เชียงใหม่-ลำพูน นำประเทศคำขอใช้พื้นที่ป่าไม่ได้รับอนุญาต
เมื่อวันที่ 18 กันยายน นายปิยะพงษ์ ประพันธ์วัฒนะ ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ ที่ 1 (เชียงใหม่) เปิดเผยว่า ภายหลังจากการเปิดโอกาสให้หน่วยงานและองค์กรต่างๆ ที่เคยใช้ พื้นที่ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต สามารถยื่นคำขอใช้สิทธิ์ตามมติ ครม. ทั้ง 2 ครั้งในปี 2563 และ 2564 นั้น ขณะนี้พบว่า จังหวัดเชียงใหม่และลำพูนมีจำนวนคำขอใช้พื้นที่ป่าไม่ได้รับอนุญาตสูงสุดของประเทศ
เชียงใหม่-ลำพูน นำประเทศคำขอใช้พื้นที่ป่าไม่ได้รับอนุญาต
จากข้อมูลที่รวบรวมได้ มีคำขอใช้พื้นที่ป่ารวมทั้งสิ้น 9,725 คำขอ โดย เชียงใหม่อยู่อันดับต้นๆ ของประเทศ ซึ่งประกอบด้วยจังหวัดเชียงใหม่จำนวน 8,396 คำขอ และลำพูน 1,329 คำขอ โดยแบ่งเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติและตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 อย่างละเอียด
จนถึงปัจจุบัน มีเพียงประมาณ 744 คำขอจากพื้นที่ป่าสงวนฯ และ 14 คำขอจากกฎหมายป่าไม้ปี 2484 ที่ผ่านการพิจารณาเบื้องต้น แต่เพียง 146 คำขอสำหรับพื้นที่ป่าสงวน และเพียง 29 คำขอจาก พ.ร.บ. เดิมเท่านั้นที่ออกใบอนุญาตเรียบร้อยแล้ว ขณะที่อีกส่วนต้องรอการตรวจสอบเพิ่มเติม และยังมีบางรายที่พลาดส่งเอกสารครบถ้วน
ประเด็นสำคัญของคำขอใช้พื้นที่ป่า
หนึ่งในปัญหาที่ทำให้คำขอล่าช้า คือ ความไม่ครบถ้วนของเอกสารรวมถึงความล่าช้าในการส่งข้อมูลจากผู้ยื่นคำขอ ซึ่งส่งผลให้ไม่สามารถส่งต่อไปยังคณะกรรมการระดับกรมและกระทรวงฯ ได้ตามกำหนดเวลา
อย่างไรก็ตาม ด้วยความพยายามแก้ไขปัญหา กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้มีมติ ครม. ครั้งใหม่เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2568 เพื่อขยายระยะเวลาให้หน่วยงานและองค์กรที่ยังไม่ได้ส่งเอกสารครบถ้วนสามารถส่งเพิ่มเติมได้อีก 180 วัน ตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป
ด้วยมาตรการผ่อนปรนนี้ หน่วยงานที่มีการยื่นคำขอภายในกรอบเวลาที่กำหนด แม้ใบอนุญาตจะยังไม่ออก ก็สามารถนำไปใช้งบประมาณในการปรับปรุงพื้นที่ได้ทันที ถือเป็นแนวทางที่สร้างประโยชน์ต่อประชาชนและองค์กรอย่างแท้จริง
ขณะนี้มีคำขอที่ยื่นเข้ามาเพิ่มเติมภายใต้มติครั้งที่ 3 จำนวน 5,025 คำขอ โดย จังหวัดเชียงใหม่นั้นมีมากถึง 3,255 คำขอ ซึ่งถือเป็นอันดับต้นของประเทศ ทำให้ เชียงใหม่และลำพูนปิดอันดับหนึ่งในเรื่องคำขอนี้
หน่วยงานยังไม่ควรประมาทกับต้นแบบและเอกสาร!
หน่วยงานที่มีโครงการสาธารณูปโภคเช่น ถนน ไฟฟ้า รวมถึงวัดและที่พักสงฆ์ในพื้นที่ ควรรีบส่งเอกสารเพิ่มเติมภายในเวลาที่กำหนด (ภายใน 30 วัน) อย่าปล่อยให้สิทธิและความช่วยเหลือล่าช้า เพื่อประโยชน์ของพื้นที่และประชาชนในเขตพื้นที่โดยตรง
หากต้องการใช้ประโยชน์จาก คำขอใช้พื้นที่ป่าไม่ได้รับอนุญาต อย่างถูกต้องตามกฎหมาย หน่วยงานควรตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารและขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องเพื่อให้งานดำเนินไปอย่างราบรื่น
อย่าลืมว่า กิจกรรมใดๆ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ป่า ต้องมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและประชาชนใกล้เคียง ความไม่รีบเร่งในตอนนี้อาจกลายเป็นปัญหาใหญ่ในอนาคตได้
