เจ้าของร้านอาหารอุบลฯแจ้งเอาผิดกลุ่ม 5 ชายอ้างเป็นตำรวจรีดเงิน 20,000 บาท
เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกฤตวิทย์ (สงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี เจ้าของร้านอาหารใน อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ได้เดินทางไปแจ้งความที่ สภ.เมืองอุบลราชธานี โดยมี พ.ต.อ.ภคพงษ์ ซื่อสกุล รองสารวัตรสอบสวน รับเรื่องไว้ดำเนินการสอบสวน
เหตุการณ์ของกลุ่ม 5 ชายอ้างเป็นตำรวจรีดเงิน
จากการสอบถามผู้เสียหายพบว่า เมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. ของวันที่ 18 สิงหาคม 2568 ขณะที่นายกฤตวิทย์ไม่อยู่ที่ร้าน มีผู้ชายกลุ่มหนึ่งจำนวน 5 คน เข้ามายังร้านอาหารดังกล่าว โดยกล่าวอ้างว่าตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจของ สภ.เมืองอุดรธานี จากนั้นกลุ่มคนดังกล่าวได้อ้างว่าร้านมีการเปิดเกินเวลา และขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกินเวลาที่กฎหมายกำหนด จึงสามารถปรับร้านได้สูงถึง 20,000 บาท
กลุ่มชายอ้างเป็นตำรวจรีดเงินแบบบังคับ
นายกฤตวิทย์ระบุว่า หลังจากถูกกล่าวหาว่าผิดกฎหมายเกี่ยวกับการเปิดร้าน กลุ่มชายทั้ง 5 ได้ตั้งเงื่อนไขว่า หากต้องการให้ร้านไม่ถูกดำเนินคดีและสั่งปิด ต้องจ่ายเงินจำนวน 20,000 บาท ให้แก่พวกเขาทันที มิฉะนั้นจะมีการแจ้งดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป ซึ่งผู้ดูแลร้านที่อยู่ในเหตุการณ์จึงตัดสินใจนำเงินจำนวน 20,000 บาท ไปส่งยังห้องสืบสวนของ สภ.เมืองอุบลราชธานี เพื่อช่วยให้สถานการณ์คลี่คลาย
ภายหลังจากที่กลุ่มชายได้เงินไปแล้ว พวกเขายังกล่าวอีกว่า เงินดังกล่าวเป็น “คำสั่งจากผู้บังคับบัญชา” เพื่อ “เคลียร์คดีให้ไม่ให้ร้านถูกปิด” เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้นายกฤตวิทย์รู้สึกสงบไม่ได้ และตัดสินใจแจ้งความเพื่อขอความเป็นธรรม
ประเด็นหลักที่ผู้เสียหายต้องการให้ความชัดเจนคือ ว่ากลุ่มผู้ชายทั้ง 5 ที่อาจหลอกลวงอ้างสถานะเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้น มีความผิดจริงหรือไม่ ซึ่งศาลและเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องดำเนินการสอบสวนอย่างละเอียดเพื่อมอบความยุติธรรมแก่ผู้เสียหาย
ร้านอาหารยังมีปัญหาอื่นจากการฉ้อโกง?
ขณะนี้ สภ.เมืองอุบลราชธานียังอยู่ระหว่างการสอบสวนเรื่องเพิ่มเติม ว่าหากมีร้านอาหารอื่นๆ ที่ได้รับความเสียหายในรูปแบบเดียวกันหรือไม่ และมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ต้องสงสัยคนเดียวกันหรือไม่
พ.ต.อ.ภคพงษ์ กล่าวว่า ตำรวจพร้อมรับฟังข้อเท็จจริง และหากมีการกล่าวอ้างเป็นเจ้าหน้าที่เพื่อจุดประสงค์ในการฉ้อโกง นับเป็นความผิดหนัก และ poised to face prosecution under several criminal statutes
- การฉ้อโกงของประชาชน
- การใช้ตำแหน่งปลอม
- การบิดเบือนข้อเท็จจริงเพื่อก่ออาชญากรรม
สิ่งสำคัญสำหรับเจ้าของธุรกิจแหล่งอาหารหรือเครื่องดื่ม คือ การมีความรู้เกี่ยวกับกฎหมายการเปิดร้าน และมีการบันทึกหลักฐานกรณีมีผู้อ้างสถานะอย่างแปลกปลอม เพื่อให้สามารถแจ้งความได้ในเวลาที่เหมาะสม
หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจหรือเคยประสบเหตุการณ์ทำนองเดียวกัน ควรติดต่อเจ้าหน้าที่ทันที และเก็บหลักฐานต่างๆ เช่น ภาพถ่าย เสียง หรือพยานหลักฐานอื่นๆ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบและดำเนินคดีได้อย่างเหมาะสม
เป็นการน่าเศร้าที่ต้องพบเห็นเหตุการณ์ประเภทนี้เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อผู้ประกอบการรายย่อยที่ต้องใช้ความยากลำบากในการค้าขาย หากยังต้องมาทนรับภาระจากการฉ้อโกงแบบแอบอ้างจากกลุ่มบุคคลในชุดตำรวจ ก็ควรช่วยกันส่งเสียงผ่านสื่อและเจ้าหน้าที่ให้เหตุการณ์ไม่เกิดขึ้นซ้ำอีก
ที่มา – เจ้าของร้านอาหารโร่แจ้งเอาผิด 5 ชายฉกรรจ์ อ้างเป็นตำรวจรีดเงิน 2 หมื่น