เมธาซัดนพ.สรณ-ไตรรัตน์ยื้ออำนาจ กสทช.

ประเด็นความขัดแย้งภายในสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังนายเมธา มาสขาว ผู้ประสานงานเครือข่ายสื่อเพื่อการเปลี่ยนแปลงและรองประธานคณะกรรมการรับฟังความคิดเห็นและประสานงานภาคประชาชน ออกมาเปิดข้อสังเกตเกี่ยวกับการบริหารงานและการใช้อำนาจของผู้บริหารระดับสูงในองค์กร

การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นบนเวทีเสวนาเรื่องอนาคตสื่อสาธารณะ พันธะของ กสทช. และกองทุนสุขภาพ โดยมีการพูดถึงความจำเป็นในการปฏิรูปองค์กรกำกับดูแลสื่อให้มีความเป็นอิสระ โปร่งใส และปราศจากผลประโยชน์ทับซ้อน ประเด็นสำคัญคือข้อกล่าวหาว่าอาจมีการยื้ออำนาจบริหารภายในสำนักงาน กสทช. จนส่งผลกระทบต่อการทำงานขององค์กรและความเชื่อมั่นของประชาชน

เมธาซัดนพ.สรณ-ไตรรัตน์ยื้ออำนาจ

นายเมธาระบุว่า คณะกรรมการสรรหาที่เกี่ยวข้องมีคำวินิจฉัยชี้ขาดแล้วว่า นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ขาดคุณสมบัติตั้งแต่ต้น แม้เจ้าตัวจะยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครอง แต่ศาลยังไม่มีคำสั่งทุเลาการบังคับตามกระบวนการดังกล่าว ทำให้เกิดคำถามว่าการอ้างอำนาจเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปนั้นมีความเหมาะสมและสอดคล้องกับหลักกฎหมายหรือไม่

ในมุมมองของนายเมธา สถานการณ์นี้ไม่ควรถูกปล่อยให้ยืดเยื้อ เพราะตำแหน่งประธาน กสทช. มีความสำคัญต่อการกำกับดูแลกิจการสื่อสารและการจัดสรรทรัพยากรของประเทศ หากผู้ดำรงตำแหน่งถูกตั้งข้อสงสัยเรื่องคุณสมบัติ การตัดสินใจและคำสั่งต่าง ๆ ย่อมอาจถูกนำไปตรวจสอบภายหลังได้ ดังนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงควรเร่งทำให้สถานะทางกฎหมายมีความชัดเจน

เมธาซัดนพ.สรณ-ไตรรัตน์ยื้ออำนาจ กระทบการบริหาร กสทช.

อีกประเด็นที่ถูกตั้งข้อสังเกตคือบทบาทของนายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล ซึ่งทำหน้าที่รักษาการเลขาธิการ กสทช. มาเป็นเวลาประมาณ 6 ปี โดยนายเมธาเห็นว่าระยะเวลาดังกล่าวยาวนานกว่ากรอบเวลาของเลขาธิการตัวจริงตามที่กฎหมายกำหนด นอกจากนี้ ยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้อำนาจแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ระดับบริหารองค์กร รวมถึงการต่ออายุตำแหน่งรองเลขาธิการสายยุทธศาสตร์

ข้อกล่าวหาที่ต้องตรวจสอบอย่างรอบคอบคือ การต่ออายุตำแหน่งดังกล่าวอาจไม่ได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการ กสทช. ทั้งคณะ แต่ดำเนินการโดยประธานเพียงคนเดียว หากเป็นจริงก็อาจก่อให้เกิดปัญหาด้านอำนาจหน้าที่และความชอบด้วยกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ประเด็นทั้งหมดควรเปิดโอกาสให้หน่วยงานและผู้ถูกกล่าวหาได้ชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างครบถ้วน เพื่อให้สังคมได้รับข้อมูลจากทุกฝ่าย

นอกจากเรื่องตำแหน่งบุคลากรแล้ว ยังมีการตั้งคำถามเกี่ยวกับการประวิงเวลาอนุมัติโครงการบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม หรือโครงการ USO ซึ่งมีมูลค่าสูง โครงการลักษณะนี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับโอกาสเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและบริการสื่อสารของประชาชนในพื้นที่ห่างไกล หากเกิดความล่าช้า ย่อมกระทบทั้งผู้ให้บริการ ชุมชน และประชาชนที่รอรับประโยชน์จากโครงการ

ข้อเสนอทางออกจากวิกฤตอำนาจ กสทช.

เครือข่ายสื่อเพื่อการเปลี่ยนแปลงเสนอให้กรรมการ กสทช. ที่ยังปฏิบัติหน้าที่อยู่จำนวน 6 คน ใช้อำนาจตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดประชุมและเลือกประธาน กสทช. ชั่วคราว รวมทั้งเร่งแต่งตั้งผู้รักษาการเลขาธิการคนใหม่ แนวทางนี้มีเป้าหมายเพื่อให้การบริหารงานเดินหน้าต่อได้ และลดความเสี่ยงจากการที่ข้อขัดแย้งด้านสถานะบุคคลจะส่งผลต่อการตัดสินใจขององค์กร

  • เร่งตรวจสอบสถานะและคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งอย่างเป็นทางการ
  • จัดประชุมกรรมการที่เหลือเพื่อกำหนดแนวทางบริหารงานชั่วคราว
  • ทบทวนคำสั่งแต่งตั้งและการต่ออายุตำแหน่งที่อาจมีข้อสงสัย
  • เร่งกระบวนการสรรหากรรมการ กสทช. ในตำแหน่งที่ว่างลง
  • เปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะเพื่อสร้างความโปร่งใสและความเชื่อมั่น

นายเมธายังเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีเข้ามารับผิดชอบและเร่งรัดกระบวนการทางกฎหมาย เพื่อยุติการอ้างอำนาจบริหารของผู้ที่ถูกตั้งข้อสงสัยว่าขาดคุณสมบัติ พร้อมขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อสงสัยเรื่องเอกสารรับรองตนเองย้อนหลัง และแจ้งข้อมูลต่อวุฒิสภาภายในกรอบเวลาที่กำหนด

สำหรับประชาชน ประเด็นนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องความขัดแย้งระหว่างบุคคล แต่เกี่ยวข้องกับความน่าเชื่อถือขององค์กรอิสระและการใช้ทรัพยากรสาธารณะ การตรวจสอบจึงควรดำเนินไปอย่างเป็นธรรม มีหลักฐาน และยึดหลักนิติธรรมเป็นสำคัญ ขณะเดียวกัน ผู้มีอำนาจทุกฝ่ายควรหลีกเลี่ยงการใช้ตำแหน่งเพื่อประโยชน์ส่วนตัวหรือการรักษาอำนาจโดยไม่มีกระบวนการรองรับ

ท้ายที่สุด ทางออกที่ดีที่สุดคือการเร่งสร้างความชัดเจนทางกฎหมาย เปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส และทำให้ กสทช. กลับมาทำหน้าที่เพื่อประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง

ที่มา – “เมธา” ซัด “นพ.สรณ-ไตรรัตน์” ยื้ออำนาจ จี้นายกฯรับผิดชอบปมปล่อยผู้ขาดคุณสมบัติอ้างอำนาจต่อ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *