เสือ ดุสิต ได้ประกันคดีทำร้ายอดีตแฟน
ข่าวความคืบหน้าคดีที่ประชาชนให้ความสนใจ ล่าสุดศาลฎีกามีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว นายสัมฤทธิ์ ริมเถื่อน หรือ “เสือ ดุสิต” จำเลยที่ 1 ระหว่างการอุทธรณ์คดี โดยกำหนดหลักประกันจำนวน 300,000 บาท พร้อมติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือกำไล EM เพื่อช่วยติดตามและจำกัดการเดินทางตามเงื่อนไขของศาล
กรณี เสือ ดุสิต ได้ประกันคดีทำร้ายอดีตแฟน เกิดขึ้นภายหลังทนายความยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวต่อศาลฎีกา หลังจากก่อนหน้านี้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์คดี โดยศาลฎีกาพิจารณาเหตุผลและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงประวัติการได้รับการปล่อยชั่วคราวก่อนหน้านี้
เสือ ดุสิต ได้ประกันคดีทำร้ายอดีตแฟน หลังศาลฎีกาพิจารณา
เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 ศาลจังหวัดนนทบุรีอ่านคำสั่งศาลฎีกาในคดีหมายเลขดำที่ อ.520/2569 ซึ่งมีพนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรีเป็นโจทก์ และมีจำเลยรวม 3 คน คดีดังกล่าวเกี่ยวข้องกับเหตุทำร้ายร่างกายอดีตแฟนสาว รวมถึงคดีเก่าที่เกี่ยวข้องกับการรุมทำร้ายผู้อื่น
ศาลฎีกาพิเคราะห์ว่า ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ในอัตราที่ไม่สูงมากนัก อีกทั้งจำเลยเคยได้รับการปล่อยชั่วคราวมาก่อน และยังไม่ปรากฏพฤติการณ์หลบหนี จึงมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์คดี การอนุญาตดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าคดีสิ้นสุดหรือจำเลยพ้นจากข้อกล่าวหา แต่เป็นการให้สิทธิในการต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรมในระหว่างที่คดียังอยู่ระหว่างการพิจารณา
รายละเอียดการประกันตัวของเสือ ดุสิต
- วงเงินประกัน: ศาลกำหนดหลักประกันจำนวน 300,000 บาท
- เงื่อนไขสำคัญ: ต้องใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ EM ในการติดตามตัว
- วัตถุประสงค์ของกำไล EM: ใช้ตรวจสอบหรือจำกัดการเดินทาง เพื่อป้องกันการหลบหนีและลดความเสี่ยงต่อความเสียหาย
- สถานะของคดี: จำเลยได้รับการปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์คดี โดยคดียังไม่ถึงที่สุด
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2569 ทนายความได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งขอปล่อยชั่วคราวนายไมตรี แสงฤทธิ์ จำเลยที่ 2 ต่อศาลฎีกา ระหว่างอุทธรณ์คดี จากนั้นวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 มีการยื่นคำร้องขอฟังคำสั่ง ศาลฎีกาจึงพิจารณาข้อมูลเกี่ยวกับโทษจำคุก ประวัติการได้รับการปล่อยชั่วคราว และพฤติการณ์ของจำเลย
สำหรับจำเลยที่ 2 ศาลฎีกามีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวเช่นกัน โดยกำหนดหลักประกัน 300,000 บาท และให้ใช้อุปกรณ์ EM ตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนด ต่อมาในวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ทนายความของนายสัมฤทธิ์ หรือเสือ ดุสิต ได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งขอปล่อยชั่วคราวต่อศาลฎีกา และศาลมีคำสั่งในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569
ประเด็นที่หลายคนสนใจคือ การติดกำไล EM ไม่ใช่การลงโทษเพิ่มเติม แต่เป็นมาตรการควบคุมและติดตามตัวที่ศาลนำมาใช้ร่วมกับการปล่อยชั่วคราว อุปกรณ์ดังกล่าวช่วยให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบการเดินทางของผู้ได้รับการปล่อยตัวได้ หากมีการฝ่าฝืนเงื่อนไข เช่น เดินทางออกนอกพื้นที่ที่กำหนด หรือเข้าใกล้พื้นที่ต้องห้าม อาจนำไปสู่การตรวจสอบและพิจารณาดำเนินการตามกฎหมาย
การที่ เสือ ดุสิต ได้ประกันคดีทำร้ายอดีตแฟน จึงควรทำความเข้าใจว่าเป็นเพียงคำสั่งปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ ไม่ใช่คำตัดสินให้พ้นผิด และไม่ใช่การยุติข้อพิพาททั้งหมด ผู้เกี่ยวข้องยังต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของศาลอย่างเคร่งครัด ขณะที่กระบวนการอุทธรณ์จะดำเนินต่อไปตามขั้นตอน
ในมุมของประชาชน ข่าวนี้สะท้อนให้เห็นว่าศาลพิจารณาการปล่อยชั่วคราวจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นระดับโทษ พฤติการณ์หลบหนี ประวัติการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และความจำเป็นในการป้องกันความเสียหาย การกำหนดหลักประกันควบคู่กับกำไล EM จึงเป็นแนวทางที่ช่วยรักษาสมดุลระหว่างสิทธิของจำเลยกับความปลอดภัยของผู้เสียหายและสังคม
ผู้ติดตามข่าวควรแยกข้อเท็จจริงจากกระแสบนสื่อสังคมออนไลน์ และรอคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลในขั้นตอนต่อไป การนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับคดีควรใช้ถ้อยคำอย่างระมัดระวังและเคารพสิทธิของทุกฝ่าย เพราะคดียังอยู่ระหว่างการอุทธรณ์
สรุปคือ เสือ ดุสิต ได้ประกันคดีทำร้ายอดีตแฟน ด้วยหลักประกัน 300,000 บาท พร้อมติดกำไล EM ตามคำสั่งศาลฎีกา การติดตามข่าวควรยึดข้อมูลจากเอกสารทางราชการและแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ เพื่อเข้าใจคดีอย่างรอบด้านและไม่ด่วนตัดสินผู้ใดก่อนกระบวนการยุติธรรมจะสิ้นสุด
ที่มา – ด่วน! ‘เสือ ดุสิต’ ได้ประกันคดีทำร้ายอดีตแฟน วาง 3 แสน ติดกำไล EM คุมเข้ม