เปิดเวทีถกร่างกฎหมายส่งเสริมและคุ้มครองแรงงานแพลตฟอร์ม
ประเด็นแรงงานแพลตฟอร์มกำลังได้รับความสนใจมากขึ้น หลังมีการเตรียม เปิดเวทีถกร่างกฎหมายส่งเสริมและคุ้มครองแรงงานแพลตฟอร์ม เพื่อรับฟังเสียงจากไรเดอร์และผู้เกี่ยวข้องโดยตรง เวทีดังกล่าวมุ่งสะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในการทำงานผ่านแอปพลิเคชัน ไม่ว่าจะเป็นรายได้ที่ไม่แน่นอน ต้นทุนการทำงานที่เพิ่มขึ้น หรือการถูกระงับบัญชีโดยไม่มีช่องทางอุทธรณ์ที่ชัดเจน
พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชาติ เปิดเผยว่า จะมีการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นในหัวข้อร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและคุ้มครองแรงงานแพลตฟอร์ม พ.ศ. … ในวันเสาร์ที่ 31 ต.ค. 69 เวลา 14.00-16.00 น. ที่บ้านสวนรุสนานี ตำบลท่าช้าง อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา โดยมีตัวแทนจากภาครัฐ พรรคการเมือง อดีตเจ้าหน้าที่ ศอ.บต. กลุ่มรวมใจไรเดอร์ และสหภาพไรเดอร์เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
เปิดเวทีถกร่างกฎหมายส่งเสริมและคุ้มครองแรงงานแพลตฟอร์ม
หัวใจสำคัญของการเปิดรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้ คือการนำความเดือดร้อนของไรเดอร์มาเป็นจุดตั้งต้นในการออกแบบกฎหมาย เพราะคนทำงานผ่านแพลตฟอร์มมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจยุคดิจิทัล ทั้งการส่งอาหาร ส่งสินค้า รับส่งผู้โดยสาร และให้บริการรูปแบบต่าง ๆ แต่กลับยังมีสถานะและสิทธิหลายด้านที่ไม่ชัดเจนเมื่อเทียบกับแรงงานในระบบทั่วไป
เปิดเวทีถกร่างกฎหมายส่งเสริมและคุ้มครองแรงงานแพลตฟอร์มเพื่อรับฟังเสียงไรเดอร์
กลุ่มไรเดอร์จำนวนมากต้องรับภาระต้นทุนด้วยตนเอง ทั้งค่าน้ำมัน ค่าซ่อมบำรุงรถ ค่าโทรศัพท์ ค่าอุปกรณ์ความปลอดภัย และค่าใช้จ่ายระหว่างรอรับงาน ขณะที่ค่าตอบแทนอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามเงื่อนไขของแพลตฟอร์ม บางช่วงมีการปรับค่ารอบหรือเพิ่มข้อกำหนดโดยที่ผู้ทำงานไม่สามารถต่อรองได้อย่างแท้จริง ปัญหาเหล่านี้ทำให้รายได้สุทธิของไรเดอร์แตกต่างจากตัวเลขรายได้ที่เห็นในระบบอย่างมาก
อีกประเด็นที่ถูกพูดถึงคือการระงับบัญชีหรือปิดกั้นการเข้าถึงงาน หากระบบตรวจพบข้อร้องเรียนหรือพฤติกรรมบางอย่าง ไรเดอร์อาจสูญเสียรายได้ทันที โดยไม่รู้รายละเอียดของข้อกล่าวหาและไม่สามารถชี้แจงได้อย่างเป็นธรรม ดังนั้น กฎหมายใหม่ควรระบุหลักเกณฑ์การแจ้งเตือน การตรวจสอบ การอุทธรณ์ และการเยียวยาให้ชัดเจน เพื่อป้องกันไม่ให้คนทำงานต้องแบกรับความเสี่ยงฝ่ายเดียว
สิทธิแรงงานที่ควรมีในเศรษฐกิจแพลตฟอร์ม
การคุ้มครองแรงงานแพลตฟอร์มไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการกำหนดค่าตอบแทนเท่านั้น แต่ควรครอบคลุมสิทธิและความมั่นคงในหลายด้าน โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยและหลักประกันทางสังคม ไรเดอร์ต้องทำงานท่ามกลางความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ สภาพอากาศ การจราจร และแรงกดดันด้านเวลา จึงควรมีระบบคุ้มครองที่เหมาะสมกับลักษณะงานจริง
- ค่าตอบแทนเป็นธรรม: ควรคำนึงถึงต้นทุนการทำงานและเวลาที่ใช้จริง ไม่ใช่ดูเฉพาะค่ารอบพื้นฐาน
- ความปลอดภัยในการทำงาน: ควรมีมาตรการช่วยเหลือเมื่อเกิดอุบัติเหตุ รวมถึงการเข้าถึงอุปกรณ์และความรู้ด้านความปลอดภัย
- สิทธิประกันสังคม: ผู้ทำงานควรมีทางเลือกในการเข้าสู่ระบบประกันสังคมและได้รับสิทธิอย่างเหมาะสม
- การรวมตัวต่อรอง: ไรเดอร์ควรสามารถรวมกลุ่มเพื่อเสนอปัญหาและเจรจากับแพลตฟอร์มได้โดยไม่ถูกตอบโต้
- กระบวนการอุทธรณ์: เมื่อบัญชีถูกระงับหรือได้รับผลกระทบจากการตัดสินใจของระบบ ควรมีช่องทางตรวจสอบที่โปร่งใส
นอกจากดูแลไรเดอร์แล้ว กฎหมายยังต้องคำนึงถึงร้านค้ารายย่อย ผู้บริโภค และผู้ประกอบการแพลตฟอร์มด้วย เพราะทุกฝ่ายเชื่อมโยงกันในระบบเศรษฐกิจเดียวกัน หากมาตรการใหม่เพิ่มต้นทุนมากเกินไป ร้านค้าและผู้บริโภคอาจได้รับผลกระทบจากค่าบริการที่สูงขึ้น ขณะเดียวกัน หากปล่อยให้แพลตฟอร์มกำหนดเงื่อนไขโดยไม่มีการตรวจสอบ คนทำงานและร้านค้ารายย่อยก็อาจเสียเปรียบมากขึ้น
สร้างสมดุลระหว่างการคุ้มครองกับการแข่งขัน
ข้อมูลเกี่ยวกับการชำระเงินผ่านแพลตฟอร์มต่างชาติ 20 แห่งในช่วง 6 เดือนแรกของปี 69 ระบุว่า มีมูลค่าธุรกรรมรวมประมาณ 187,919 ล้านบาท ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าแพลตฟอร์มดิจิทัลมีขนาดใหญ่และเกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจของคนไทยจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้ควรตรวจสอบกับแหล่งข้อมูลต้นทาง และไม่ควรสรุปว่าเป็นเงินที่ไหลออกนอกประเทศทั้งหมด
เมื่อแพลตฟอร์มมีอำนาจกำหนดค่าตอบแทน เงื่อนไขการรับงาน และการเข้าถึงโอกาสทางเศรษฐกิจ กติกากำกับดูแลจึงต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ และสอดคล้องกับกฎหมายไทย การพิจารณาร่างกฎหมายควรประสานกับกฎหมายการแข่งขันทางการค้า กฎหมายภาษี และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับบริการดิจิทัล เพื่อไม่ให้เกิดช่องว่างในการกำกับดูแล
การ เปิดเวทีถกร่างกฎหมายส่งเสริมและคุ้มครองแรงงานแพลตฟอร์ม จึงมีความสำคัญ เพราะช่วยให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้พูดคุยจากข้อเท็จจริง ไม่ใช่การออกกฎหมายจากมุมมองของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพียงลำพัง เสียงของไรเดอร์ควรถูกนำไปพิจารณาอย่างจริงจัง ขณะเดียวกัน แพลตฟอร์ม ร้านค้า ผู้บริโภค และหน่วยงานรัฐก็ควรเสนอข้อมูลเพื่อร่วมกันหาทางออกที่ปฏิบัติได้จริง
ท้ายที่สุด กฎหมายแพลตฟอร์มที่ดีควรทำให้คนทำงานมีศักดิ์ศรี ได้รับความคุ้มครอง และมีโอกาสพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยไม่ปิดกั้นนวัตกรรมหรือการแข่งขันที่เป็นธรรม หากทุกฝ่ายร่วมกันออกแบบกติกาที่สมดุล เศรษฐกิจดิจิทัลจะไม่ได้เติบโตเพียงเพื่อผู้ควบคุมแพลตฟอร์ม แต่จะสร้างประโยชน์ให้กับคนทำงาน ผู้ประกอบการรายย่อย และสังคมโดยรวมด้วย
ที่มา – เปิดเวทีถกร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมคุ้มครองแรงงานแพลตฟอร์ม-ความเดือดร้อนกลุ่มไรเดอร์
