการหลอกลวงผ่านโซเชียลมีเดีย เช่น Facebook, Line และ TikTok ฯลฯ
วิธีป้องกันตนเองจากสแกมเมอร์
ต้องระวังพฤติกรรมการหลอกลวงต่าง ๆ จากสแกมเมอร์ เพราะนอกจากช่องทางโทรเข้ามือถือแล้ว อีกช่องทางที่มักใช้คือการหลอกลวงผ่านโซเชียลมีเดีย
ควรระวังไว้เสมอว่า การลงทุนใด ๆ ถ้าเสนอผลตอบแทนสูงเกินจริง หรือไม่มีหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ ต้องระมัดระวังตรวจสอบให้ดีก่อน
สามารถติดต่อสอบถามเพื่อยืนยันตรวจสอบข้อเท็จจริง หรือแจ้งระงับบัญชีผ่านทางสายด่วน AOC 144
ยึดหลัก 4 ไม่ คือ 1. ไม่กดลิงก์ 2. ไม่เชื่อ 3. ไม่รีบ และ 4. ไม่โอน ก่อนทำธุรกรรมใด ๆ อย่ากดเข้าลิงก์เว็บไซต์ หรือดาวน์โหลด และอัปโหลดแพลตฟอร์มที่มีการส่งต่อจากช่องทางที่ไม่แน่ใจ
ซึ่งอาจทำให้ตกเป็นผู้เสียหาย สูญเสียข้อมูลส่วนบุคคลและทรัพย์สินได้
สแกมเมอร์ ภัยที่ยังต้องระวังปี 69 รวมรูปแบบหลอกลวงที่ยังนิยมใช้ ยังคงเป็นปัญหาที่ต้องร่วมมือกันแก้ไข โดยเฉพาะการให้ความรู้และสร้างความตระหนักรู้ในสังคม
ที่มา – “สแกมเมอร์”ภัยที่ยังต้องระวังปี69! รวมรูปแบบหลอกลวงที่ยังนิยมใช้



