อยุธยาอ่วมท่วม 7 อำเภอ จมน้ำดับ 2 ราย
สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเริ่มเพิ่มความรุนแรงขึ้นมาทุกปี โดยเฉพาะหลังจากเขื่อนเจ้าพระยาเริ่มระบายน้ำในอัตราสูงถึง 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำน้อย รวมถึงคลองสาขาต่าง ๆ มีปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นเฉลี่ยประมาณ 10 เซนติเมตร
อยุธยาอ่วมท่วม 7 อำเภอ ประชาชนเดือดร้อนหนัก
สถานการณ์ล่าสุดพบว่า อยุธยาอ่วมท่วม แล้วทั้งหมด 7 อำเภอ ได้แก่ เสนา ผักไห่ บางบาล บางไทร พระนครศรีอยุธยา บางปะอิน และมหาราช รวมถึง 97 ตำบลและ 603 หมู่บ้าน มีประชากรได้รับผลกระทบมากถึง 28,518 ครัวเรือน และมีผู้เสียชีวิตแล้วจำนวน 2 ราย
คนอยุธยาผู้กล้า ปรับตัวอยู่กับน้ำท่วมซ้ำซาก
ในชุมชนต.แคตก อ.บางไทร ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากคลองช่างเหล็ก ทำให้รับผลกระทบอย่างหนักจากน้ำที่ล้นตลิ่งเข้าท่วมถนนทางเข้าชุมชน ส่งผลให้ชาวบ้านต้องใช้เรือพายเป็นพาหนะหลักในการเดินทาง
นายไพโรจน์ ชัยประภา อายุ 55 ปี พนักงานโรงงาน ให้ข้อมูลว่าบ้านหลังนี้ได้ยกขึ้นชั้น 2 และตั้งหลักป้องกันน้ำหลายครั้ง เพราะถูกน้ำท่วมบ่อยมากระหว่างปี 54 ถึงปัจจุบัน โดยในปีนี้เตรียมอิฐบล็อกและทรายไว้ป้องกันน้ำเพิ่มเติม หากน้ำมีแนวโน้มเพิ่มสูงกว่านี้ ยิ่งเขื่อนเริ่มระบายน้ำมากขึ้น ๆ จะทำให้การเตรียมพร้อมทางชุมชนคือสิ่งที่จำเป็น้

ส่วนในเขตต.บ้านกุ่ม อ.บางบาล น้ำท่วมสูงระหว่าง 1–2 เมตร และเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะบ้านของ “นายทองหล่อ ทุ่งพฤกษ์” อายุ 72 ปี ที่ถูกน้ำท่วมสูงกว่า 40–50 เซนติเมตรมาแล้วกว่า 2 สัปดาห์ โดยเขาต้องหาวิธีผลักดันพื้นบ้านหนีน้ำทั้งสิ้นสองครั้ง ปัจจุบันต้องเฮือกของขึ้นที่สูงเพิ่มอีกรอบ เพราะระดับน้ำเพิ่มขึ้นอีก 4–5 เซนติเมตร

อยุธยาที่เคยเป็นเมืองเก่าผู้มีประวัติศาสตร์ยาวนาน กลับกลายเป็น “เมืองที่ต้องรับมือกับภัยน้ำท่วมซ้ำซาก” มาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่เจ้าหน้าที่ก็เตรียมความพร้อมบูรณาการแผนช่วยเหลือประชาชน ทั้งเรื่องการอพยม และช่วยเหลือเบื้องต้น
แม้ปัญหาจะซับซ้อนและท้าทาย แต่จิตวิญญาณของคนอยุธยาไม่เคยหดหู่ การรับมือกับน้ำท่วมคือชีวิตประจำวัน และสิ่งที่พวกเขาพยายามทำคือ “อยู่รอดอย่างภาคภูมิใจ”
หากคุณเป็นหนึ่งในผู้มีน้ำใจ อาจลองมองหาวิธีช่วยเหลือชุมชนในพื้นที่อยุธยาที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม เพื่อร่วมเป็นกำลังใจให้พวกเขาต่อสู้กับธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงไป
ที่มา – ‘อยุธยา’ อ่วมท่วมแล้ว 7 อำเภอ จมน้ำดับ 2 ราย เดือดร้อน 28,518 ครัวเรือน


