เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐสะเทือนทรัมป์

การเมืองสหรัฐกำลังเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อครั้งสำคัญ หลังสื่อหลายแห่งคาดการณ์ว่า ผลการเลือกตั้งกลางเทอมที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 3 พ.ย. อาจเปิดทางให้พรรคเดโมแครตพลิกกลับมาครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีทั้งหมด 435 ที่นั่งได้สำเร็จ หากผลลัพธ์เป็นไปตามคาด การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะสร้างดุลอำนาจใหม่ให้กับรัฐบาลวอชิงตัน และส่งผลโดยตรงต่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งกลับมาดำรงตำแหน่งผู้นำสหรัฐได้ประมาณ 2 ปี

ประเด็น เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐสะเทือนทรัมป์ จึงได้รับความสนใจจากทั้งประชาชน นักลงทุน และประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันระหว่างพรรครีพับลิกันกับพรรคเดโมแครตเท่านั้น แต่ยังเป็นการสะท้อนความนิยมของประชาชนที่มีต่อแนวนโยบายและการบริหารประเทศของทรัมป์ด้วย ผลคะแนนที่เปลี่ยนแปลงไปอาจกำหนดทิศทางการออกกฎหมาย เศรษฐกิจ ความมั่นคง และนโยบายต่างประเทศของสหรัฐในช่วงเวลาที่เหลือของรัฐบาล

เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐสะเทือนทรัมป์ เมื่อเดโมแครตจ่อคุมสภาล่าง

สาเหตุสำคัญที่ทำให้พรรคเดโมแครตมีโอกาสกวาดที่นั่งเพิ่ม คือกระแสไม่พอใจของประชาชนต่อค่าครองชีพที่สูงขึ้น ราคาสินค้าและบริการที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นส่งผลกระทบต่อครัวเรือนจำนวนมาก ขณะที่ประชาชนบางส่วนยังมีความกังวลเรื่องรายได้ ภาระหนี้ และโอกาสทางเศรษฐกิจ ปัญหาเหล่านี้กลายเป็นหัวข้อหลักในการหาเสียง และทำให้ผู้สมัครจากพรรครีพับลิกันต้องเผชิญแรงกดดันจากผลงานของรัฐบาลกลาง

นอกจากเรื่องเศรษฐกิจแล้ว สงครามในอิหร่านยังเป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลต่อคะแนนนิยมของประธานาธิบดีทรัมป์ แม้รัฐบาลจะพยายามสื่อสารถึงเหตุผลด้านความมั่นคงและผลประโยชน์ของสหรัฐ แต่ประชาชนจำนวนหนึ่งมองว่าสงครามสร้างภาระและความเสี่ยงมากกว่าผลดี ทั้งยังอาจทำให้ราคาพลังงานผันผวนและเพิ่มความไม่แน่นอนให้กับเศรษฐกิจภายในประเทศ เมื่อคะแนนนิยมของทรัมป์ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในช่วงก่อนการเลือกตั้ง ผู้สมัครพรรครีพับลิกันในหลายพื้นที่จึงไม่สามารถแยกตัวออกจากกระแสต่อต้านประธานาธิบดีได้

เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐสะเทือนทรัมป์จากผลชิงที่นั่งหลายรัฐ

พรรคเดโมแครตสามารถคว้าที่นั่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพิ่มในหลายรัฐ รวมถึงบางพื้นที่ซึ่งเคยเป็นฐานเสียงแข็งแกร่งของพรรครีพับลิกันมาเป็นเวลานาน ชัยชนะในรัฐอินดีแอนา นอร์ทแคโรไลนา นิวเจอร์ซีย์ และเพนซิลเวเนีย ถือเป็นสัญญาณสำคัญ เพราะพรรครีพับลิกันเคยคว้าชัยชนะอย่างขาดลอยในการเลือกตั้งเมื่อปี 2567

การพลิกขั้วในรัฐเหล่านี้สะท้อนว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งอาจให้ความสำคัญกับปัญหาปากท้องและประสิทธิภาพการบริหารประเทศมากกว่าความจงรักภักดีต่อพรรคการเมืองเพียงอย่างเดียว ขณะเดียวกัน ผู้สมัครเดโมแครตสามารถระดมเสียงจากคนรุ่นใหม่ กลุ่มชนชั้นกลาง และผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตชานเมืองได้มากขึ้น ทำให้การแข่งขันในเขตที่เคยถูกมองว่าเป็นพื้นที่ปลอดภัยของรีพับลิกันมีความสูสีอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นในหลายปีที่ผ่านมา

สำหรับการเลือกตั้งวุฒิสมาชิก มีการชิงชัย 35 ที่นั่งจากทั้งหมด 100 ที่นั่ง และมีการคาดการณ์ว่าผู้สมัครของพรรคเดโมแครตอาจคว้าชัยในสนามสำคัญหลายแห่ง หนึ่งในนั้นคือรัฐเทกซัส ซึ่งนายเจมส์ ทาลาริโก มีแนวโน้มเอาชนะนายเคน แพกซ์ตัน จากพรรครีพับลิกัน หากผลออกมาเช่นนั้น เขาอาจกลายเป็นผู้สมัครจากพรรคเดโมแครตคนแรกในรอบเกือบ 30 ปีที่ชนะการเลือกตั้งระดับรัฐของเทกซัส ซึ่งเป็นฐานเสียงสำคัญของพรรครีพับลิกันมาอย่างยาวนาน

ผลต่ออำนาจของทรัมป์และการออกกฎหมาย

การเปลี่ยนแปลงอำนาจในสภาผู้แทนราษฎรจะมีผลตั้งแต่วันที่ 3 ม.ค. 2570 และจะทำให้ประธานาธิบดีทรัมป์ไม่สามารถผลักดันกฎหมายโดยอาศัยเสียงสนับสนุนจากสมาชิกพรรครีพับลิกันเพียงฝ่ายเดียวได้อย่างง่ายดาย กฎหมายสำคัญหลายฉบับอาจต้องผ่านการเจรจากับพรรคเดโมแครต หรืออาจถูกชะลอไว้จนกว่าทั้งสองฝ่ายจะหาจุดร่วมกันได้

อย่างไรก็ตาม การที่เดโมแครตครองเสียงข้างมากในสภาล่างไม่ได้หมายความว่าสามารถควบคุมรัฐบาลได้ทั้งหมด เพราะทรัมป์ยังคงมีอำนาจยับยั้งกฎหมาย หรือวีโต ได้ หากกฎหมายที่ผ่านรัฐสภาไม่สอดคล้องกับแนวนโยบายของทำเนียบขาว ประธานาธิบดีสามารถส่งกฎหมายกลับไปให้รัฐสภาพิจารณาใหม่ และการลบล้างวีโตจำเป็นต้องใช้เสียงสนับสนุนจำนวนมากจากสมาชิกทั้งสองพรรค

ทรัมป์ประกาศแล้วว่า พร้อมรับบทเป็นประธานาธิบดีที่ใช้สิทธิยับยั้งกฎหมาย หรือที่เรียกว่า “มิสเตอร์วีโต” ท่าทีดังกล่าวสะท้อนว่า รัฐบาลอาจเข้าสู่ช่วงเผชิญหน้าทางการเมืองระหว่างทำเนียบขาวกับสภาคองเกรส การออกกฎหมายด้านงบประมาณ ความมั่นคง การค้า และนโยบายต่างประเทศจึงมีโอกาสล่าช้า รวมถึงอาจเกิดการต่อรองที่เข้มข้นก่อนจะได้ข้อสรุป

เดโมแครตได้อำนาจตรวจสอบรัฐบาลมากขึ้น

แม้การผ่านกฎหมายจะทำได้ยากขึ้น แต่ชัยชนะในสภาผู้แทนราษฎรจะเพิ่มอำนาจตรวจสอบฝ่ายบริหารให้กับพรรคเดโมแครตอย่างชัดเจน คณะกรรมาธิการของสภาสามารถออกหมายเรียกบุคคล ขอเอกสาร และเปิดการไต่สวนประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของรัฐบาลได้ การตรวจสอบอาจครอบคลุมทั้งนโยบายการบริหารประเทศ การใช้งบประมาณ การตัดสินใจด้านความมั่นคง และความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลกับภาคธุรกิจ

นอกจากนี้ เดโมแครตอาจตรวจสอบครอบครัวและผลประโยชน์ทางธุรกิจของทรัมป์ รวมถึงบริษัทเอกชนที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับรัฐบาล ประเด็นที่ถูกจับตามองอาจรวมถึงการได้รับสัญญาจากภาครัฐ การอนุมัติควบรวมกิจการ และเงินบริจาคให้กับโครงการที่ประธานาธิบดีให้ความสำคัญ หากคณะกรรมาธิการพบข้อมูลที่มีมูลเพียงพอ ก็อาจนำไปสู่การเรียกพยานเพิ่มเติม หรือการเปิดกระบวนการทางการเมืองที่เข้มข้นขึ้น

หนึ่งในความเป็นไปได้คือการดำเนินกระบวนการถอดถอนประธานาธิบดี แม้การถอดถอนจะต้องผ่านขั้นตอนหลายระดับและเผชิญข้อจำกัดทางการเมือง แต่เพียงการเปิดการสอบสวนก็สามารถสร้างแรงกดดันต่อทำเนียบขาวได้แล้ว ประเด็นดังกล่าวอาจกลายเป็นหัวข้อข่าวต่อเนื่อง และส่งผลต่อภาพลักษณ์ของรัฐบาล รวมถึงความเชื่อมั่นของประชาชนและนักลงทุน

ตลาดการเงินจับตาความไม่แน่นอน

ตลาดการเงินตอบสนองต่อความไม่แน่นอนจากการแบ่งขั้วอำนาจในรัฐบาลวอชิงตัน โดยนักลงทุนลดการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง ส่งผลให้สัญญาซื้อขายล่วงหน้าหุ้นสหรัฐปรับตัวลงต่อเนื่อง เงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐได้รับความสนใจในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย การเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนว่า ตลาดกังวลว่าความขัดแย้งระหว่างสภากับทำเนียบขาวอาจทำให้การตัดสินใจเชิงนโยบายล่าช้า

อย่างไรก็ตาม ผลกระทบต่อตลาดอาจไม่เป็นไปในทิศทางเดียวตลอดเวลา หากทั้งสองพรรคสามารถเจรจาและผ่านกฎหมายที่ช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจได้ ความเชื่อมั่นของนักลงทุนก็อาจฟื้นตัว แต่หากเกิดภาวะชะงักงันทางการเมือง หรือมีความเสี่ยงเรื่องการปิดหน่วยงานรัฐบาล ตลาดอาจกลับมาผันผวนอีกครั้ง นักลงทุนจึงต้องติดตามทั้งผลการนับคะแนน การเลือกผู้นำสภา และท่าทีของทำเนียบขาวอย่างใกล้ชิด

โดยสรุป เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐสะเทือนทรัมป์ เพราะผลการเลือกตั้งอาจเปลี่ยนโครงสร้างอำนาจในวอชิงตันอย่างมีนัยสำคัญ พรรคเดโมแครตจะมีบทบาทตรวจสอบรัฐบาลมากขึ้น ขณะที่ทรัมป์ต้องเจรจาและรับมือกับสภาที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของพรรคเดียว การเมืองสหรัฐหลังจากนี้จึงน่าจะเต็มไปด้วยการต่อรอง การตรวจสอบ และความขัดแย้งที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจโลก การติดตามข่าวอย่างรอบด้านจะช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจว่า ผลเลือกตั้งไม่ได้กระทบเฉพาะชาวอเมริกัน แต่ยังอาจส่งผลต่อค่าเงิน ตลาดหุ้น ราคาพลังงาน และทิศทางความสัมพันธ์ระหว่างประเทศด้วย

สำหรับผู้ติดตามสถานการณ์โลก ควรพิจารณาข้อมูลจากหลายแหล่งและแยกข้อเท็จจริงออกจากความเห็นทางการเมือง เพราะทุกความเคลื่อนไหวในสหรัฐอาจนำไปสู่ผลกระทบในวงกว้าง การเลือกตั้งครั้งนี้จึงเป็นบทเรียนสำคัญว่า เสียงของประชาชนสามารถเปลี่ยนดุลอำนาจ และกำหนดทิศทางการบริหารประเทศได้อย่างแท้จริง

ที่มา – เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐสะเทือนทรัมป์ เดโมแครตจ่อพลิกคุมสภาล่าง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *