หนุ่มจีนตบดวงตาตัวเองซ้ำๆ หวังแก้เคล็ดให้ตาหายกระตุกจนสูญเสียการมองเห็น

หลายคนคงเคยได้ยินความเชื่อโบราณเรื่องตากระตุกกันมาบ้างใช่ไหมครับ บางคนเชื่อว่าตากระตุกขวาอาจเป็นลางบอกเหตุร้าย แต่เชื่อไหมครับว่าความเชื่อนี้เกือบทำให้ชายชาวจีนคนหนึ่งต้องตาบอดถาวรเพียงเพราะเขาพยายามแก้เคล็ดด้วยวิธีที่ผิดมหันต์!

หนุ่มจีนตบดวงตาตัวเองซ้ำๆ หวังแก้เคล็ดให้ตาหายกระตุกจนสูญเสียการมองเห็น

เรื่องราวสุดระทึกนี้เกิดขึ้นที่เมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน นายเล่อ ชายผู้มีความเชื่อเรื่องโชคลางอย่างแรงกล้า เกิดอาการเปลือกตาขวากระตุกติดต่อกันหลายวัน ด้วยความกลัวว่าจะเป็นลางร้ายตามความเชื่อที่ว่า “ตากระตุกขวาจะนำพาภัยพิบัติ” เขาจึงพยายามหาทางแก้ไขด้วยตัวเองผ่านทางอินเทอร์เน็ต และไปพบวิธีสุดแปลกที่บอกว่าให้ตบตาเพื่อ “ขับไล่สิ่งชั่วร้าย”

อันตรายจากความเชื่อที่ผิด: หนุ่มจีนตบดวงตาตัวเองซ้ำๆ หวังแก้เคล็ดให้ตาหายกระตุกจนสูญเสียการมองเห็น

เขาลงมือกระทำการดังกล่าวด้วยการตบที่บริเวณเปลือกตาขวาซ้ำๆ ถึง 3 วันติดต่อกัน! แม้อาการตากระตุกจะหยุดลงจริง แต่ผลที่ตามมาคือหายนะ เพราะเขาสูญเสียลานสายตาไปจนเกือบหมด เหลือเพียงการมองเห็นแค่ตรงหน้าเท่านั้น เมื่อไปพบแพทย์จึงทราบว่าเกิดภาวะจอประสาทตาหลุดลอกจากการถูกกระแทกอย่างแรง

จากกรณีศึกษานี้ เราควรเรียนรู้และตระหนักถึงสิ่งที่เกิดขึ้น ดังนี้:

  • จอประสาทตาเปราะบางมาก: ความหนาของจอประสาทตามนุษย์ไม่ถึง 0.3 มิลลิเมตร การกระแทกแรงๆ เพียงครั้งเดียวก็สร้างความเสียหายได้
  • สาเหตุของตากระตุกที่แท้จริง: ส่วนใหญ่เกิดจากความเครียด พักผ่อนน้อย หรือตาล้า ไม่ใช่ลางร้ายแต่อย่างใด
  • เมื่อไหร่ที่ควรไปพบแพทย์: หากกระตุกนานเกิน 1 สัปดาห์ หรือลุกลามไปที่แก้มและมุมปาก อย่ารอดูอาการเอง

ความเชื่อเรื่องโชคลางเป็นสิ่งที่ห้ามกันยาก แต่อยากให้ทุกคนใช้สติและหลักการทางวิทยาศาสตร์ตัดสินใจมากกว่าครับ ร่างกายของเราเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุด หากมีความผิดปกติเกิดขึ้น การปรึกษาจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญคือทางออกที่ดีและปลอดภัยที่สุด อย่าปล่อยให้ความเชื่อพาเราไปสู่จุดที่แก้ไขไม่ได้เหมือนกับชายคนนี้เลยครับ หวังว่าเรื่องนี้จะเป็นอุทาหรณ์ให้ทุกคนดูแลสุขภาพดวงตาให้ดีนะครับ

ที่มา – หนุ่มจีนตบดวงตาตัวเองซ้ำๆ หวังแก้เคล็ดให้ตาหายกระตุกจนสูญเสียการมองเห็น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *