เหยื่อ ‘อาจารย์แก้กรรม’ โร่แจ้งความอีก 2 ราย

ข่าวอาชญากรรมที่กำลังเป็นกระแสในช่วงนี้คือ เหยื่อ ‘อาจารย์แก้กรรม’ โร่แจ้งความอีก 2 ราย ซึ่งล่าสุดมีผู้เสียหายเพิ่มเติมเข้ามาแจ้งความกับกองปราบปราม แต่ตำรวจกลับชี้ว่าคดีเหล่านี้อาจไม่สามารถดำเนินการได้เต็มที่เพราะเลยกำหนดเวลาอายุความไปแล้ว เรื่องนี้เกิดขึ้นท่ามกลางคดีใหญ่ของอาจารย์แก้กรรมที่ถูกกล่าวหาว่าหลอกลวงและกระทำอนาจารต่อผู้เสียหายหลายราย โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนที่ไปขอคำปรึกษาเรื่องกรรมและโรคภัย

เหยื่อ ‘อาจารย์แก้กรรม’ โร่แจ้งความอีก 2 ราย

จากรายงานของพ.ต.อ.เอกสิทธิ์ ปานสีทา ผู้กำกับการ 4 กองบังคับการปราบปราม เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 มีผู้เสียหาย 2 รายเข้ามาแจ้งความเพิ่มเติมในคดีนี้ รายแรกคือหญิงสาววัย 18 ปี ซึ่งตอนเกิดเหตุอายุเพียง 17 ปี เธอเล่าว่าถูกอาจารย์แก้กรรมกระทำอนาจารโดยการลูบคลำอวัยวะเพศ แต่หลังเกิดเหตุไม่ได้แจ้งความทันที ทำให้เวลาผ่านไปเกิน 3 เดือน ซึ่งเป็นอายุความของคดีอนาจารตามประมวลกฎหมายอาญา พนักงานสอบสวนจึงบันทึกคำให้การของเธอในฐานะพยานเท่านั้น

รายละเอียดผู้เสียหายรายแรก

  • อายุขณะเกิดเหตุ: 17 ปี
  • ลักษณะการกระทำ: จับลูบคลำอวัยวะเพศ
  • เหตุผลไม่แจ้งทัน: อาจเกิดจากความกลัวหรือไม่เข้าใจว่าถูกกระทำผิดกฎหมาย
  • สถานะปัจจุบัน: สอบปากคำเป็นพยาน

ส่วนรายที่สองเป็นชายหนุ่มวัย 25 ปี จากจังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งตอนเกิดเหตุอายุ 20 ปี เขาป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ได้ยินข่าวว่าอาจารย์แก้กรรมรักษาได้ จึงเดินทางไปขอรับการรักษา แต่กลับถูกอนาจาร ลูบคลำอวัยวะเพศ และมีการพูดถึงเรื่องสุนัขคล้ายกับที่เป็นข่าวในคดีอื่นๆ ในตอนนั้นเขาเชื่อว่าเป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรมรักษา จึงไม่ได้แจ้งความ จนกระทั่งเห็นข่าวใหญ่ค่อยมาดำเนินการ แต่ก็เลยอายุความ 3 เดือนไปแล้วเช่นกัน

ผู้เสียหายรายที่สองเผชิญอะไรบ้าง

  • พื้นฐาน: ป่วยโรคซึมเศร้า หวังการรักษา
  • การกระทำ: ลูบคลำอวัยวะเพศ พูดเรื่องสุนัข
  • สาเหตุช้า: คิดว่าเป็นการรักษา ไม่ใช่อนาจาร
  • ผลลัพธ์: บันทึกเป็นพยาน

ทำไมคดีอนาจารถึงหมดอายุความเร็วขนาดนี้

ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ความผิดฐานกระทำอนาจารต่อเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี หรือต่อบุคคลทั่วไป มีอายุความเพียง 3 เดือนนับแต่รู้ตัวผู้กระทำผิด นี่เป็นกฎหมายที่ออกแบบมาเพื่อให้การสอบสวนรวดเร็วและปกป้องสิทธิผู้บริสุทธิ์ แต่ในทางปฏิบัติ มันกลับเป็นอุปสรรคสำหรับผู้เสียหายที่ไม่กล้าแจ้งหรือไม่รู้ตัวทันที โดยเฉพาะกรณีที่ผู้กระทำแฝงตัวเป็น “หมอแก้กรรม” หรือ “อาจารย์” ที่อ้างศรัทธา ทำให้เหยื่อลังเล

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบพยานหลักฐานที่ยึดมาจากบ้านพักของผู้ต้องหาที่จังหวัดลำพูนอย่างละเอียด เพื่อประกอบสำนวนคดีหลักที่ยังดำเนินการอยู่ คาดว่าจะมีพัฒนาการเพิ่มเติมในเร็ววัน

บทเรียนจากคดี ‘อาจารย์แก้กรรม’

คดีนี้สะท้อนปัญหาการหลอกลวงในนามศาสนาและการแพทย์ทางเลือก ที่แฝงการกระทำผิดกฎหมาย ผู้เสียหายหลายรายตกเป็นเหยื่อเพราะความเชื่อและความสิ้นหวัง หากคุณหรือคนใกล้ตัวเคยเจอเหตุการณ์คล้ายๆ นี้ โปรดแจ้งความทันทีภายใน 3 เดือน เพื่อให้คดีเดินหน้าได้ อย่าปล่อยให้คนร้ายลอยนวล

ในมุมมองของผม คดีแบบนี้ต้องมีกฎหมายที่เข้มงวดกว่านี้ เช่น ขยายอายุความสำหรับคดีที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงทางจิตใจ และรณรงค์ให้ประชาชนรู้สิทธิตัวเองมากขึ้น สังคมเราต้องตื่นตัวกับภัยเงียบเหล่านี้

CTA: หากมีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคดีนี้ หรือเคยถูกหลอกแบบนี้ แชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือแจ้งเบาะแสกับตำรวจทันที เพื่อปกป้องผู้อื่น!

ที่มา – เหยื่อ ‘อาจารย์แก้กรรม’ โร่แจ้งความอีก 2 ราย ตร.ชี้เหตุเกิดนานกว่า 3 เดือน คดีหมดอายุความ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *