อธิบดีปค. กวาดบ้านตัวเอง ตรวจฉี่กำนัน-ผู้ใหญ่บ้านพบฉี่ม่วง 47 ราย
อธิบดีปค. กวาดบ้านตัวเอง ตรวจฉี่กำนัน-ผู้ใหญ่บ้านพบฉี่ม่วง 47 ราย
เมื่อเร็วๆ นี้ ฝ่ายปกครองได้สร้างความฮือฮาและเรียกความเชื่อมั่นจากประชาชนได้อย่างเต็มภาคภูมิ กับปฏิบัติการครั้งสำคัญที่เรียกว่า อธิบดีปค. กวาดบ้านตัวเอง ตรวจฉี่กำนัน-ผู้ใหญ่บ้านพบฉี่ม่วง 47 ราย หลังนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ได้ขานรับนโยบายจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย เน้นย้ำเรื่องความโปร่งใสและการเป็นแบบอย่างที่ดีของผู้นำชุมชนในระดับฐานราก
ผลลัพธ์จากภารกิจ อธิบดีปค. กวาดบ้านตัวเอง ตรวจฉี่กำนัน-ผู้ใหญ่บ้านพบฉี่ม่วง 47 ราย
การตรวจสุขภาพและสารเสพติดเชิงรุกครั้งนี้ครอบคลุมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน และข้าราชการฝ่ายปกครองทั่วประเทศกว่า 878 อำเภอ รวมผู้เข้ารับการตรวจทั้งสิ้น 286,553 คน ซึ่งถือเป็นตัวเลขมหาศาลที่แสดงถึงความจริงจัง โดยผลจากการดำเนินการที่เรียกว่า อธิบดีปค. กวาดบ้านตัวเอง ตรวจฉี่กำนัน-ผู้ใหญ่บ้านพบฉี่ม่วง 47 ราย พบรายละเอียดของผู้ที่กระทำผิดดังนี้:
- สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) จำนวน 2 ราย
- กำนัน จำนวน 1 ราย
- ผู้ใหญ่บ้าน จำนวน 5 ราย
- สารวัตรกำนัน จำนวน 4 ราย
- ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน จำนวน 35 ราย
ด้วยตัวเลขเพียง 47 รายนี้ เมื่อเทียบกับผู้เข้ารับการตรวจนับแสนคน อาจจะดูเป็นสัดส่วนที่น้อยมาก แต่กรมการปกครองไม่มองข้ามและถือเป็นจุดสำคัญที่ต้องจัดการอย่างเร่งด่วน
ทางอธิบดีกรมการปกครองได้ย้ำชัดเจนว่า ผู้นำชุมชนคือหัวใจสำคัญในการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ดังนั้น การจะไปดูแลประชาชนให้พ้นจากภัยยาเสพติดได้ ตัวผู้นำเองต้องเป็นแบบอย่างที่สะอาด บริสุทธิ์ และปราศจากมลทินในทุกรูปแบบ การตัดสินใจปลดผู้กระทำผิดออกจากตำแหน่งทันทีจึงเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า กรมการปกครองไม่มีนโยบายอุ้มชูคนผิด และพร้อมจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง
สิ่งที่น่าชื่นชมคือกระบวนการตรวจสอบที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ มาตรการทางวินัยขั้นเด็ดขาดนี้ไม่เพียงแต่เป็นการทำความสะอาด ‘บ้านของตัวเอง’ เท่านั้น แต่ยังเป็นการวางมาตรฐานใหม่ให้คนทำงานต้องพึงตระหนักว่า ตำแหน่งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน คือเกียรติยศที่ต้องแลกมาด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม
การกวาดล้างครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการคืนความโปร่งใสให้กับกระทรวงมหาดไทย เราหวังว่ามาตรการที่เข้มข้นแบบนี้จะถูกนำมาใช้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ชุมชนทั่วไทยห่างไกลจากยาเสพติดอย่างยั่งยืน แล้วคุณผู้อ่านล่ะครับ คิดเห็นอย่างไรกับการเด็ดขาดของทางกรมฯ ในครั้งนี้? อย่าลืมคอมเมนต์แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเราได้เลยนะครับ!