หายสงสัย! ไข่ต้มสีม่วง เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ห้ามกินเด็ดขาด
เชื่อว่าหลายคนคงเคยเห็นภาพที่กลายเป็นประเด็นร้อนบนโลกโซเชียล เมื่อมีผู้ใช้งานซื้อไข่สดมาต้มเอง แต่เมื่อปอกเปลือกออกมากลับต้องตะลึง เพราะไข่ต้มมีสีม่วงอมแดงแปลกตา แถมยังมีสีละลายติดมือออกมาด้วย เรื่องนี้สร้างความสงสัยให้กับผู้บริโภคเป็นอย่างมากว่าเกิดจากอะไรกันแน่
หายสงสัย! ไข่ต้มสีม่วง เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ห้ามกินเด็ดขาด
ล่าสุดเพจดังอย่าง “Drama-addict” ได้ออกมาไขข้อข้องใจถึงเหตุการณ์ ไข่ต้มสีม่วง ที่เกิดขึ้น โดยระบุว่าปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องลี้ลับหรือมนต์ดำอย่างที่หลายคนเข้าใจผิด แต่อย่างใด แต่มีสาเหตุมาจากการปนเปื้อนของเชื้อแบคทีเรียในไข่สดนั่นเอง
อันตรายจาก ไข่ต้มสีม่วง ที่คุณควรรู้
เมื่อเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้เข้าไปอยู่ในไข่และมีการแบ่งตัวจนมีปริมาณมาก มันจะปล่อยสารบางชนิดออกมา ซึ่งสารดังกล่าวคือตัวการที่ทำให้เนื้อไข่เปลี่ยนสีกลายเป็นสีม่วง สีแดง หรือสีน้ำเงินเข้ม ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนภัยอันตรายอย่างชัดเจน ทางเพจจึงได้ออกมาเตือนผู้บริโภคว่า หากพบไข่ที่มีลักษณะผิดปกติเช่นนี้ ห้ามนำมารับประทานโดยเด็ดขาด เพื่อความปลอดภัยของสุขภาพร่างกายของคุณเอง
สาเหตุและสิ่งที่ควรสังเกตเพิ่มเติม:
- หากเปลือกไข่ภายนอกดูปกติดี แต่เมื่อต้มแล้วพบสีผิดปกติ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าไข่ใบนั้นอาจมีการปนเปื้อนสูง
- เชื้อแบคทีเรียอาจเข้าสู่ไข่ผ่านรูพรุนเล็กๆ บนเปลือกไข่ หากไข่ไม่ได้มาตรฐานหรือเก็บในที่อับชื้น
- หลีกเลี่ยงการซื้อไข่ที่ดูสกปรก มีรอยร้าว หรือมีกลิ่นเหม็นผิดปกติ
- การปรุงสุกด้วยความร้อนสูงแม้จะช่วยฆ่าเชื้อได้ในระดับหนึ่ง แต่สำหรับไข่ที่สีเปลี่ยนไปแล้ว สารที่เกิดจากการหมักหมมของแบคทีเรียอาจไม่สลายไปหมด การกินเข้าไปจึงเสี่ยงต่ออาหารเป็นพิษหรืออาการป่วยรุนแรงได้
การเลือกซื้อไข่สดที่มีมาตรฐานและเก็บรักษาอย่างถูกวิธีจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก การใส่ใจกับรายละเอียดเล็กน้อยก่อนนำไปประกอบอาหารสามารถช่วยป้องกันปัญหาทางสุขภาพที่อาจลุกลามใหญ่โตได้ หากใครเจอไข่ที่มีลักษณะดังกล่าว แนะนำให้ทิ้งทันทีและไม่ควรเสียดายเด็ดขาดครับ เพื่อสุขอนามัยที่ดีของทุกคนในครอบครัว
ที่มา – หายสงสัย! เพจดังชี้ “ไข่ต้มสีม่วง” เกิดจากเชื้อแบคทีเรียแบ่งตัว เตือนลั่นห้ามกินเด็ดขาด