อิหร่านขู่จมเรือรบสหรัฐ ถ้ายังไม่เลิก “เป็นตำรวจ” ในช่องแคบฮอร์มุซ
สถานการณ์ในตะวันออกกลางร้อนระอุอีกครั้ง เมื่อ อิหร่านขู่จมเรือรบสหรัฐ ถ้ายังไม่เลิก “เป็นตำรวจ” ในช่องแคบฮอร์มุซ คำขู่ดังกล่าวมาจากพล.ต. โมห์เซน เรซาอี ที่ปรึกษาทางทหารอาวุโสของอยาตอลเลาะห์ โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ซึ่งวิจารณ์กองทัพสหรัฐที่ทำตัวเหมือนตำรวจในพื้นที่ช่องแคบสำคัญแห่งนี้
อิหร่านขู่จมเรือรบสหรัฐ ถ้ายังไม่เลิก “เป็นตำรวจ” ในช่องแคบฮอร์มุซ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเตหะราน เมื่อวันที่ 16 เมษายน ว่าพล.ต. เรซาอีตั้งคำถามถึงบทบาทของสหรัฐ โดยระบุว่าการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซตามคำสั่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่ใช่หน้าที่ของกองทัพสหรัฐ และหากยังดำเนินการต่อไป ฝ่ายความมั่นคงอิหร่านจะตอบโต้ด้วยการจมเรือรบสหรัฐทันที
ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญที่เชื่อมอ่าวเปอร์เซียกับอ่าวโอมาน โดยผ่านที่นี่มีน้ำมันดิบราว 20-30% ของโลก ทำให้เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญอย่างยิ่ง
พื้นหลังความขัดแย้งที่นำไปสู่คำขู่
กองทัพสหรัฐเริ่มมาตรการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา หลังการเจรจาระหว่างสหรัฐและอิหร่านที่กรุงอิสลามาบัดของปากีสถานล้มเหลว ไม่สามารถหาข้อตกลงยุติสงครามได้ สหรัฐอ้างว่าป้องกันภัยคุกคามจากอิหร่าน ในขณะที่อิหร่านมองว่าเป็นการแทรกแซงอธิปไตย
แม้จะมีการปิดล้อม แต่ข้อมูลการติดตามเส้นทางเรือระบุว่ายังมีเรือบรรทุกสินค้ามากกว่า 20 ลำ ออกจากท่าเรืออิหร่านและแล่นผ่านช่องแคบได้ปกติ สะท้อนถึงความท้าทายในการบังคับใช้มาตรการนี้
ผลกระทบทางเศรษฐกิจและการเมือง
ช่องแคบฮอร์มุซมีความยาว 33 กิโลเมตร กว้างสุด 96 กิโลเมตร และแคบสุดเพียง 21 กิโลเมตร ทำให้เป็นจุดอ่อนไหว หากเกิดการปิดกั้นจริง ราคาน้ำมันโลกอาจพุ่งสูง ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศนำเข้าน้ำมันอย่างจีน ญี่ปุ่น และอินเดีย
- ด้านเศรษฐกิจ: น้ำมันผ่านช่องแคบนี้คิดเป็น 1 ใน 5 ของการค้าทางทะเลโลก
- ด้านการทหาร: อิหร่านมีขีปนาวุธและเรือเร็วที่พร้อมโจมตี
- ด้านการทูต: สหประชาชาติเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายยับยั้งชั่งใจ
ประวัติศาสตร์เคยเกิดเหตุการณ์คล้ายกันในปี 1980s สงครามเรือน้ำมัน ที่อิหร่านและอิรักโจมตีเรือสินค้า สหรัฐตอบโต้ด้วยปฏิบัติการ Praying Mantis จมเรืออิหร่านหลายลำ สถานการณ์ครั้งนี้อาจลุกลามคล้ายเดิม
มุมมองและการวิเคราะห์
คำขู่ของอิหร่านไม่ใช่ครั้งแรก แต่ครั้งนี้รุนแรงเพราะตรงกับช่วงที่สหรัฐเพิ่มกำลังทหารในภูมิภาค นักวิเคราะห์เห็นว่าอิหร่านใช้เป็นเครื่องมือกดดัน เพื่อแลกกับการผ่อนคลาย санкции จากสหรัฐ ในขณะที่ทรัมป์ยืนกรานนโยบายกดดันสูงสุด
นอกจากนี้ อิหร่านยังมีพันธมิตรอย่างรัสเซียและจีนที่อาจสนับสนุนทางอ้อม ทำให้ความตึงเครียดซับซ้อนยิ่งขึ้น
ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์นี้เสี่ยงต่อการเผชิญหน้าโดยไม่ได้ตั้งใจ หากเรือรบทั้งสองฝ่ายเข้าใกล้เกินไป อาจนำไปสู่สงครามเต็มรูปแบบ ผู้ประกอบการค้าทะเลควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
คำแนะนำ: ติดตามข่าวสารล่าสุดจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ และเตรียมแผนสำรองสำหรับห่วงโซ่อุปทานที่พึ่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลาง คุณคิดอย่างไรกับสถานการณ์นี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง!
ที่มา – อิหร่านขู่จมเรือรบสหรัฐ ถ้ายังไม่เลิก “เป็นตำรวจ” ในช่องแคบฮอร์มุซ