อนุทินเยือนภูฏานรอบ 8 ปี เปิดโอกาสเศรษฐกิจ

การเดินทางครั้งสำคัญของรัฐบาลไทยเกิดขึ้นเมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 30 ตุลาคม 2569 เมื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมภริยาและคณะ ออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง ไปยังราชอาณาจักรภูฏาน เพื่อเยือนอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม ถึง 1 พฤศจิกายน 2569 ตามคำเชิญของดาโช เชริง โตบเกย์ นายกรัฐมนตรีภูฏาน

การเยือนครั้งนี้ได้รับความสนใจอย่างมาก เพราะถือเป็นการเยือนภูฏานอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีไทยในรอบ 8 ปี สะท้อนถึงความตั้งใจของทั้งสองประเทศในการยกระดับความสัมพันธ์และผลักดันความร่วมมือให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่เพียงการพบปะทางการทูต แต่ยังมุ่งสร้างโอกาสใหม่ให้กับประชาชน ภาคธุรกิจ และหน่วยงานต่าง ๆ ของไทยและภูฏาน

อนุทินเยือนภูฏานรอบ 8 ปี กับภารกิจเชื่อมความสัมพันธ์

คณะของนายกรัฐมนตรีมีกำหนดเดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติพาโร เมืองพาโร ในเวลาประมาณ 10.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งช้ากว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง หลังจากนั้นจะเข้าร่วมพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ ก่อนเดินทางไปยังสำนักนายกรัฐมนตรีภูฏาน หรือ Gyalyong Tshogkhang เพื่อพบหารือกับนายกรัฐมนตรีภูฏาน

การหารือจะเน้นประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การพัฒนาเศรษฐกิจ และแนวทางขยายความร่วมมือในสาขาที่ทั้งสองฝ่ายมีศักยภาพร่วมกัน โดยเฉพาะการนำจุดแข็งของแต่ละประเทศมาเสริมกัน เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

อนุทินเยือนภูฏานรอบ 8 ปี เดินหน้าความร่วมมือหลายด้าน

หนึ่งในภารกิจสำคัญคือการร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามและแลกเปลี่ยนความตกลง รวมถึงเอกสารสำคัญระหว่างไทยกับภูฏาน การลงนามดังกล่าวจะช่วยกำหนดกรอบการทำงานที่ชัดเจน และทำให้ความร่วมมือของสองประเทศเดินหน้าได้รวดเร็วขึ้น ทั้งในระดับรัฐบาล หน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน และประชาชน

ประเด็นที่คาดว่าจะได้รับการผลักดันมีหลายด้าน ดังนี้

  • สาธารณสุข: แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ บุคลากร เทคโนโลยี และแนวทางพัฒนาระบบบริการสุขภาพ เพื่อเพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพ
  • พลังงานทดแทน: สนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดและเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
  • การเกษตร: แลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการผลิต การแปรรูปสินค้าเกษตร และการเพิ่มมูลค่าผลผลิตให้สามารถแข่งขันได้มากขึ้น
  • การค้าและการลงทุน: เปิดช่องทางให้ผู้ประกอบการของทั้งสองประเทศรู้จักตลาดและโอกาสทางธุรกิจมากขึ้น รวมถึงสนับสนุนการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน
  • วัฒนธรรมและการท่องเที่ยว: ส่งเสริมความเข้าใจระหว่างประชาชน ผ่านกิจกรรมทางวัฒนธรรม การแลกเปลี่ยนเยาวชน และการเดินทางท่องเที่ยว

ในมุมเศรษฐกิจ การพบหารือระหว่างผู้นำไทยและภูฏานอาจช่วยสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการลงทุนและการค้าระหว่างประเทศมากขึ้น ภูฏานมีจุดเด่นด้านทรัพยากรธรรมชาติ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และแนวคิดการพัฒนาที่คำนึงถึงความสุขของประชาชน ขณะที่ไทยมีความพร้อมด้านอุตสาหกรรม บริการ สาธารณสุข การเกษตร และโครงสร้างพื้นฐาน การเชื่อมโยงจุดแข็งเหล่านี้จึงมีโอกาสต่อยอดเป็นโครงการความร่วมมือที่จับต้องได้

คณะทางการที่ร่วมเดินทางครั้งนี้ประกอบด้วย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี การมีผู้แทนจากหลายกระทรวงร่วมคณะ สะท้อนว่าการเยือนครั้งนี้ครอบคลุมทั้งมิติการทูต เศรษฐกิจ การเงิน และสาธารณสุข

ความสัมพันธ์ระดับประชาชนคืออีกเป้าหมายสำคัญ

นอกจากภารกิจระดับรัฐบาลแล้ว นายกรัฐมนตรีมีกำหนดพบปะอาสาสมัครไทยในภูฏาน เพื่อรับฟังการดำเนินงานและบทบาทของอาสาสมัครในการสนับสนุนความร่วมมือเพื่อการพัฒนา การพบปะดังกล่าวมีความสำคัญ เพราะอาสาสมัครเป็นกลุ่มคนที่เชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนไทยกับภูฏานอย่างใกล้ชิด และช่วยสะท้อนการทำงานจริงในพื้นที่

ช่วงค่ำ นายกรัฐมนตรีและภริยาจะเข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองอาหารค่ำ ซึ่งนายกรัฐมนตรีภูฏานเป็นเจ้าภาพ งานดังกล่าวถือเป็นโอกาสสร้างบรรยากาศที่เป็นมิตร และเปิดทางให้ผู้นำทั้งสองประเทศแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับทิศทางความสัมพันธ์ในอนาคต

การเยือนภูฏานในครั้งนี้จึงไม่ได้มีความหมายเฉพาะด้านพิธีการ แต่เป็นจังหวะสำคัญในการวางรากฐานความร่วมมือรูปแบบใหม่ หากทั้งสองฝ่ายสามารถผลักดันข้อตกลงไปสู่การปฏิบัติได้จริง ภาคธุรกิจจะมีช่องทางขยายตลาด ประชาชนจะได้รับประโยชน์จากความร่วมมือด้านบริการและการพัฒนา และความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับภูฏานจะมีความแน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น

อนุทินเยือนภูฏานรอบ 8 ปี จึงเป็นภารกิจที่ควรติดตามต่อเนื่อง โดยเฉพาะผลลัพธ์หลังการลงนามความตกลงต่าง ๆ เพราะความสำเร็จไม่ได้วัดจากพิธีการเพียงวันเดียว แต่ต้องดูจากโครงการที่เกิดขึ้นจริง การลงทุนที่เพิ่มขึ้น และประโยชน์ที่ประชาชนของทั้งสองประเทศได้รับ หากไทยและภูฏานเดินหน้าด้วยความจริงใจและต่อเนื่อง การเยือนครั้งนี้ก็อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของโอกาสทางเศรษฐกิจและความร่วมมือระยะยาว

สำหรับผู้ประกอบการและประชาชนที่สนใจ ควรติดตามรายละเอียดของข้อตกลงและโครงการที่จะประกาศหลังการเยือนครั้งนี้ เพื่อมองหาโอกาสใหม่ ๆ จากความร่วมมือไทย-ภูฏานในอนาคต

ที่มา – ‘อนุทิน’บินภูฏานในรอบ 8 ปี หารือ ‘นายกฯภูฏาน’เปิดโอกาสเศรษฐกิจสองประเทศ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *