อาจารย์สุดช้ำ เมียปันใจแอบกินกับ ‘รอง ผอ.’ เพื่อนรัก กอดจูบชัดๆ บอกแค่หยอกล้อ

เรื่องราวความรักสามเศร้าที่สะเทือนวงการศึกษาไทย

อาจารย์วิทยาลัยคนหนึ่งออกมาร้องเรียนผ่านมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม หลังจากที่เขาต้องเผชิญกับเหตุการณ์ปวดใจซ้ำซ้อน เมื่อภรรยาของเขามีความสัมพันธ์แอบแฝงกับ ‘รอง ผอ.’ วิทยาลัยที่ตนเองทำงานอยู่ และเป็นเพื่อนซี้ที่รู้ใจกันมากว่ากว่าสิบปี

จากความรักกลายเป็นความเจ็บช้ำ

นายเอ อาจารย์ประจำวิทยาลัยนามสมมุติ เล่าว่าจากเคยใช้ชีวิตครอบครัวอย่างมีความสุขหลังจดทะเบียนสมรสกับภรรยามานานหลายสิบปี จนมีลูกสาวด้วยกัน 3 คน แต่พฤติกรรมของภรรยาเริ่มเปลี่ยนไปในปี 65 โดยเฉพาะเมื่อร้านค้าของภรรยาอยู่ภายในสหกรณ์ของวิทยาลัย ที่มี ‘รอง ผอ.’ เข้าออกบ่อยครั้ง

อาจารย์สุดช้ำต้องค้นความจริงด้วยตัวเอง

เพื่อคลายข้อสงสัย จึงได้แอบติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้ในร้าน และพบหลักฐานช็อกใจเมื่อวันที่ 16 ก.พ.ที่ผ่านมา ขณะที่ภรรยาและ ‘รอง ผอ.’ ได้แสดงพฤติกรรมใกล้ชิดเกินเลยโดยมีการกอดจูบ แถมภรรยายังถอดเสื้อให้เห็นหน้าอก สิ่งที่เห็นในคลิปเป็นการกระทำที่คนทั่วไปมองก็รู้ได้เลยว่าทั้งสองคนมีอะไรกันมากกว่าแค่ ‘หยอกล้อ’

‘อาจารย์สุดช้ำ’ รู้สึกสิ้นหวัง ไม่ได้รับการช่วยเหลือ

แม้จะร้องเรียนทั้งไปที่สำนักนายกรัฐมนตรีและสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา (สอศ.) แต่กลับไม่มีการรับเรื่องอย่างจริงจัง สิ่งนี้ทำให้เขารู้สึกช้ำซ้อน จนตัดสินใจขอความช่วยเหลือจากทนายความ และมูลนิธิว่าความยุติธรรมในสังคม

กฎหมายช่วยได้มากกว่าที่คุณคิด

  • ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 กรณีผู้บังคับบัญชาเพิกเฉยไม่ดำเนินการ
  • กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1516 สามารถฟ้องเรียกค่าเสียหายจากคู่ชู้ได้

ทนายรณณรงค์ยังชี้ว่า การกระทำลักษณะนี้เป็นการทำลายศักดิ์ศรีแห่งวิชาชีพครู และบ่อนทำลายความไว้วางใจของประชาชนต่อระบบการศึกษาไทยอีกด้วย มูลนิธิพร้อมเดินหน้าผลักดันให้มีการสอบวินัยอย่างรัดกุม และหากยืนยันความผิดจริง ควรให้ชู้คู่นี้ถูกไล่ออกจากราชการทันที

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้ในระบบราชการและองค์กรการศึกษา ก็ไม่เว้นวายจากปัญหาความสัมพันธ์นอกกฎหมาย เมื่อ ‘อาจารย์สุดช้ำ เมียปันใจแอบกินกับ ‘รอง ผอ.’ เพื่อนรักจนลุกลามบานปลายและเกือบจะส่งผลต่อชีวิตของผู้เสียหายในทางลบ’

บทสรุปและบทเรียนสำคัญ

เรื่องนี้ควรเป็นจุดเปลี่ยนที่กระทรวงศึกษาธิการและสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ต้องเร่งสอบและดำเนินการอย่างจริงจัง ศักดิ์ศรีของตัวบุคคลและองค์กรต้องได้รับการปกป้อง เพื่อเป็นการรักษาความเชื่อมั่นของประชาชนในระบบนี้ให้กลับคืนมา

เหตุการณ์เช่นนี้ไม่ใช่เรื่องเบา แต่ควรนำไปสู่การตั้งคำถามถึงจรรยาบรรณของครูสอนศิษย์ แต่กลับประพฤติตนไม่สำรวม การฟ้องร้องและการสอบวินัยจึงจำเป็นอย่างมากเพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นซ้ำ

หากคุณหรือคนรอบตัวมีปัญหาในลักษณะนี้ อย่าเก็บไว้ ควรรีบปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือมูลนิธิด้านกฎหมายทันที เพราะการแก้ไขตั้งแต่เนิ่นๆ อาจช่วยรักษาชีวิตคู่และอาชีพของคุณได้

ที่มา – อาจารย์สุดช้ำ! เมียปันใจแอบกินกับ “รอง ผอ.” เพื่อนรัก กอดจูบชัดๆ บอกแค่หยอกล้อ

Tags:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *