หนุ่มอุดรฯ พบรอยเท้าไดโนเสาร์ 3 กีบ

เรื่องราวการค้นพบครั้งนี้สร้างความตื่นเต้นให้กับชาวบ้านและผู้ที่สนใจเรื่องไดโนเสาร์เป็นอย่างมาก หลังมีการเผยแพร่ภาพรอยเท้าประหลาดบนแผ่นหินใกล้น้ำตกตาดน้อย อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี โดยผู้พบเห็นคนแรกคือ นายพิชัย ประเทศเสนา ชาวอุดรธานีที่พาเด็กๆ ไปเที่ยวเล่นน้ำ ก่อนสังเกตเห็นร่องรอยคล้ายเท้าสัตว์โบราณและตัดสินใจถ่ายภาพไปสอบถามในกลุ่มโซเชียลมีเดีย

โพสต์ดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างรวดเร็ว เพราะรอยบนแผ่นหินมีลักษณะเป็น 3 กีบ ปลายกีบค่อนข้างแหลม และมีรูปทรงแตกต่างจากรอยเท้าสัตว์ทั่วไป หลายคนจึงตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นรอยเท้าไดโนเสาร์ ขณะที่บางส่วนมองว่าควรรอการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ได้คำตอบที่ถูกต้องและชัดเจน

หนุ่มอุดรฯ พบรอยเท้าไดโนเสาร์ 3 กีบ จุดเริ่มต้นจากการเที่ยวธรรมชาติ

นายพิชัยเล่าว่า ในวันที่ 17 ตุลาคมที่ผ่านมา เขาพาเด็กๆ เดินทางไปพักผ่อนบริเวณน้ำตกตาดน้อย ซึ่งอยู่ใกล้ลำห้วยธรรมชาติในพื้นที่ตำบลเมืองพาน อำเภอบ้านผือ ระหว่างเดินสำรวจบริเวณลานหินริมธาร เขาเห็นรอยแปลกๆ ที่มีน้ำขังอยู่ในร่อง จึงหยุดดูอย่างละเอียดและพบว่ารอยดังกล่าวมีลักษณะคล้ายเท้าที่มี 3 กีบ

ในตอนแรกผู้พบรอยเท้ายังไม่แน่ใจว่าเป็นรอยของสัตว์ชนิดใด จึงใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพเก็บไว้ แล้วนำไปโพสต์ถามสมาชิกในกลุ่มออนไลน์ การสอบถามครั้งนั้นทำให้เรื่องราวได้รับความสนใจจากผู้คนจำนวนมาก เมื่อสมาชิกหลายคนแสดงความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่าอาจเป็นรอยเท้าไดโนเสาร์กินเนื้อขนาดเล็ก

หนุ่มอุดรฯ พบรอยเท้าไดโนเสาร์ 3 กีบ และรู้สึกตื่นเต้นเกินคาด

นายพิชัยยอมรับว่า รู้สึกตื่นเต้นมากเมื่อเห็นภาพของตัวเองถูกแชร์ต่อและมีสื่อมวลชนลงพื้นที่ติดตามข่าว เขาไม่คิดว่ารอยเท้าที่พบระหว่างการพาเด็กๆ มาเที่ยวจะกลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจในวงกว้าง การค้นพบโดยบังเอิญครั้งนี้จึงสะท้อนให้เห็นว่า แหล่งธรรมชาติใกล้ตัวอาจมีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และธรณีวิทยาที่น่าสนใจซ่อนอยู่

เจ้าหน้าที่สำรวจพบรอยเท้าลักษณะเดียวกันอีก 3 รอย

หลังจากภาพถูกเผยแพร่ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติภูหินจอมธาตุ-ภูพระบาท ซึ่งอยู่ระหว่างเตรียมการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ ได้นำสื่อมวลชนและผู้เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณลำห้วยธรรมชาติ โดยจุดที่พบรอยอยู่ห่างจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวประมาณ 500 เมตร และอยู่ใกล้น้ำตกตาดน้อย

จากการสำรวจเบื้องต้น เจ้าหน้าที่พบรอยเท้าที่มีลักษณะคล้ายไดโนเสาร์กินเนื้อจำนวน 4 รอย โดยรอยแรกเป็นรอยที่ถูกเผยแพร่ในโลกออนไลน์ ส่วนอีก 3 รอยพบอยู่ในบริเวณใกล้เคียง แต่ละรอยมีระยะห่างกันประมาณ 80 เซนติเมตร ลักษณะเด่นคือเป็นรอย 3 กีบและมีปลายเล็บที่ดูแหลมคม

  • รอยเท้ามีลักษณะคล้ายเท้าไดโนเสาร์กินเนื้อขนาดเล็ก
  • แต่ละรอยมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 3.2 เซนติเมตร
  • พบรอยทั้งหมด 4 รอยในบริเวณลานหินริมลำธาร
  • ระยะห่างระหว่างรอยเท้าอยู่ที่ประมาณ 80 เซนติเมตร
  • รอยจะเห็นได้ชัดในช่วงน้ำลดหลังหมดฤดูฝน

รอผลตรวจสอบเพื่อยืนยันว่าเป็นรอยเท้าไดโนเสาร์หรือไม่

แม้ลักษณะของรอยจะทำให้หลายคนเชื่อว่าเป็นรอยเท้าไดโนเสาร์ แต่การยืนยันทางวิทยาศาสตร์จำเป็นต้องพิจารณาหลายปัจจัย ทั้งรูปทรงของรอย ความลึกของร่องรอย ทิศทางการเดิน ระยะก้าว ลักษณะชั้นหิน และสภาพแวดล้อมโดยรอบ เจ้าหน้าที่จึงยังใช้คำว่า “รอยเท้าคล้ายไดโนเสาร์” ในระยะเริ่มต้น และจะรอผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญโดยตรง

กรมทรัพยากรธรณีและกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มีกำหนดลงพื้นที่ตรวจพิสูจน์อย่างละเอียดในวันที่ 20 ตุลาคม 2569 การสำรวจครั้งนี้จะช่วยตอบคำถามสำคัญว่า รอยดังกล่าวเกิดจากไดโนเสาร์จริงหรือไม่ เป็นรอยของสัตว์ชนิดใด และมีอายุอยู่ในช่วงทางธรณีวิทยาใด หากได้รับการยืนยัน ก็อาจกลายเป็นหลักฐานสำคัญของจังหวัดอุดรธานี

โอกาสพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้แห่งใหม่ของอุดรธานี

พื้นที่ดังกล่าวมีศักยภาพที่จะพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติ เพราะนอกจากจะมีน้ำตกและลำธารที่เหมาะกับการท่องเที่ยวแล้ว ยังอาจมีร่องรอยทางธรณีวิทยาที่ช่วยให้ผู้มาเยือนได้เรียนรู้เรื่องสิ่งมีชีวิตในอดีต เจ้าหน้าที่เตรียมพิจารณาจัดทำป้ายสื่อความหมาย เพื่ออธิบายที่มาของรอยเท้า วิธีการอนุรักษ์ และข้อควรปฏิบัติสำหรับนักท่องเที่ยว

สำหรับผู้ที่สนใจเดินทางไปชมพื้นที่ ควรติดตามประกาศจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนทุกครั้ง ไม่ควรปีนป่าย ขีดเขียน หรือสัมผัสรอยเท้าโดยตรง เพราะการกระทำเหล่านี้อาจทำให้หลักฐานเสียหายจนไม่สามารถตรวจสอบได้ นอกจากนี้ควรช่วยกันรักษาความสะอาดและปฏิบัติตามกฎของพื้นที่อย่างเคร่งครัด

เรื่องหนุ่มอุดรฯ พบรอยเท้าไดโนเสาร์ 3 กีบ จึงไม่ได้เป็นเพียงข่าวน่าตื่นเต้นบนโลกออนไลน์เท่านั้น แต่ยังเป็นตัวอย่างของการมีส่วนร่วมระหว่างประชาชน เจ้าหน้าที่ และนักวิชาการ หากผลตรวจสอบยืนยันว่าเป็นรอยเท้าไดโนเสาร์จริง จังหวัดอุดรธานีอาจมีจุดท่องเที่ยวเชิงธรณีวิทยาแห่งใหม่ที่ช่วยสร้างความรู้ รายได้ และความภาคภูมิใจให้กับชุมชนในอนาคต

ผู้สนใจควรติดตามผลการตรวจพิสูจน์อย่างเป็นทางการ และร่วมกันดูแลพื้นที่แห่งนี้ให้คงสภาพสมบูรณ์ เพราะหลักฐานจากธรรมชาติทุกชิ้นมีคุณค่า ทั้งต่อการศึกษาและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

ที่มา – ตื่นเต้นสุดๆ! หนุ่มอุดรฯ เผยนาทีพบรอยเท้าไดโนเสาร์ 3 กีบ ไม่คิดว่าการค้นพบจะเป็นข่าวฮือฮา

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *