‘เอกภพ’ โต้ข่าวสลิปโอน 7 ล้านให้ ‘อนุทิน’
ประเด็น ‘เอกภพ’ โต้ข่าวสลิปโอน 7 ล้านให้ ‘อนุทิน’ กลายเป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจในโลกออนไลน์ หลังมีเพจหนึ่งเผยแพร่ภาพสลิปโอนเงินจำนวน 7 ล้านบาท โดยระบุชื่อบัญชีผู้รับว่าเป็นของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ทำให้เกิดการตั้งคำถามและการส่งต่อข้อมูลอย่างรวดเร็วบนสื่อสังคมออนไลน์
นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเพื่อชี้แจงกรณีดังกล่าว พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ภาพสลิปและข้อความที่ถูกแชร์อาจเป็นข้อมูลเท็จที่ถูกจัดทำขึ้นเพื่อสร้างความเข้าใจผิดและทำลายความน่าเชื่อถือของบุคคลทางการเมือง โดยขอให้ประชาชนใช้วิจารณญาณก่อนเชื่อหรือส่งต่อข้อมูล
‘เอกภพ’ โต้ข่าวสลิปโอน 7 ล้านให้ ‘อนุทิน’
นายเอกภพระบุว่า ต้นทางของโพสต์อาจมาจากบัญชีที่ไม่สามารถยืนยันตัวตนได้ และมีพฤติกรรมเผยแพร่ข้อความที่บิดเบือนหรือใส่ร้ายบุคคลที่ต้องการโจมตี จากนั้นจึงใช้การสร้างกระแสในโลกออนไลน์ รวมถึงการประสานงานผ่านเครือข่ายหรือบัญชีอัตโนมัติ เพื่อทำให้โพสต์เข้าถึงผู้ใช้งานจำนวนมากและถูกแชร์ต่อเป็นวงกว้าง
เมื่อโพสต์ได้รับความสนใจในระดับหนึ่ง ต้นทางอาจลบข้อความออก ขณะที่ผู้ที่แชร์ต่อยังคงต้องรับผิดชอบต่อข้อมูลที่เผยแพร่ไปแล้ว ประเด็นนี้จึงสะท้อนให้เห็นว่า การแชร์ข้อมูลจากเพจหรือบัญชีที่ไม่เปิดเผยตัวตนมีความเสี่ยงอย่างมาก โดยเฉพาะเนื้อหาที่กล่าวหาเรื่องเงิน การทุจริต หรือความผิดทางกฎหมาย
ตรวจสอบข่าวสลิปโอนเงินก่อนเชื่อและแชร์
สำหรับกรณี ‘เอกภพ’ โต้ข่าวสลิปโอน 7 ล้านให้ ‘อนุทิน’ สิ่งที่ประชาชนควรทำคือแยกข้อเท็จจริงออกจากความคิดเห็น และตรวจสอบข้อมูลจากหลายแหล่งก่อนตัดสินใจเชื่อ เนื่องจากภาพสลิปเงินโอนสามารถถูกตัดต่อหรือแก้ไขได้ง่าย ขณะเดียวกัน ชื่อบัญชีในภาพก็ไม่ได้เป็นหลักฐานยืนยันว่าธุรกรรมนั้นเกิดขึ้นจริง หรือเกี่ยวข้องกับบุคคลที่มีชื่อปรากฏอยู่เสมอไป
- ตรวจสอบว่าโพสต์มาจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือหรือไม่
- ดูวันที่ เวลา และรายละเอียดของภาพสลิปว่ามีความผิดปกติหรือไม่
- ค้นหาข่าวจากสำนักข่าวหลายแห่ง เพื่อเปรียบเทียบข้อมูล
- ตรวจสอบคำชี้แจงจากหน่วยงานหรือบุคคลที่ถูกกล่าวถึงโดยตรง
- หลีกเลี่ยงการแชร์โพสต์ที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน
นายเอกภพยังตั้งคำถามเชิงตรรกะว่า จะมีนักการเมืองคนใดกล้ารับเงินโอนจำนวนหลายล้านบาทที่ไม่มีที่มาที่ไปอย่างชัดเจนหรือไม่ โดยมองว่าประเด็นดังกล่าวอาจเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการปล่อยข่าวปลอมเพื่อทำลายล้างกันทางการเมือง ไม่ใช่การนำเสนอข้อมูลเพื่อให้สังคมตรวจสอบอย่างสุจริต
การเผยแพร่ข่าวปลอมไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะบุคคลที่ถูกกล่าวหาเท่านั้น แต่ยังทำให้ประชาชนสับสนและลดความเชื่อมั่นต่อระบบการเมือง หากข้อมูลที่ไม่มีหลักฐานถูกส่งต่อซ้ำ ๆ ผู้รับสารบางส่วนอาจเข้าใจว่าเป็นเรื่องจริง แม้ภายหลังจะมีการชี้แจงแล้วก็ตาม ดังนั้น ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์จึงมีบทบาทสำคัญในการหยุดวงจรข้อมูลเท็จ
‘เอกภพ’ โต้ข่าวสลิปโอน 7 ล้านให้ ‘อนุทิน’ พร้อมเตือนภัยข่าวปลอม
กรณีนี้ยังเป็นบทเรียนว่าการรับข่าวสารทางการเมืองควรตั้งคำถามกับข้อมูลทุกด้าน ไม่ควรเชื่อเพียงเพราะมีภาพประกอบหรือมีผู้ติดตามจำนวนมาก การใช้ถ้อยคำรุนแรง การเร่งให้คนแชร์ และการอ้างข้อมูลแบบไม่มีแหล่งที่มา ล้วนเป็นสัญญาณที่ควรระมัดระวัง นอกจากนี้ ผู้เผยแพร่ควรคำนึงถึงความรับผิดชอบและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการกล่าวหาผู้อื่นด้วย
ประชาชนสามารถช่วยลดการแพร่กระจายของข่าวปลอมได้ด้วยการไม่กดแชร์ข้อมูลที่ยังไม่ตรวจสอบ รายงานโพสต์ที่เข้าข่ายหลอกลวง และติดตามการชี้แจงจากแหล่งข่าวที่เป็นทางการ การคิดให้รอบคอบเพียงไม่กี่นาทีก่อนแชร์ อาจช่วยป้องกันความเสียหายต่อชื่อเสียงของบุคคลและลดความขัดแย้งในสังคมได้
ท้ายที่สุด ประเด็น ‘เอกภพ’ โต้ข่าวสลิปโอน 7 ล้านให้ ‘อนุทิน’ ควรติดตามจากข้อเท็จจริงและหลักฐานที่ตรวจสอบได้มากกว่ากระแสในโลกออนไลน์ ผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณ ไม่ด่วนสรุป และร่วมกันสร้างสังคมข่าวสารที่รับผิดชอบด้วยการแชร์เฉพาะข้อมูลที่มีที่มาอย่างชัดเจน
ที่มา – ‘เอกภพ’ โต้ข่าวสลิปโอน 7 ล้านให้ ‘อนุทิน’ ชี้ ขบวนการปล่อยข่าวปลอมหวังทำลายล้างทางการเมือง
