อนุทินประกาศเช็คบัญชีแค้นพวกฮั้วประมูล

ประเด็นการปราบปรามการทุจริตในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐกำลังได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนว่า จะเดินหน้าตรวจสอบผู้ที่เกี่ยวข้องกับการฮั้วประมูล และจัดการกับปัญหาที่สะสมมานาน โดยกล่าวในงาน Dinner Talk “Zero Corruption: From Polity to Action” ว่า รัฐบาลต้องทำให้กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างมีความโปร่งใส เปิดกว้าง และลดช่องโหว่ที่ทำให้บางกลุ่มได้เปรียบ

คำประกาศ อนุทินประกาศเช็คบัญชีแค้นพวกฮั้วประมูล สะท้อนถึงความตั้งใจของนายกรัฐมนตรีที่ต้องการใช้ประสบการณ์ส่วนตัวมาผลักดันการแก้ปัญหาคอร์รัปชัน เขาระบุว่าในอดีตเคยได้รับผลกระทบจากการจัดฮั้วและการใช้อำนาจกดดัน จึงเข้าใจดีว่าผู้ประกอบการจำนวนมากรู้สึกอย่างไรเมื่อต้องเผชิญกับเงื่อนไขที่ไม่เป็นธรรม หรือถูกกีดกันออกจากการแข่งขัน

อนุทินประกาศเช็คบัญชีแค้นพวกฮั้วประมูล

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การกำหนดรายละเอียดคุณสมบัติหรือขอบเขตงาน หรือทีโออาร์ ควรทำให้ทุกบริษัทมีโอกาสแข่งขันอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ควรมีการเขียนเงื่อนไขเพื่อเอื้อประโยชน์ให้ผู้ประกอบการรายใดรายหนึ่งโดยเฉพาะ ปัญหาที่เคยเกิดขึ้น เช่น การตัดสิทธิ์ผู้เสนอราคาด้วยเหตุผลเล็กน้อย การตีความเอกสารแบบไม่เป็นธรรม หรือการผลักงานให้ผู้เสนอราคารายถัดไป ล้วนเป็นสิ่งที่ทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนและภาคธุรกิจ

เขาย้ำว่า หน่วยงานรัฐจำเป็นต้องมีบุคลากรที่รู้เท่าทันกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง เข้าไปตรวจสอบตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบทีโออาร์ การประกาศเชิญชวน การพิจารณาคุณสมบัติ ไปจนถึงการทำสัญญาและการตรวจรับงาน เพราะหากปล่อยให้ช่องโหว่เกิดขึ้นตั้งแต่ต้น การตรวจสอบในภายหลังอาจทำได้ยากและไม่สามารถเรียกคืนความเสียหายได้ทั้งหมด

อนุทินประกาศเช็คบัญชีแค้นพวกฮั้วประมูล เดินหน้าตรวจสอบทุกขั้นตอน

จุดที่น่าสนใจคือ นายกรัฐมนตรีเปิดช่องให้ผู้ประกอบการหรือผู้ที่ได้รับความไม่เป็นธรรมร้องเรียนปัญหาโดยตรง หากพบว่าถูกวางสเปก ถูกเรียกร้องผลประโยชน์ ถูกกลั่นแกล้ง หรือถูกดึงเวลาในการพิจารณา เขาระบุว่าประชาชนไม่ควรต้องรู้สึกว่าไม่มีที่พึ่ง และควรมีระบบที่รับฟังข้อมูลจากผู้ได้รับผลกระทบอย่างจริงจัง

แนวทางดังกล่าวจะเกิดผลได้จริงก็ต่อเมื่อมีระบบคุ้มครองผู้ร้องเรียนที่มีประสิทธิภาพ ผู้ให้ข้อมูลต้องมั่นใจว่าจะไม่ถูกตอบโต้หรือถูกใช้กระบวนการทางกฎหมายเพื่อปิดปาก นอกจากนี้ หน่วยงานที่รับเรื่องต้องมีความเป็นอิสระ มีกรอบเวลาชัดเจน และรายงานผลการดำเนินงานให้สังคมติดตามได้ การเปิดเผยข้อมูลอย่างเหมาะสมจะช่วยให้การตรวจสอบมีพลังมากขึ้น

  • เปิดเผยทีโออาร์: ทำให้ผู้ประกอบการและประชาชนตรวจสอบเงื่อนไขการประมูลได้
  • ลดเงื่อนไขที่ไม่จำเป็น: ป้องกันการกำหนดคุณสมบัติที่เอื้อประโยชน์ให้บางบริษัท
  • ตรวจสอบผู้มีอำนาจตัดสินใจ: ป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อนและการใช้อำนาจโดยมิชอบ
  • คุ้มครองผู้ร้องเรียน: สร้างความมั่นใจให้ผู้พบเห็นการทุจริตกล้าเปิดเผยข้อมูล
  • ติดตามผลหลังประมูล: ตรวจสอบทั้งคุณภาพงาน งบประมาณ และการส่งมอบจริง

นายอนุทินยังกล่าวถึงเรื่องบัญชีส่วนตัวที่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตและการฮั้วประมูล โดยยืนยันว่าจะไม่ปล่อยให้เรื่องเหล่านี้ผ่านไปโดยไม่มีการตรวจสอบ อย่างไรก็ตาม การดำเนินการกับบุคคลหรือบริษัทใดควรอยู่บนพื้นฐานของหลักฐาน กระบวนการยุติธรรม และสิทธิในการชี้แจง เพื่อให้การปราบปรามการทุจริตมีความน่าเชื่อถือและไม่กลายเป็นการกล่าวหาทางการเมือง

เป้าหมายที่นายกรัฐมนตรีพูดถึงไม่ได้จำกัดเฉพาะการจัดซื้อจัดจ้างเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมปัญหานอมินี กลุ่มทุนสีเทา และชาวต่างชาติที่เข้ามากระทำผิดกฎหมายในประเทศไทย เขาระบุว่ารัฐบาลต้องตัดวงจรผู้ที่เข้ามาใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการทำผิดกฎหมาย พร้อมย้ำว่าการบังคับใช้กฎหมายต้องคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศเป็นสำคัญ

แนวคิดเรื่อง “แสงสว่าง” ที่นายกรัฐมนตรีกล่าวถึง หมายถึงการเปิดข้อมูลและทำให้กระบวนการทำงานของรัฐตรวจสอบได้มากขึ้น หากข้อมูลสำคัญถูกเก็บไว้ในระบบที่ประชาชนเข้าถึงไม่ได้ โอกาสในการทุจริตก็ยังคงอยู่ การทำให้ข้อมูลการประมูล งบประมาณ ผู้ชนะการประมูล และผลการดำเนินงานสามารถตรวจสอบได้ จะช่วยให้ภาคประชาชน สื่อมวลชน และภาคธุรกิจร่วมกันเป็นกลไกเฝ้าระวัง

ในมุมของประชาชน เรื่องนี้มีความสำคัญเพราะงบประมาณที่ใช้ในการจัดซื้อจัดจ้างมาจากภาษีของทุกคน หากโครงการหนึ่งมีราคาสูงเกินจริง หรือได้สินค้าที่ไม่มีคุณภาพ สังคมย่อมเป็นผู้รับภาระโดยตรง การลดการฮั้วประมูลจึงไม่ใช่เพียงการจัดการกับผู้กระทำผิด แต่ยังหมายถึงการนำงบประมาณกลับมาใช้สร้างประโยชน์ให้ประชาชนได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยมากขึ้น

ขณะเดียวกัน ภาคธุรกิจที่ทำงานอย่างสุจริตควรได้รับการแข่งขันที่เป็นธรรม เพราะระบบที่โปร่งใสจะช่วยให้บริษัทขนาดเล็กและขนาดกลางมีโอกาสเข้าถึงงานภาครัฐ ไม่ต้องพึ่งเส้นสายหรือจ่ายผลประโยชน์เพื่อให้ได้งาน และสามารถพัฒนาคุณภาพสินค้าและบริการเพื่อแข่งขันกันอย่างแท้จริง

คำพูดที่ว่านายกรัฐมนตรีอาจพอใจกับการทำให้ปัญหาคอร์รัปชันลดลงมากกว่าการอยู่ในตำแหน่งเป็นเวลานาน สะท้อนว่าเขาต้องการฝากผลงานด้านการปราบปรามทุจริตให้เห็นเป็นรูปธรรม แม้การทำให้การทุจริตหายไปทั้งหมดอาจเป็นเรื่องยาก แต่การลดปัญหาอย่างมีนัยสำคัญ และทำให้ผู้คิดจะทุจริตรู้ว่ามีโอกาสถูกตรวจพบ ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ

ท้ายที่สุดแล้ว คำประกาศ อนุทินประกาศเช็คบัญชีแค้นพวกฮั้วประมูล จะได้รับการพิสูจน์จากผลการปฏิบัติจริง ไม่ใช่เพียงถ้อยแถลงบนเวที รัฐบาลต้องแสดงให้เห็นว่าการตรวจสอบเกิดขึ้นกับทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียม มีการเปิดเผยความคืบหน้า และผู้กระทำผิดได้รับโทษตามกฎหมาย หากทำได้ต่อเนื่อง ประชาชนก็จะกลับมาเชื่อมั่นว่าการจัดซื้อจัดจ้างของรัฐสามารถโปร่งใสและตรวจสอบได้

มุมมองส่งท้าย: การปราบฮั้วประมูลจะสำเร็จได้เมื่อรัฐ ภาคธุรกิจ และประชาชนช่วยกันเปิดเผยข้อมูลและไม่ยอมรับการทุจริตเป็นเรื่องปกติ เพราะทุกเสียงของประชาชนคือกำแพงสำคัญในการปกป้องงบประมาณประเทศ

ที่มา – ‘อนุทิน’ประกาศเช็คบัญชีแค้นพวกฮั้วประมูล ลั่นทำสำเร็จตอบโจทย์ตัวเองขอแขวนนวม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *