หมดเกราะสภา! “ชนนพัฒฐ์” ส.ส.กล้าธรรม ดอดพบดีเอสไอ โดนเพิ่มข้อหาหนัก
หมดเกราะสภา! “ชนนพัฒฐ์” ส.ส.กล้าธรรม ดอดพบดีเอสไอ โดนเพิ่มข้อหาหนัก
กลายเป็นประเด็นร้อนที่หลายคนจับตามองทันที หลังจากที่มีข่าวการเคลื่อนไหวของ นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จังหวัดสงขลา จากพรรคกล้าธรรม ที่ได้เดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติม หลังจากที่ก่อนหน้านี้เจ้าตัวเคยใช้สิทธิในฐานะ ส.ส. ระหว่างสมัยประชุมในการปฏิเสธการเข้าพบพนักงานสอบสวนตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญไปแล้ว
การที่ หมดเกราะสภา! “ชนนพัฒฐ์” ส.ส.กล้าธรรม ดอดพบดีเอสไอ โดนเพิ่มข้อหาหนัก ในครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากคดีเกี่ยวกับการพนันออนไลน์และการฟอกเงิน ซึ่งทางดีเอสไอได้มีการขยายผลร่วมกับอัยการสูงสุด จนพบเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงไปถึงต่างประเทศ ทำให้คดีนี้มีความซับซ้อนและรุนแรงขึ้นกว่าเดิม จนนำไปสู่การตั้งข้อหาเพิ่มเติมที่หนักหนาสาหัสในที่สุด
เปิดรายละเอียดข้อหาหนักที่ “ชนนพัฒฐ์” ต้องเผชิญ
สำหรับการเดินทางมายังศูนย์ราชการฯ อาคารซี ในครั้งนี้ นายชนนพัฒฐ์ ได้ประสานเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาใหม่จำนวน 2 ข้อหา ได้แก่:
- ร่วมกันเป็นอั้งยี่
- ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ
ด้วยเหตุที่คดีนี้มีการขยายผลจนเกี่ยวพันกับองค์กรต่างประเทศ ทำให้อำนาจการสอบสวนเป็นไปตามคำสั่งของอัยการสูงสุดที่มอบหมายให้ดีเอสไอทำหน้าที่อย่างเข้มข้น และเมื่อสิ้นสุดสมัยประชุมสภาเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2569 ความคุ้มกันที่เคยมีจึงสิ้นสุดลง ส่งผลให้การเข้าพบครั้งนี้กลายเป็นจุดสนใจของสื่อมวลชนที่มารอทำข่าวอย่างเนืองแน่น
แม้ว่า หมดเกราะสภา! “ชนนพัฒฐ์” ส.ส.กล้าธรรม ดอดพบดีเอสไอ โดนเพิ่มข้อหาหนัก จะสร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคม แต่ในแง่มุมของกระบวนการยุติธรรม ทางทนายความและพนักงานสอบสวนยืนยันว่า การดำเนินการเป็นไปตามขั้นตอนปกติ เนื่องจากผู้ต้องหาได้เข้ามาแสดงตัวและไม่มีพฤติการณ์หลบหนี จึงยังไม่จำเป็นต้องมีการควบคุมตัวไว้ในชั้นนี้
ในส่วนของสถานการณ์หน้างาน สื่อมวลชนรายงานว่านายชนนพัฒฐ์ได้เดินทางมาพร้อมกับครอบครัวและทีมกฎหมาย โดยมีความพยายามหลีกเลี่ยงการถูกบันทึกภาพหน้าตรง ซึ่งคงต้องติดตามกันต่อไปว่าบทสรุปทางคดีนี้จะเป็นอย่างไร และพยานหลักฐานต่างๆ จะมัดตัวผู้เกี่ยวข้องได้มากน้อยแค่ไหน เพราะคดีฟอกเงินและองค์กรอาชญากรรมข้ามชาตินับว่าเป็นคดีที่สังคมให้ความสนใจอย่างยิ่ง
บทเรียนในครั้งนี้ย้ำเตือนให้เห็นว่า ตำแหน่งทางการเมืองหรือเอกสิทธิ์ใดๆ ก็ไม่อาจเป็นเกราะกำบังให้กับความผิดร้ายแรงได้ในระยะยาว เมื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ทุกคนย่อมต้องเผชิญหน้ากับความจริงตามพยานหลักฐาน ซึ่งเราคงต้องร่วมกันจับตาดูว่าท้ายที่สุดแล้วเรื่องนี้จะจบลงอย่างไรภายใต้กระบวนการตรวจสอบที่โปร่งใส
ที่มา – หมดเกราะสภา! “ชนนพัฒฐ์” ส.ส.กล้าธรรม ดอดพบดีเอสไอ โดนเพิ่มข้อหาหนัก
