เร่งผลักดัน 3 ช้างป่า: เซ้นส์พิเศษชายแดนไทย-เขมร

วันที่ 13 ตุลาคม มีรายงานข่าวกรณี เร่งผลักดัน 3 ช้างป่า ที่เข้ามาหากินในพื้นที่ ต.กาบเชิง อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ โดยเจ้าหน้าที่ชุดเคลื่อนที่เร็วจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยทับทัน-ห้วยสำราญ รายงานว่า พบช้างป่า 1 ตัว ได้เดินกลับเข้าสู่พื้นที่เขาแหลม ต.แนงมุดแล้ว คาดว่าช้างป่าอีก 2 ตัวที่เหลือจะเดินตามกลับไป และได้ฝากให้ประชาชนในพื้นที่ ต.แนงมุด ระมัดระวังช้างป่าดังกล่าวด้วย โดยเจ้าหน้าที่กำลังติดตามอย่างใกล้ชิด

ก่อนหน้านี้ เวลาประมาณ 18.30 น. (12 ต.ค.) น.ส.วิมลรัตน์ ธรรมเจริญ หัวหน้าชุดเคลื่อนที่เร็วผลักดันช้างป่า พร้อมเจ้าหน้าที่กว่า 10 นาย ได้เตรียมเข้าเร่งผลักดัน 3 ช้างป่า พบเป็นช้าง “สีดอ” ทั้งหมด ได้แก่ สีดอจิก, สีดอน้อย และสีดอสังข์ทอง ที่เดินหากินเตลิดเข้ายังพื้นที่ หมู่บ้านตาเกาว์ใหม่ ต.กาบเชิง หลังกลางดึกที่ผ่านมา สีดอจิก ซึ่งกำลังตกมัน และ สีดอน้อย ได้พากันบุกรื้อค้นหาข้าวเปลือกกินในโรงครัวของ โรงเรียนกาบเชิงวิทยา และฐานปฏิบัติการทหารแห่งหนึ่ง รวมถึงทำลายพืชเกษตรของชาวบ้าน

นายสุรพงษ์ พันธุ์ศิลป์ เจ้าหน้าที่ชุดเคลื่อนที่เร็วผลักดันช้างป่าฯ เปิดเผยว่า ช้างป่ากลุ่มนี้มาจาก อุทยานแห่งชาติตาพระยา โดยในช่วงความขัดแย้งชายแดนในอดีต พวกมันเคยหนีมาจากพื้นที่ ปราสาทตาเมือนธม และ ปราสาทตาควาย มาอยู่ใน ต.โคกตะเคียน อ.กาบเชิง ก่อนจะกลับไป อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ และเพิ่งกลับเข้ามาใน จ.สุรินทร์ ได้ประมาณ 11 วัน

นายสุรพงษ์ ยังได้ฝากเตือนไปยังชาวบ้านในพื้นที่ ต.กาบเชิง ให้ช่วยระมัดระวัง อย่าเข้าใกล้ช้างป่า และที่สำคัญ ห้ามพูดจาหรือทำท่าท้าทายช้างป่าเด็ดขาด เนื่องจากช้างป่ามีเซ้นส์ สามารถตามไปถึงบ้านคนที่ท้าทายได้ ซึ่งที่ผ่านมามีชาวบ้านคนหนึ่งท้าทาย และช้างได้เดินมุ่งหน้าไปที่บ้านคนพูดจริง จนต้องทำพิธีขอขมา ช้างจึงไม่เข้าไป

นอกจากนี้ ยังมีปรากฏการณ์ที่น่าเหลือเชื่อคือ ช้างป่าโขลงนี้ไม่เคยเหยียบระเบิด แม้แต่ครั้งเดียว ทั้งที่เคยไปนอนอยู่ในดงทุ่นระเบิด ในพื้นที่ สายตะกู อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเจ้าหน้าที่เชื่อว่าอาจเป็นเพราะช้างมีเซ้นส์ หรือมีจมูกที่ดีเป็นพิเศษ

เร่งผลักดัน 3 ช้างป่า

สถานการณ์ล่าสุด: เร่งผลักดัน 3 ช้างป่า กลับสู่พื้นที่

สถานการณ์ปัจจุบันคือการเร่งผลักดัน 3 ช้างป่าให้กลับสู่พื้นที่ปลอดภัย โดยเจ้าหน้าที่กำลังติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับทั้งช้างและประชาชนในพื้นที่ การเฝ้าระวังและให้ความรู้แก่ประชาชนจึงเป็นสิ่งสำคัญ

สิ่งที่น่าสนใจคือเรื่องราวของเซ้นส์พิเศษของช้างป่าเหล่านี้ ที่สามารถหลีกเลี่ยงอันตรายจากระเบิดได้ แม้จะอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องศึกษาและทำความเข้าใจต่อไป

ข้อควรระวังสำหรับประชาชนในพื้นที่คือ การหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับช้างป่าโดยตรง และไม่ทำการใดๆ ที่อาจเป็นการยั่วยุหรือท้าทายช้าง เพราะอาจนำมาซึ่งอันตรายที่ไม่คาดคิด

การอยู่ร่วมกันระหว่างคนและช้างป่า จำเป็นต้องอาศัยความเข้าใจและการระมัดระวังจากทั้งสองฝ่าย เพื่อให้เกิดความสมดุลและป้องกันความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต

ที่มา – เร่งผลักดัน 3 ช้างป่าบุกชายแดนไทย-เขมร เชื่อมีเซ้นส์ไม่เคยเหยียบกับระเบิด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *