เปิดหลักฐาน สท. 2 มัด! ทายาทที่ดินวัดป่าดุลยารามต้องโอน
เปิดหลักฐาน สท. 2 มัด! ทายาทที่ดินวัดป่าดุลยารามต้องโอน
กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในรายการโหนกระแสเมื่อวันที่ 13 ส.ค. ที่ผ่านมา สำหรับข้อพิพาทที่ดินวัดป่าดุลยาราม จ.ขอนแก่น ระหว่างทางวัดและกลุ่มคนที่อ้างว่าเป็นทายาทของ ‘นายเฮียง’ เจ้าของที่ดินเดิม ซึ่งเรื่องนี้มีความคืบหน้าสำคัญเมื่อ “มหาหมี” หรือ ดร. ประยุทธ์ ประเทศเสนา ได้ออกมาให้ความเห็นทางกฎหมายแบบฟันธงว่า เปิดหลักฐาน สท. 2 มัด! “มหาหมี” ชี้ชัดที่ดินวัดป่าดุลยาราม ทายาทมีหน้าที่แค่โอน ไม่ใช่ยึดคืน
หลายคนอาจสงสัยว่า ในเมื่อชื่อหลังโฉนดยังเป็นของนายเฮียง ทำไมทายาทถึงไม่มีสิทธิ์ยึดคืน? มหาหมีอธิบายว่า กรณีนี้ไม่ได้ใช้กฎหมายแพ่งทั่วไป แต่เป็นกฎหมายมหาชนและ พ.ร.บ. คณะสงฆ์ การถวายที่ดินให้วัดนั้นมีความพิเศษ เพราะเมื่อเจ้าของแสดงเจตจำนงถวายเพื่อสร้างวัด ที่ดินนั้นย่อมตกเป็นของวัดทันทีตามแนวคำพิพากษาศาลฎีกาจำนวนมาก
เหตุผลทางกฎหมายที่ทายาทควรทราบ
มหาหมีชี้แจงว่า กฎกระทรวงฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2507) ออกตามความใน พ.ร.บ. คณะสงฆ์ ข้อ 5 ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า เมื่อสร้างวัดเสร็จสิ้น ทายาทของผู้ถวายมีหน้าที่ตามกฎหมายในการโอนที่ดินให้เป็นชื่อของวัด ไม่ว่าจะใช้เวลานานเพียงใดก็ตาม โดยหลักฐานชิ้นสำคัญที่ทนายบอยนำมาแสดงคือ หนังสือ สท. 2 ซึ่งนายเฮียงได้ลงนามไว้กับนายอำเภอ เพื่ออนุญาตให้ใช้ที่ดินสร้างวัด ดังนั้นสิทธิในที่ดินของทายาทจึงขาดไปตั้งแต่วันที่ถวายโฉนดแล้ว
- ที่ดินวัดป่าดุลยารามเป็นสมบัติของแผ่นดินตั้งแต่มีการถวาย
- หลักฐาน สท. 2 ยืนยันเจตนาการอุทิศที่ดินเพื่อพระพุทธศาสนา
- ทายาทไม่มีสิทธิ์ยึดคืน เพราะกฎหมายมหาชนคุ้มครองที่ดินวัดไว้
สรุปแล้ว การอ้างกรรมสิทธิ์โดยดูเพียงชื่อหลังโฉนดอาจไม่เพียงพอในกรณีที่ดินวัด เพราะเมื่อมีการลงนามใน สท. 2 เพื่อมอบที่ดินให้เป็นศาสนสมบัติแล้ว เจตจำนงดังกล่าวถือเป็นเด็ดขาดและผูกพันทายาททุกคนตามกฎหมาย การที่ทายาทออกมาเรียกร้องคืนจึงถือว่าผิดเจตนารมณ์เดิมของผู้ถวายอย่างสิ้นเชิง
ท้ายที่สุดแล้ว ความเป็นธรรมย่อมปรากฏเมื่อใช้กฎหมายให้ถูกต้องตามเจตจำนงของผู้ที่เสียสละเพื่อพระพุทธศาสนา หวังว่ากรณีนี้จะเป็นบรรทัดฐานให้แก่ที่ดินวัดอื่นๆ ทั่วประเทศ เพื่อไม่ให้เกิดข้อพิพาทระหว่างทายาทกับทางวัดในลักษณะนี้อีก
ที่มา – เปิดหลักฐาน สท. 2 มัด! “มหาหมี” ชี้ชัดที่ดินวัดป่าดุลยาราม ทายาทมีหน้าที่แค่โอน ไม่ใช่ยึดคืน