หนุ่มจีนหนีตายจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์กัมพูชา

กรณี หนุ่มจีนหนีตาย จากขบวนการหลอกลวงแรงงานไปทำงานเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศกัมพูชา กลายเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่สะท้อนความน่ากังวลของเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเจ้าหน้าที่ทหารพรานสามารถควบคุมตัวชายชาวจีนวัย 31 ปีได้บริเวณพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา จังหวัดสระแก้ว หลังพบเดินอยู่ริมถนนอย่างมีพิรุธและไม่มีเอกสารประจำตัว

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นระหว่างเจ้าหน้าที่ออกลาดตระเวนสกัดกั้นสิ่งผิดกฎหมายในพื้นที่หมู่ 7 บ้านดงงู ตำบลป่าไร่ อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว โดยเจ้าหน้าที่พบชายชาวจีนรายดังกล่าวเดินอยู่บริเวณถนนศรีเพ็ญ เมื่อเข้าไปตรวจสอบกลับไม่พบหนังสือเดินทางและโทรศัพท์มือถือ จึงเชิญตัวมาสอบสวนผ่านล่าม เพื่อสอบถามถึงที่มาและสาเหตุที่เดินทางเข้ามาในพื้นที่ชายแดน

หนุ่มจีนหนีตายจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์กัมพูชา

จากการสอบสวนเบื้องต้น ชายคนดังกล่าวให้ข้อมูลว่า เดินทางออกจากประเทศจีนไปยังเมียนมา ก่อนมีเพื่อนชักชวนให้เดินทางต่อไปยังกัมพูชา โดยอ้างว่าจะมีงานทำและมีรายได้ดี อย่างไรก็ตาม เมื่อไปถึงกลับถูกบังคับให้ทำงานเป็นคอลเซ็นเตอร์หรือสแกมเมอร์ในพื้นที่บ่อนกาสิโนเมืองสีหนุวิลล์ เป็นเวลานานกว่า 1 ปีครึ่ง

ลักษณะการทำงานที่ถูกกล่าวอ้างเกี่ยวข้องกับการหลอกลวงผู้คนผ่านช่องทางออนไลน์และโทรศัพท์ ผู้เสียหายระบุว่า เมื่อทำยอดไม่ได้ตามเป้าหมายและทางการกัมพูชาเริ่มกวาดล้างขบวนการดังกล่าวอย่างเข้มงวด สถานการณ์ของเขาก็ยิ่งเลวร้ายลง โดยนายจ้างชาวจีนถูกกล่าวหาว่าใช้ยานอนหลับทำให้หมดสติ ก่อนมัดมือและเตรียมนำตัวไปขายต่อให้กับกลุ่มอื่น

หนุ่มจีนหนีตาย เปิดประตูรถวิ่งขอความช่วยเหลือ

หลังจากถูกควบคุมตัว ชายชาวจีนให้การเพิ่มเติมว่า มีชายชาวกัมพูชาใช้มีดจี้บังคับให้เขาเดินทางผ่านแนวลวดหนามเข้ามายังฝั่งไทย จากนั้นถูกนำขึ้นรถกระบะ โดยมีแผนจะส่งตัวต่อไปยังกรุงเทพฯ และจังหวัดเชียงใหม่ การเดินทางครั้งนี้ทำให้เขากังวลว่าจะถูกนำไปกักขังหรือบังคับทำงานกับเครือข่ายอื่นอีก

จังหวะสำคัญเกิดขึ้นเมื่อรถกระบะแวะเติมน้ำมันในพื้นที่อำเภออรัญประเทศ ชายชาวจีนอาศัยช่วงเวลาที่ผู้ควบคุมเผลอ เปิดประตูรถแล้ววิ่งหนีออกมา เขามุ่งหน้าไปตามถนนศรีเพ็ญเพื่อหาทางกลับไปยังกัมพูชา แต่ยังไม่ทันเดินทางต่อก็ถูกเจ้าหน้าที่ทหารพรานพบและควบคุมตัวไว้ได้ เหตุการณ์นี้จึงทำให้เจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบเรื่องราวทั้งหมดอย่างละเอียด

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การทั้งหมด เนื่องจากผู้ต้องหายังให้ข้อมูลวกวนและมีรายละเอียดบางส่วนที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.คลองลึก เพื่อดำเนินคดีในข้อหาลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย พร้อมประสานชุดสืบสวนขยายผลไปยังกลุ่มบุคคลที่อาจเกี่ยวข้องกับการนำพาและควบคุมตัวชายชาวจีนรายนี้

ข้อควรรู้จากคดีหลอกทำงานแก๊งคอลเซ็นเตอร์

  • อย่าเชื่อข้อเสนองานที่ให้รายได้สูงผิดปกติ โดยเฉพาะงานต่างประเทศที่ไม่ระบุบริษัท สถานที่ทำงาน หรือรายละเอียดสัญญาอย่างชัดเจน
  • ตรวจสอบนายจ้างและบริษัทก่อนเดินทาง ควรตรวจสอบใบอนุญาตทำงาน ข้อมูลบริษัท และรีวิวจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ
  • เก็บสำเนาเอกสารสำคัญไว้กับครอบครัว เช่น หนังสือเดินทาง สัญญาจ้าง ที่อยู่ที่พัก และข้อมูลผู้ติดต่อ เพื่อใช้ติดตามตัวได้หากเกิดเหตุฉุกเฉิน
  • อย่ามอบเอกสารให้บุคคลอื่นโดยไม่จำเป็น เพราะการถูกยึดหนังสือเดินทางหรือโทรศัพท์อาจทำให้ไม่สามารถขอความช่วยเหลือได้
  • หากพบสัญญาณอันตรายให้รีบติดต่อหน่วยงานรัฐ ควรแจ้งตำรวจ สถานทูต หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที และหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านช่องทางธรรมชาติ

คดีนี้ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน เจ้าหน้าที่จะต้องตรวจสอบเส้นทางการเดินทาง บุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงรถกระบะที่ใช้พาข้ามแดน เพื่อขยายผลไปยังเครือข่ายที่อาจมีสมาชิกหลายประเทศ เหตุการณ์ของ หนุ่มจีนหนีตาย จึงเป็นเครื่องเตือนใจว่า ผู้ที่กำลังหางานต่างประเทศควรตรวจสอบข้อมูลให้รอบด้าน ไม่โอนเงินหรือส่งเอกสารให้คนแปลกหน้า และควรบอกครอบครัวทุกครั้งก่อนเดินทาง หากพบข้อเสนอที่น่าสงสัย การปฏิเสธตั้งแต่ต้นย่อมปลอดภัยกว่าการเสี่ยงตกเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์และอาชญากรรมออนไลน์

ที่มา – หนุ่มจีนหนีตาย! โดนหลอกทำแก๊งคอลเซ็นเตอร์กัมพูชา มอมยาจับมัดส่งข้ามไทยขายต่อ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *