อุตรดิตถ์สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่การเมือง จากแดงเป็นหลากสี

จังหวัดอุตรดิตถ์กำลังสร้างความฮือฮาในวงการเมืองไทย เมื่อผลการเลือกตั้ง ส.ส. ล่าสุดแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ จากพื้นที่สีแดงที่เคยครองอิทธิพลมานาน สู่การเมืองที่หลากหลายสีสันมากขึ้น อุตรดิตถ์สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่การเมือง จากพื้นที่สีแดงเป็นหลากสี กันแล้วนะครับ! ผลไม่เป็นทางการจากวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2566 เผยให้เห็นว่าพรรคต่างๆ สามารถเจาะทะลวงเขตเลือกตั้งได้อย่างน่าตกตะลึง

อุตรดิตถ์สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่การเมือง จากพื้นที่สีแดงเป็นหลากสี

เดิมที อุตรดิตถ์เป็นฐานที่มั่นของพรรคเพื่อไทย (พท.) หรือที่เรียกกันว่าพื้นที่สีแดงมาอย่างยาวนาน แต่ในศึกเลือกตั้งครั้งนี้ เขต 1 และ 2 ถูกเจาะไข่แดงเรียบร้อย โดยพรรคภูมิใจไทย (ภท.) และพรรคโอกาสใหม่ (โอก.) คว้าชัยชนะไปครอง ส่วนเขต 3 พรรคเพื่อไทยยังยืนยง ขณะที่บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (พปชร.?) นำโด่ง นี่คือจุดเริ่มต้นของยุคใหม่ที่ทายาทนักการเมืองรุ่นใหม่เข้ามาสานต่อ

ผลการเลือกตั้ง ส.ส. เขตละเอียดยิบ

มาดูผลคะแนนกันแบบชัดๆ เลยครับ:

  • เขต 1: นายพิญชยุตม์ พอจิต (ภท. เบอร์ 2) ชนะด้วย 34,929 คะแนน เหนือ น.ส.อัญชิสา ศุภรักษ์จินดา (พท. เบอร์ 3) ที่ได้ 19,435 คะแนน ลูกชายอัยการดัง พิระศักดิ์ พอจิต อดีต สนช. ทำเซอร์ไพรส์ใหญ่
  • เขต 2: น.ส.รสรินทร์ ศรัณย์เกตุ (โอก. เบอร์ 4) คว้าชัย 29,747 คะแนน เอาชนะ นายวารุจ ศิริวัฒน์ (พท. เบอร์ 5) 17,270 คะแนน ลูกสาวอดีต ส.ส.หนวดงาม ศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ สร้างประวัติศาสตร์ให้พรรคโอกาสใหม่มี ส.ส.คนแรก
  • เขต 3: นายรวี เล็กอุทัย (พท. เบอร์ 1) ยังเหนียวแน่น 38,074 คะแนน เหนือ น.ส.จิรายุ ดวงแก้ว (พปชร. เบอร์ 2) 17,027 คะแนน

สำหรับบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนนำที่ 57,634 คะแนน ตามด้วยเพื่อไทย 52,115 คะแนน และภูมิใจไทย 31,505 คะแนน ส่วนผลประชามติ เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ 130,418 คะแนน (59%) ไม่เห็นชอบ 67,641 คะแนน (31%) และกากะบัต 21,891 คะแนน (9.95%)

นัยยะสำคัญของการเปลี่ยนแปลงการเมืองอุตรดิตถ์

การที่ อุตรดิตถ์สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่การเมือง จากพื้นที่สีแดงเป็นหลากสี ไม่ใช่เรื่องบังเอิญครับ มันสะท้อนถึงกระแสท้องถิ่นที่ต้องการทางเลือกใหม่ๆ นักการเมืองรุ่นเก่าอย่างนายชัยศิริ ศุภรักษ์จินดา นายก อบจ. และอดีต ส.ส.ศรัณย์วุฒิ ส่งทายาทลงสู้ สร้างการแข่งขันที่เข้มข้น พื้นที่แดงที่เคยเหนียวแน่นถูกท้าทายด้วยนโยบายท้องถิ่นและเครือข่ายครอบครัวนักการเมืองเก่าแก่ นี่อาจเป็นสัญญาณว่าการเมืองไทยกำลังกระจายอำนาจมากขึ้น

ย้อนดูเลือกตั้งครั้งก่อน อุตรดิตถ์เคยเป็นแดงทั้ง 3 เขต แต่ครั้งนี้หลากสี ทำให้ ส.ส. จาก 3 พรรคต่างหาก นอกจากนี้ ผลบัญชีรายชื่อที่พรรคประชาชนนำ ยังบอกถึงกระแสอนาคตใหม่ๆ ในจังหวัดนี้ด้วย

ในมุมมองของผม การเมืองหลากสีแบบนี้ดีต่อประชาชน เพราะจะมีคะแนนเสียงกระจาย ไม่ผูกขาดพรรคใดพรรคหนึ่ง สร้างการตรวจสอบที่เข้มแข็งขึ้น คุณคิดเห็นอย่างไรกับการเปลี่ยนแปลงนี้? แสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวการเมืองท้องถิ่นจากเราเพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด!

ที่มา – อุตรดิตถ์สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่การเมือง จากพื้นที่สีแดงเป็นหลากสี

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *