เจาะลึก ‘พริษฐ์’ เปิด 4 พิรุธ คณะอนุวินิจฉัยฯ ชุดที่ 36
กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงการเมืองไทย เมื่อนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส. บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ได้ออกมาตั้งคำถามถึงความโปร่งใสและกระบวนการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยเฉพาะกรณีของ ‘พริษฐ์’ เปิด 4 พิรุธ คณะอนุวินิจฉัยฯ ชุดที่ 36 ที่สรุปผลออกมาว่าไม่มีใครมีความผิดเลยแม้แต่คนเดียว ซึ่งสวนทางกับข้อมูลหลักฐานที่มีอยู่
‘พริษฐ์’ เปิด 4 พิรุธ คณะอนุวินิจฉัยฯ ชุดที่ 36 ที่สังคมต้องจับตา
เหตุการณ์นี้เริ่มต้นจากการเปรียบเทียบการทำงานระหว่างคณะไต่สวนชุดที่ 26 และชุดที่ 36 ซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงในแง่ของความละเอียดรอบคอบและหลักฐาน นายพริษฐ์ได้ชี้ให้เห็นถึงความผิดปกติใน 4 ประเด็นสำคัญ ดังนี้:
เจาะลึก 4 ข้อกังขาของ ‘พริษฐ์’ เปิด 4 พิรุธ คณะอนุวินิจฉัยฯ ชุดที่ 36
- ที่มาและความจำเป็นไม่ชัดเจน: กกต. ไม่สามารถอธิบายเหตุผลที่ต้องตั้งคณะชุดนี้ขึ้นมาใหม่ได้อย่างสมเหตุสมผล ทั้งที่ชุดเดิมทำงานได้ดีอยู่แล้ว อีกทั้งยังขาดความชัดเจนเรื่องประสบการณ์เฉพาะทางของกรรมการ
- กระบวนการทำงานที่เป็นหลุมดำ: เมื่อเทียบกับการทำงานของชุดที่ 26 ที่ประชุมร่วม 80 ครั้ง แต่ชุดที่ 36 กลับประชุมน้อยกว่าและขาดความโปร่งใสในข้อมูลผลลัพธ์
- ข้อสงสัยเรื่องธงทางการเมือง: การวินิจฉัยดูเหมือนเป็นการปกป้องนักการเมืองบางกลุ่ม พยายามตีความกฎหมายเพื่อปฏิเสธการมีอยู่ของขบวนการทุจริต
- ผลลัพธ์ที่ย้อนแย้งกับบรรทัดฐานเดิม: คณะชุดนี้สรุปว่าไม่มีใครผิด ทั้งที่กกต. เคยใช้มาตรฐานเพียงแค่หลักฐานแชทไลน์ก็สามารถสั่งฟ้องคดีอื่นได้แล้ว
การทำงานของคณะชุดนี้จึงถูกตั้งคำถามว่า เป็นการทำงานเพื่อพิสูจน์ความจริง หรือเป็นการพยายามตีตกหลักฐานเพื่อให้เรื่องจบไปกันแน่ นายพริษฐ์มองว่า การตีความที่บิดเบี้ยวนี้อาจทำลายความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมในอนาคต หากไม่มีคำตอบที่ชัดเจนจาก กกต. ว่าเหตุใดมาตรฐานการลงโทษจึงมีความลักลั่นกันเช่นนี้ ประชาชนย่อมมีสิทธิที่จะเคลือบแคลงใจต่อการปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรอิสระที่ควรจะเป็นที่พึ่งของระบอบประชาธิปไตย
ท้ายที่สุดแล้ว เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวบุคคล แต่เป็นเรื่องของมาตรฐานความยุติธรรมที่ต้องโปร่งใสและตรวจสอบได้ เพื่อให้สังคมไทยเดินหน้าต่อไปได้อย่างสง่างามโดยไร้ข้อกังขาจากอำนาจแฝงครับ