อุทาหรณ์! เมียช่วยผัวโดนงูเห่ากัด ใช้ปากดูดพิษเข้า รพ.ทั้งคู่
เชื่อว่าหลายคนคงเคยเห็นฉากในหนังหรือละครโทรทัศน์ที่ตัวเอกถูกงูกัดแล้วมีคนใจกล้าเข้าไปช่วยด้วยการใช้ปากดูดพิษออกมา แต่ทราบไหมครับว่า อุทาหรณ์! เมียช่วยผัวโดนงูเห่ากัด ใช้ปากดูดพิษเข้า รพ.ทั้งคู่ จากเหตุการณ์ล่าสุดที่ประเทศจีน เป็นเครื่องพิสูจน์ชัดเจนแล้วว่าวิธีนี้เป็นวิธีที่ผิดมหันต์และอันตรายมากกว่าที่คิด
ความจริงที่น่ากลัวเมื่อ อุทาหรณ์! เมียช่วยผัวโดนงูเห่ากัด ใช้ปากดูดพิษเข้า รพ.ทั้งคู่
เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อเกษตรกรรายหนึ่งในมณฑลยูนนานถูกงูเห่ากัดนิ้วขณะทำงานในนา ด้วยความตกใจและอยากช่วยเหลือสามี ภรรยาจึงใช้วิธีที่เคยเห็นในสื่อโดยการใช้ปากดูดบาดแผลเพื่อเอาพิษออก ผลที่ตามมาคือหลังจากส่งสามีเข้าโรงพยาบาลไม่นาน ฝ่ายภรรยากลับเริ่มมีอาการชาที่ลิ้นและใบหน้า จนต้องหามส่งโรงพยาบาลตามไปอีกคน นี่คือบทเรียนสำคัญจากเหตุการณ์ อุทาหรณ์! เมียช่วยผัวโดนงูเห่ากัด ใช้ปากดูดพิษเข้า รพ.ทั้งคู่ ที่ทุกคนควรจำไว้เป็นเยี่ยงอย่าง
ทำไมการดูดพิษงูถึงอันตราย?
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญออกมาเตือนอย่างชัดเจนว่า เยื่อบุในช่องปากของมนุษย์มีเส้นเลือดฝอยจำนวนมาก ซึ่งเป็นช่องทางที่พิษงูจะดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้เร็วมาก ยิ่งไปกว่านั้น รอยเขี้ยวของงูพิษจะมีขนาดเล็กและลึกเกินกว่าที่การดูดด้วยแรงปากจะนำพิษออกมาได้จริง การทำเช่นนั้นมีแต่จะทำให้ผู้ช่วยเหลือได้รับพิษเข้าไปเต็มๆ
- ห้ามใช้ปากดูดพิษงูเด็ดขาด
- ห้ามกรีดแผลหรือใช้ไฟลน
- ห้ามประคบน้ำแข็งบนบาดแผล
หากคุณหรือคนใกล้ชิดถูกงูกัด วิธีปฐมพยาบาลที่ดีที่สุดคือการตั้งสติ ล้างทำความสะอาดแผลเบื้องต้นด้วยน้ำสะอาด พยายามเคลื่อนไหวร่างกายให้น้อยที่สุดเพื่อไม่ให้พิษกระจายตัว และรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุดโดยต้องจำลักษณะของงูเอาไว้ให้ได้ จะดีกว่าการใช้วิธีที่ไม่ได้มาตรฐานตามความเชื่อผิดๆ
บทเรียนในครั้งนี้ทำให้เราเห็นว่าละครกับชีวิตจริงนั้นแตกต่างกันมาก อย่าปล่อยให้ความปรารถนาดีกลายเป็นต้นเหตุของความสูญเสีย หากเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น การพึ่งพาทางการแพทย์คือทางออกที่ถูกต้องและปลอดภัยที่สุดเสมอครับ
ที่มา – อุทาหรณ์! เมียหวังช่วยผัวโดนงูเห่ากัด ใช้ปากดูดพิษแบบในทีวี สุดท้ายโดนพิษเข้า รพ.ทั้งคู่
