เกิดผลชี้! กัน จอมพลัง รอดฉ้อโกง หากไม่มีเจตนา

คดีของ กัน จอมพลัง กำลังเป็นที่จับตามองของสังคม และล่าสุด นายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความชื่อดัง ได้ออกมาให้ความเห็นทางกฎหมายที่น่าสนใจเกี่ยวกับประเด็นนี้ โดยเฉพาะเรื่องความผิดฐานฉ้อโกงที่อาจเกิดขึ้นได้ วันนี้เราจะมาเจาะลึกถึงประเด็นที่ทนายเกิดผลได้กล่าวถึง เพื่อให้ทุกคนเข้าใจข้อกฎหมายและสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ง่ายยิ่งขึ้น

เกิดผลชี้! กัน จอมพลัง รอดฉ้อโกง หากไม่มีเจตนา

นายเกิดผล แก้วเกิด ได้โพสต์ข้อความที่ระบุว่า หัวใจสำคัญของความผิดฐานฉ้อโกง คือ “เจตนาทุจริต” หมายความว่า ถ้าหากไม่มีเจตนาที่จะโกงตั้งแต่แรก แม้ว่าจะไม่ได้บอกความจริงทั้งหมด ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงเสมอไป การหลอกลวงหรือปิดบังข้อความจริงตามกฎหมาย จะเป็นความผิดฐานฉ้อโกงได้ก็ต่อเมื่อ ผู้กระทำมีเจตนาทุจริต เพื่อให้ได้ทรัพย์สินของผู้อื่นไปเป็นของตนเอง หรือของบุคคลที่สาม

คำว่า “ทุจริต” ในที่นี้ หมายถึง การแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบด้วยกฎหมาย ดังนั้น การพิจารณาว่า มูลนิธิกันจอมพลัง ช่วยสู้ หรือ ตัว คุณกัน จอมพลัง เอง จะมีความผิดฐานฉ้อโกงหรือไม่ จึงขึ้นอยู่กับการพิสูจน์ว่า มีเจตนาทุจริตหรือไม่นั่นเอง

เจตนาทุจริตคืออะไร? ทำไมถึงสำคัญ?

เจตนาทุจริต หมายถึง การตั้งใจที่จะโกงตั้งแต่แรก หากมีการพิสูจน์ได้ว่า มีการวางแผนที่จะเปิดมูลนิธิเพื่อหลอกลวงประชาชน เพื่อให้ได้ทรัพย์สินมาเป็นของตนเองหรือผู้อื่นตั้งแต่ต้น ก็จะถือว่ามีความผิดฐานฉ้อโกงอย่างแน่นอน แต่ถ้าหากไม่มีเจตนาที่จะโกงตั้งแต่แรก แม้จะมีการปิดบังชื่อกรรมการหรือผู้จัดตั้งมูลนิธิ ก็ยังไม่ถือว่าเป็นความผิดตามกฎหมาย เพราะกฎหมายให้ความสำคัญกับเจตนาเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุด

การพิจารณาคดีฉ้อโกงจึงไม่ใช่แค่การดูว่ามีการหลอกลวงหรือไม่ แต่ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่ามีเจตนาทุจริตตั้งแต่แรกเริ่ม หากไม่มีเจตนาทุจริต การกระทำนั้นก็อาจจะไม่เข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกง

ยกตัวอย่างเช่น หากคุณกัน จอมพลัง เปิดมูลนิธิด้วยความตั้งใจที่จะช่วยเหลือสังคมอย่างแท้จริง แต่ภายหลังอาจจะมีการบริหารจัดการที่ไม่โปร่งใส หรือไม่ได้เปิดเผยข้อมูลบางอย่าง ก็อาจจะไม่ถือว่ามีความผิดฐานฉ้อโกง หากพิสูจน์ได้ว่าไม่มีเจตนาที่จะโกงตั้งแต่แรก

ประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณาในการตัดสินว่าคุณกัน จอมพลัง จะมีความผิดฐานเกิดผลชี้! กัน จอมพลัง รอดฉ้อโกง หากไม่มีเจตนา หรือไม่ คือเรื่องของ “เจตนา” จริงๆ หากพิสูจน์ได้ว่าไม่มีเจตนาตั้งแต่แรก การกระทำต่างๆ ก็จะไม่เข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกง

ในทางตรงกันข้าม ถ้าหากพบว่ามีการวางแผนและตั้งใจที่จะหลอกลวงประชาชนตั้งแต่แรก การกระทำนั้นก็จะถือว่าเป็นความผิดฐานฉ้อโกงอย่างแน่นอน

คดีนี้จึงเป็นอุทาหรณ์ให้ทุกคนได้ตระหนักถึงความสำคัญของ “เจตนา” ในทางกฎหมาย และการทำความเข้าใจข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกง เพื่อที่จะสามารถวิเคราะห์และพิจารณาคดีต่างๆ ได้อย่างถูกต้องแม่นยำ

ดังนั้น การที่จะฟันธงว่าคุณกัน จอมพลัง จะรอดพ้นจากข้อกล่าวหาฉ้อโกงหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการพิจารณาและพิสูจน์เจตนาเป็นสำคัญ ซึ่งเป็นหน้าที่ของกระบวนการยุติธรรมที่จะต้องดำเนินการต่อไป

อย่างไรก็ตาม การออกมาให้ความเห็นของทนายเกิดผลในครั้งนี้ ถือเป็นการให้ความรู้ทางกฎหมายที่สำคัญแก่ประชาชน และช่วยให้สังคมเข้าใจประเด็นทางกฎหมายในคดีนี้ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

สุดท้ายนี้ หากคุณกำลังพิจารณาบริจาคเงินให้กับองค์กรการกุศลใดๆ ควรตรวจสอบข้อมูลและรายละเอียดขององค์กรนั้นๆ ให้รอบคอบเสียก่อน เพื่อให้มั่นใจว่าเงินบริจาคของคุณจะถูกนำไปใช้อย่างโปร่งใสและเป็นประโยชน์อย่างแท้จริง

การที่ทนายเกิดผลออกมาให้ความเห็นในเรื่อง เกิดผลชี้! กัน จอมพลัง รอดฉ้อโกง หากไม่มีเจตนา นั้น เป็นการตอกย้ำว่า กฎหมายให้ความสำคัญกับเจตนาเป็นอย่างมากในการพิจารณาความผิดทางอาญา และการขาดซึ่งเจตนาทุจริต อาจทำให้การกระทำที่ดูเหมือนผิดกฎหมาย กลายเป็นไม่ผิดได้

ที่มา – ฟันธง! ‘เกิดผล’ ชี้ ‘กัน จอมพลัง’ รอดฉ้อโกง หากไม่มีเจตนาทุจริตมาแต่ต้น!

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *