เศร้ารับศพน้องเอย่า นักกอล์ฟวัย 15 ปี

เหตุการณ์สะเทือนใจในวงการกีฬาเกิดขึ้นอีกครั้ง หลัง เศร้ารับศพน้องเอย่า นักกอล์ฟวัย 15 ปี ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุฟ้าผ่าระหว่างการแข่งขันกอล์ฟที่ ต.ดอนเกาะกา อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา ครอบครัวเดินทางไปรับร่างจากโรงพยาบาลพุทธโสธร เพื่อนำกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาอิสลามที่มัสยิดดารุ้ลอิบาดะห์ พัทยากลาง จ.ชลบุรี ท่ามกลางความโศกเศร้าของคนในครอบครัว เพื่อนนักกีฬา และผู้ที่ติดตามข่าวการจากไปของนักกอล์ฟเยาวชนดาวรุ่งรายนี้

ช่วงบ่ายวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 นางณัชชา ประดับญาติ มารดาของน้องเอย่า พร้อมด้วยนางอาภรณ์ ประดับญาติ อายุ 67 ปี ซึ่งเป็นย่า และสมาชิกครอบครัว ได้เดินทางไปยังกลุ่มงานนิติเวช ห้องสุคติ โรงพยาบาลพุทธโสธร เพื่อขอรับร่าง น.ส.เอยาวรินทร์ ประดับญาติ หรือ น้องเอย่า อายุ 15 ปี กลับไปยัง จ.ชลบุรี โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความอาลัย ขณะที่ปู่และย่าช่วยกันเก็บถุงกอล์ฟและกระเป๋าเสื้อผ้าของหลานสาวขึ้นรถด้วยน้ำตา

เศร้ารับศพน้องเอย่า นักกอล์ฟวัย 15 ปี กลับพัทยา

ครอบครัวตั้งใจนำร่างของน้องเอย่าไปประกอบพิธีตามหลักศาสนาอิสลาม ณ มัสยิดดารุ้ลอิบาดะห์ พัทยากลาง หมู่ 9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี การเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการนำสมาชิกอันเป็นที่รักกลับบ้าน แต่ยังเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ทุกคนจะได้ร่วมส่งน้องเอย่าเป็นครั้งสุดท้าย และระลึกถึงความมุ่งมั่นของเด็กสาวที่รักกีฬากอล์ฟมาตลอด

น้องเอย่าเป็นนักกอล์ฟเยาวชนดาวรุ่งและเป็นตัวสำรองของจังหวัดชลบุรี เธอมีความตั้งใจฝึกซ้อมและลงแข่งขันอย่างต่อเนื่อง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงสร้างความสะเทือนใจให้กับคนในครอบครัวเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะคุณแม่และคุณย่าที่ต้องเผชิญกับการสูญเสียอย่างกะทันหันในวันที่ทุกคนคาดหวังว่าเด็กสาวจะได้กลับบ้านอย่างปลอดภัย

เศร้ารับศพน้องเอย่า นักกอล์ฟวัย 15 ปี หลังเกิดฟ้าผ่า

จากข้อมูลที่ครอบครัวเปิดเผย ก่อนเกิดเหตุมีฟ้าผ่าลงบริเวณแนวต้นสนแล้ว 2 ครั้ง แต่การแข่งขันยังไม่ได้หยุดลงในทันที ตามคำบอกเล่าของนางณัชชาและนางอาภรณ์ กรรมการผู้จัดการแข่งขันยังไม่มีสัญญาณให้ผู้เล่นและแคดดี้ออกจากสนามหรือเข้าไปหลบในซุ้มพัก กระทั่งฝนตกหนักและเกิดฟ้าผ่าครั้งที่ 3 บริเวณหลุม 11 ส่งผลให้น้องเอย่าและแคดดี้ชายวัย 31 ปีถูกฟ้าผ่าจนหมดสติและหัวใจหยุดเต้น

ครอบครัวยังตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับมาตรการความปลอดภัยภายในสนาม โดยเฉพาะการไม่มีรถพยาบาลฉุกเฉินจอดเตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขัน ข้อมูลดังกล่าวทำให้เกิดคำถามถึงการประเมินความเสี่ยงในช่วงที่สภาพอากาศไม่ปลอดภัย รวมถึงขั้นตอนการสั่งหยุดการแข่งขันเมื่อมีสัญญาณฟ้าคะนอง อย่างไรก็ตาม ประเด็นทั้งหมดควรได้รับการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน เพื่อให้ข้อเท็จจริงปรากฏอย่างชัดเจนและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

  • ครอบครัวรับร่างน้องเอย่าจากโรงพยาบาลพุทธโสธร
  • นำร่างกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาอิสลามที่พัทยากลาง
  • เหตุเกิดระหว่างการแข่งขันกอล์ฟในพื้นที่ อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา
  • ครอบครัวตั้งข้อสงสัยเรื่องการสั่งหยุดการแข่งขันและรถพยาบาลฉุกเฉิน
  • แคดดี้วัย 31 ปียังคงต้องเฝ้าระวังอาการที่โรงพยาบาล

นางณัชชาเปิดเผยว่า น้องเอย่าพยายามอดทนรอคุณพ่อที่เดินทางกลับจากประเทศเมียนมา เพื่อให้ได้พูดคุยและบอกลากันเป็นครั้งสุดท้าย เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความสะเทือนใจแก่ครอบครัวอย่างมาก เพราะทุกคนต่างหวังว่าจะมีโอกาสรักษาและช่วยเหลือเด็กสาวให้กลับมาใช้ชีวิตได้อีกครั้ง แต่สุดท้ายอาการทรุดลงและน้องเอย่าเสียชีวิตอย่างสงบ

ส่วนแคดดี้วัย 31 ปีที่ได้รับผลกระทบจากฟ้าผ่าครั้งเดียวกัน ยังคงรักษาตัวและต้องเฝ้าระวังอาการอย่างใกล้ชิดที่โรงพยาบาลบางน้ำเปรี้ยว ครอบครัวและผู้เกี่ยวข้องต่างติดตามอาการด้วยความเป็นห่วง พร้อมหวังว่าจะได้รับการดูแลอย่างเต็มที่และปลอดภัยในที่สุด

บทเรียนความปลอดภัยจากกรณีน้องเอย่า

เหตุการณ์ เศร้ารับศพน้องเอย่า นักกอล์ฟวัย 15 ปี สะท้อนให้เห็นว่าการจัดการแข่งขันกลางแจ้งจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับสภาพอากาศและระบบฉุกเฉินมากเป็นพิเศษ เมื่อเกิดเสียงฟ้าร้องหรือพบฟ้าผ่าในบริเวณใกล้เคียง ผู้จัดงานควรมีขั้นตอนชัดเจนในการหยุดการแข่งขัน แจ้งเตือนผู้เล่น พาเด็กและผู้ติดตามออกจากพื้นที่เสี่ยง รวมถึงเตรียมจุดหลบภัยที่เหมาะสม การมีเจ้าหน้าที่แพทย์ รถพยาบาล และอุปกรณ์ช่วยชีวิตประจำสนามก็เป็นสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะการแข่งขันที่มีเยาวชนเข้าร่วม

ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยมักแนะนำให้ผู้เล่นหลีกเลี่ยงพื้นที่เปิดโล่ง ต้นไม้เดี่ยว เสาโลหะ และอุปกรณ์กอล์ฟเมื่อมีพายุฝนฟ้าคะนอง หากได้ยินเสียงฟ้าร้องควรหยุดกิจกรรมและหาที่ปลอดภัยทันที ไม่ควรรอให้ฝนตกหนักหรือเห็นฟ้าผ่าใกล้ตัวก่อนจึงจะตัดสินใจ การกำหนดผู้รับผิดชอบด้านสภาพอากาศโดยตรง และการใช้ระบบแจ้งเตือนที่สื่อสารกับนักกีฬา แคดดี้ ผู้ปกครอง และทีมงานอย่างทั่วถึง จะช่วยลดความสับสนในสถานการณ์ฉุกเฉินได้

การสูญเสียของน้องเอย่าไม่ควรถูกจดจำเพียงในฐานะข่าวเศร้าเท่านั้น แต่ควรเป็นแรงผลักดันให้ผู้จัดการแข่งขันกีฬากลางแจ้งทบทวนมาตรการความปลอดภัยอย่างจริงจัง ตั้งแต่การตรวจสอบพยากรณ์อากาศก่อนเริ่มงาน การมีแผนอพยพ การจัดเตรียมทีมแพทย์ ไปจนถึงการให้อำนาจเจ้าหน้าที่สั่งหยุดการแข่งขันได้ทันทีเมื่อพบความเสี่ยง ชีวิตของนักกีฬาและผู้ร่วมงานทุกคนต้องมาก่อนผลการแข่งขันเสมอ

ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของน้องเอย่า และขอส่งกำลังใจให้แคดดี้ที่กำลังรักษาตัว เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ทุกสนามกีฬาไม่ประมาทกับธรรมชาติ และควรยกระดับมาตรการรับมือฟ้าผ่าให้เป็นมาตรฐาน เพื่อไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมซ้ำรอยอีก

ที่มา – เศร้ารับศพ ‘น้องเอย่า’ นักกอล์ฟวัย 15 นำประกอบพิธีอิสลามพัทยา แม่คาใจฟ้าผ่าไร้คำสั่งหยุดแข่ง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *