เจาะลึก ‘พิพัฒน์’ให้คำมั่นไม่เรียกรับส่วย ท้าสส.ตรวจสอบ

‘พิพัฒน์’ให้คำมั่นไม่เรียกรับส่วย ท้าสส.ตรวจสอบการทำงานต่อไป

กลายเป็นประเด็นที่หลายคนกำลังจับตามองในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา เมื่อ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ออกมาแสดงจุดยืนที่ชัดเจนเกี่ยวกับปัญหาการทุจริตในโครงการรัฐ โดยได้กล่าวประโยคสำคัญที่ว่า ‘พิพัฒน์’ให้คำมั่นไม่เรียกรับส่วย ต่อหน้าสมาชิกสภาฯ ในขณะที่พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570

ประเด็นนี้เริ่มต้นมาจากการตั้งคำถามของ นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ สส.พรรคประชาชน ที่ต้องการให้รัฐมนตรีประกาศเจตนารมณ์ต่อสาธารณะว่าจะไม่มีเรื่อง ‘ส่วย’ เข้ามาเกี่ยวข้องกับการทำงานในยุคนี้ ซึ่งนายพิพัฒน์ได้ตอบกลับอย่างมั่นใจว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมาในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีมาหลายกระทรวง ตนไม่เคยมีประวัติด่างพร้อยเรื่องการคอร์รัปชัน และพร้อมให้ทุกฝ่ายพิสูจน์การทำงานอย่างใกล้ชิด

มุมมองการบริหารงานของ ‘พิพัฒน์’ให้คำมั่นไม่เรียกรับส่วย

นอกจากเรื่องการทุจริตแล้ว นายพิพัฒน์ยังได้แบ่งปันแนวคิดในการบริหารกระทรวงคมนาคมที่เน้นความโปร่งใสเป็นที่ตั้ง เขากล่าวว่าแม้ตนจะไม่มีความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโดยตรง แต่ก็นำหลักการบริหารธุรกิจมาปรับใช้ โดยเป้าหมายหลักไม่ใช่การสร้าง ‘กำไร’ ของกระทรวง แต่เป็นการ ‘ลดค่าใช้จ่าย’ และส่งมอบบริการที่ดีที่สุดให้กับประชาชนจากเงินภาษีของทุกคน

หัวใจสำคัญของการทำงานในยุคนี้มีดังนี้:

  • เน้นความโปร่งใสตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน
  • ลดภาระงบประมาณที่ไม่จำเป็นลงให้มากที่สุด
  • เน้นการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนเป็นหลัก
  • พร้อมให้ สส. เข้าตรวจสอบการทำงานอย่างเข้มข้น

นายพิพัฒน์ย้ำว่า การทำงานในกระทรวงที่ใช้งบประมาณมหาศาลอย่างกระทรวงคมนาคม จำเป็นต้องมีบรรทัดฐานที่ชัดเจน การที่เขาย้ำว่า ‘พิพัฒน์’ให้คำมั่นไม่เรียกรับส่วย จึงถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อผู้รับเหมาและภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าการบริหารงานต่อจากนี้จะมีความเป็นธรรมและไม่มีเรื่อง ‘ค่าต๋ง’ เข้ามาเป็นอุปสรรค

ความคืบหน้าการแก้ปัญหาน้ำท่วมหาดใหญ่

สืบเนื่องจากการชี้แจงในสภา นายพิพัฒน์ยังได้กล่าวถึงเรื่องการเตรียมความพร้อมรับมือน้ำท่วมในพื้นที่เทศบาลนครหาดใหญ่ โดยย้ำว่ารัฐบาลมีความห่วงใยและสั่งการให้ทางจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเตรียมพร้อมซักซ้อมอุปกรณ์ให้ดี เพราะอุปกรณ์ที่ทันสมัยจะไร้ค่าทันทีหากขาดการดูแลและฝึกซ้อมที่สม่ำเสมอ

ในมุมมองของเรา การที่รัฐมนตรีออกมาประกาศเจตนารมณ์ในสภานับเป็นการเริ่มต้นที่ดี แต่สิ่งสำคัญกว่านั้นคือการติดตามผลลัพธ์ในระยะยาว ว่าจะสามารถเปลี่ยนคำมั่นสัญญาให้กลายเป็นความโปร่งใสที่จับต้องได้จริงหรือไม่ เชื่อว่าหากมีการตรวจสอบอย่างจริงจังตามที่รัฐมนตรีท้าไว้ งานนี้จะมีประสิทธิภาพขึ้นอย่างแน่นอนครับ

ที่มา – ‘พิพัฒน์’ให้คำมั่นไม่เรียกรับส่วย – ท้าสส.ตรวจสอบการทำงานต่อไป

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *