“หมอเพียรศักดิ์” ตอบโต้ “เท้ง” หลังถูกกล่าวหาว่า รพ.ไม่รับผู้ป่วยชาวกัมพูชา ชี้ ‘คนไม่ยืนตรงกลาง ย่อมเป็นผู้นำไม่ได้’
“หมอเพียรศักดิ์” ตอบโต้ “เท้ง” หลังถูกกล่าวหาว่า รพ.สรรพสิทธิประสงค์ ไม่รับผู้ป่วยชาวกัมพูชา
เมื่อเร็ว ๆ นี้ ประเด็นร้อนถูกพูดถึงบนโลกออนไลน์ เมื่อ นพ.เพียรศักดิ์ แซ่หว่อง จากโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ออกมาตอบโต้ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือที่หลายคนรู้จักกันดีในชื่อ “เท้ง” หัวหน้าพรรคประชาชน หลังจากที่ “เท้ง” ให้สัมภาษณ์ในลักษณะกล่าวหารพ.สมมติฐานว่าไม่รับผู้ป่วยชาวกัมพูชา โดยนพ.เพียรศักดิ์ได้แสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมาผ่านการแชร์โพสต์ของอีกฝ่าย ระบุว่า การไม่ยืนอยู่ตรงกลางย่อมยากที่จะเป็นผู้นำที่แท้จริง
ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่าง “หมอเพียรศักดิ์” กับ “เท้ง”
นพ.เพียรศักดิ์เริ่มคอมเมนต์อย่างตรงไปตรงมา โดยชี้ให้เห็นถึงอายุและประสบการณ์ของตนเองที่ยาวนานกว่าผู้พูด โดยระบุว่า “อายุของคุณเท้งยังไม่ถึงครึ่งหนึ่งของการเดินทางของโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์” ทำให้เกิดการถกกันในวงกว้างว่า คำวิจารณ์นี้มาจากอารมณ์ส่วนตัวหรือความไม่เข้าใจกันจริง ๆ เขาว่าไว้อย่างนั้น เพื่อสะท้อนถึงการที่อีกฝ่ายไม่ได้เข้าใจบริบริบทของโรงพยาบาลที่ต้องให้การรักษาผู้คนมากกว่า 6 ล้านคนในพื้นที่อีสานใต้ และพิจารณาความปลอดภัยของทั้งผู้ป่วยไทยและชาวกัมพูชา รวมทั้งบุคลากรกว่า 4,000 คน ที่ต้องปฏิบัติงานในสถานการณ์เสี่ยง
อีกทั้งยังตั้งคำถามเชิงวิพากษ์ไปที่ “เท้ง” ว่า “ในวันที่มีความเดือดร้อนเกิดขึ้นมากมาย คุณไปอยู่ที่ไหน” และ “คุณทำอะไรบ้างเมื่อประชาชนลำบาก”
คำคมของความเป็นผู้นำและความเข้าใจในมนุษยธรรม
งานนี้ นพ.เพียรศักดิ์ไม่ได้แค่ปกป้องภาพลักษณ์ของโรงพยาบาลเท่านั้น แต่ยังถ่ายทอดแนวคิดเกี่ยวกับความหมายที่แท้จริงของผู้นำและมนุษยธรรม โดยเขาบอกว่า การที่คนเราไม่ยืนอยู่ตรงกลางของความขัดแย้ง หรือเพียงมองเพียงด้านเดียว ย่อมนำมาซึ่งการวิพากษ์วิจารณ์ที่ผิดจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง
เขายังกล่าวเสริมว่า แทนที่จะลอกวาทศิลป์จากบทบาทสาธารณะ ควรลงพื้นที่ดูการทำงานจริงในโรงพยาบาล เพื่อเข้าใจว่าความเห็นอกเห็นใจและจิตสำนึกต่อสังคมนั้นต้องมาพร้อมกับความเข้าใจในรากเหง้าของปัญหา
แพทย์ควรเป็นเสียงแห่งความรับผิดชอบ
ท่านยังชี้ให้เห็นภาพกว้างของโรงพยาบาล เช่นความเข้มแข็งของระบบสาธารณสุขที่ต้องรับผู้คนกว่า 10,000 คนต่อวันในฐานะหน่วยงานที่ทำงานเพื่อประคับประคองทุกชีวิตไว้ให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วง เช่นการระบาดของโรค หรือสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดน โดยบทบาทของแพทย์และโรงพยาบาลต้องไม่ถูกมองเพียงตามวาทศิลป์ แต่ควรมองถึงความสามารถในการบริหารจัดการและความเสียสละที่แสดงผ่านการทำงานจริง
ในส่วนของผู้วิจารณ์ หมอเพียรศักดิ์รู้สึกว่า “บางคนเริ่มไม่เห็นค่าของคำพูดตนเอง” เมื่อไม่ลงพื้นที่ แต่นั่งตัดสินจากข้อมูลแค่ด้านเดียว
บทบาทของ “ความเป็นกลาง” กับการเป็นผู้นำในสังคมไทย
การจะเป็นผู้นำในสังคมไทย ไม่ใช่เพียงการพูดสวยหรือพยายามชูประเด็นเพื่อสร้างการรับรู้ แต่ต้องเข้าใจเส้นทางจิตวิญญาณของบริบทรอบข้าง และไม่ตัดสินด้วยทัศนคติที่ยังไม่ซึมซับวัฒนธรรมความเป็นมนุษยชนที่แท้จริง
หากคุณเป็นผู้นำที่ดี เวลามีปัญหาคุณควรพร้อมเข้าไปช่วยอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงวิจารณ์จากที่ปลอดภัยอย่างที่ “เท้ง” ทำอยู่ในขณะนี้ และในวันที่บุคลากรในรพ.เร่งทุ่มเทเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน ต่างฝ่ายต่างก็ต้องการกำลังใจมากกว่าวิจารณ์ทัวร์ลง
แนวโน้มความเข้าใจในอาชีพหมอและบทบาททางสังคม
มีหลายคนไม่ได้เข้าใจว่า แพทย์แต่ละท่านไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเยียวยาผู้ป่วย แต่กระทู้อีกระดับหนึ่งของผู้นำในทุกชุมชน การปฏิสัมพันธ์กับกลุ่มคนทั่วไปจึงควรพึ่งพาการพูดคุยที่รับฟังทั้งสองฝ่าย มากกว่าจะมองเพียงความสะใจในระยะสั้น
นพ.เพียรศักดิ์ แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า มุมมองวิพากษ์ควรเน้นให้กำลังใจมากกว่าวิจารณ์อย่างเสียดสี โดยเฉพาะในยามที่สังคมก่งขันและอ่อนล้าจากโลกแห่งความจริง ทุกอาชีพคู่ควรกับการเชื่อมโยงด้วยความเข้าใจที่ลึกซึ้ง
บทสรุป “หมอเพียรศักดิ์” ซัด “เท้ง” แต่เหตุผลสะท้อนคุณค่าของคนร่วมสังคม
แม้บทลงความเห็นจากนพ.เพียรศักดิ์จะดูรุนแรงในสายตาคนจำนวนหนึ่ง แต่หากกลับไปดูเบื้องลึก นี่คือการสะท้อนทางจริยธรรม ความมุ่งมั่น และอดทนของทีมแพทย์ที่ต้องรับมือกับความซับซ้อนทั้งภายในและภายนอกอย่างต่อเนื่อง
ที่มา – “หมอเพียรศักดิ์”ซัด “เท้ง”กล่าวหารพ.ไม่รับผู้ป่วยเขมร ลั่น ‘คนไม่ยืนตรงกลางย่อมเป็นผู้นำไม่ได้’