อะลูมิเนียมสูงในปราจีนบุรี รัฐเร่งตรวจสุขภาพ

กรณีพบค่า อะลูมิเนียมสูงในปราจีนบุรี กำลังได้รับความสนใจจากประชาชนในพื้นที่กบินทร์บุรีและศรีมหาโพธิ หลังมีการเผยแพร่ข้อมูลผลตรวจคุณภาพน้ำผิวดินจากกรมควบคุมมลพิษ โดยเฉพาะบริเวณแควพระปรง แควหนุมาน และแม่น้ำปราจีนบุรี ซึ่งเป็นแหล่งน้ำสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิตของชุมชนจำนวนมาก

ข้อมูลที่เผยแพร่ระบุว่า จุดตรวจบริเวณคลองแควพระปรง ใกล้สะพานปากน้ำ บ้านหนองหอย ตำบลบ่อทอง อำเภอกบินทร์บุรี พบค่าอะลูมิเนียมสูงสุด 3.547 มิลลิกรัมต่อลิตร ขณะที่บริเวณสะพานต้นน้ำปราจีน ซึ่งเป็นจุดที่แควหนุมานและแควพระปรงไหลมารวมกัน พบค่า 0.874 มิลลิกรัมต่อลิตร และบริเวณกระชังปลาหมู่ 2 ตำบลบ้านขาม อำเภอศรีมหาโพธิ พบค่า 0.559 มิลลิกรัมต่อลิตร

อะลูมิเนียมสูงในปราจีนบุรี กระทบชุมชนอย่างไร

สิ่งที่ทำให้หลายฝ่ายเป็นห่วงคือ เส้นทางน้ำดังกล่าวเชื่อมโยงกันตั้งแต่แควพระปรงและแควหนุมาน ก่อนกลายเป็นแม่น้ำปราจีนบุรี แล้วไหลต่อไปยังพื้นที่ศรีมหาโพธิ หากมีการปนเปื้อนจริง สารดังกล่าวอาจเคลื่อนตัวไปตามกระแสน้ำและกระทบต่อแหล่งน้ำที่ประชาชนใช้ประโยชน์ ทั้งการอุปโภค การเกษตร การเลี้ยงปลา และการจับสัตว์น้ำในท้องถิ่น

อย่างไรก็ตาม ผลตรวจที่มีการเผยแพร่ควรได้รับการตรวจสอบซ้ำอย่างเป็นระบบ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเก็บตัวอย่างน้ำ ตะกอนดิน และสัตว์น้ำจากหลายจุด หลายช่วงเวลา รวมถึงตรวจหาสารโลหะหนักชนิดอื่นร่วมด้วย เพื่อให้เห็นภาพการปนเปื้อนที่ชัดเจนและลดความคลาดเคลื่อนจากการตรวจเพียงครั้งเดียว

แนวทางรับมืออะลูมิเนียมสูงในปราจีนบุรี

ในระหว่างรอผลตรวจยืนยัน ประชาชนควรใช้ความระมัดระวังและติดตามประกาศจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ใกล้แควพระปรง แควหนุมาน และแม่น้ำปราจีนบุรี การป้องกันเบื้องต้นสามารถทำได้ดังนี้

  • หลีกเลี่ยงการใช้น้ำจากแหล่งที่มีข้อสงสัย เพื่อดื่ม ทำอาหาร หรือผลิตน้ำประปา จนกว่าจะมีผลตรวจรับรองความปลอดภัย
  • งดจับหรือรับประทานสัตว์น้ำจากจุดเสี่ยง โดยเฉพาะบริเวณที่พบคราบผิดปกติ กลิ่นแปลก หรือน้ำเปลี่ยนสี
  • ไม่สัมผัสน้ำโดยตรงเป็นเวลานาน หากจำเป็นต้องลงพื้นที่ควรสวมถุงมือ รองเท้าบูต และล้างมือให้สะอาด
  • เก็บหลักฐานความผิดปกติ เช่น ภาพถ่าย วันเวลา จุดเกิดเหตุ และลักษณะของน้ำ เพื่อแจ้งหน่วยงานตรวจสอบ
  • พบแพทย์เมื่อมีอาการผิดปกติ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ระคายเคืองผิวหนัง หรืออาการอื่นที่เกิดขึ้นหลังสัมผัสน้ำ โดยควรแจ้งประวัติการสัมผัสให้ชัดเจน

ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่เพียงตัวเลขค่าอะลูมิเนียมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการตรวจสอบแหล่งกำเนิดของมลพิษด้วย เพราะพื้นที่กบินทร์บุรีมีโรงงานหลายประเภทและมีนิคมอุตสาหกรรมในตำบลบ่อทอง ชาวบ้านบางส่วนเคยตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับน้ำเสียและคราบสีรุ้งในช่วงน้ำท่วม ซึ่งมีความกังวลว่าอาจไหลลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะและบึงหนองขอน แหล่งน้ำดิบสำหรับผลิตน้ำประปาหมู่บ้าน

หน่วยงานรัฐจึงควรเปิดเผยข้อมูลการตรวจวัดอย่างโปร่งใส ระบุจุดเก็บตัวอย่าง วิธีตรวจ และค่ามาตรฐานที่ใช้เปรียบเทียบ พร้อมจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชน นอกจากนี้ การตรวจสุขภาพประชาชนในอำเภอกบินทร์บุรีและอำเภอศรีมหาโพธิจะช่วยประเมินความเสี่ยงได้รอบด้าน โดยควรให้ความสำคัญกับเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว และผู้ที่ทำงานใกล้แหล่งน้ำหรือโรงงาน

สำหรับชุมชน การสื่อสารที่รวดเร็วและไม่สร้างความตื่นตระหนกเป็นสิ่งจำเป็น ควรอ้างอิงข้อมูลจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ ไม่แชร์ข่าวที่ยังไม่มีหลักฐาน และรวมตัวกันติดตามผลตรวจอย่างต่อเนื่อง เพราะปัญหา อะลูมิเนียมสูงในปราจีนบุรี ไม่ใช่เรื่องของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่เกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิต ความมั่นคงด้านน้ำ และความเชื่อมั่นของคนในพื้นที่ทั้งหมด

ความเห็นที่น่าจับตาคือ ภาครัฐควรเร่งตรวจสอบให้ชัดเจนก่อนที่ความกังวลจะขยายวงกว้าง พร้อมออกมาตรการคุ้มครองประชาชนทันทีหากพบความเสี่ยงจริง การเปิดข้อมูลอย่างตรงไปตรงมาและการตรวจสุขภาพเชิงรุกจะเป็นทางออกที่ช่วยสร้างความมั่นใจให้ชาวกบินทร์บุรีและศรีมหาโพธิได้ดีที่สุด

ที่มา – ‘นักวิชาการ’ จี้รัฐตรวจสุขภาพชาวกบินทร์บุรี-ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนฯ หลังพบโละหนัก ‘อะลูมีเนียม’ สูง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *