เอฟเอโอชี้ ‘เสริมความยืดหยุ่น’ ทางรอดวิกฤติอาหารโลก
ในยุคที่โลกกำลังเผชิญวิกฤติอาหารรุนแรง เอฟเอโอชี้ ‘เสริมความยืดหยุ่น’ ทางรอดวิกฤติอาหารโลก อย่างชัดเจน จากการประชุมระดับภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ครั้งที่ 38 หรือ APRC38 ที่บรูไนดารุสซาลาม องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ได้รวบรวมรัฐมนตรีจากหลายประเทศ เพื่อหารือแนวทางความร่วมมือ ยกระดับศักยภาพภาคเกษตร รองรับความท้าทายใหม่ๆ เสริมความมั่นคงทางอาหาร และช่วยเกษตรกรรายย่อยเข้าถึงเทคโนโลยีกับตลาดมากขึ้น
เอฟเอโอชี้ ‘เสริมความยืดหยุ่น’ ทางรอดวิกฤติอาหารโลก
การประชุมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก เจ้าฟ้าชายฮัจญี อัล-มุห์ตาดี บิลลาห์ และ สมเด็จพระราชาธิบดี สุลต่าน ฮัจญี ฮัสซานัล โบลเกียห์ มูอิซซัดดิน วัดเดาละห์ ทรงเปิดอย่างเป็นทางการ โดยทรงเน้นย้ำว่าภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกกำลังเผชิญแรงกดดันหนัก จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่กระทบการเพาะปลูก ความเสื่อมโทรมของระบบนิเวศ และห่วงโซ่อุปทานที่เปราะบาง
ยิ่งไปกว่านั้น ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังทำให้การค้าโลกสะดุด ตลาดพลังงานผันผวน ส่งผลให้ราคาพลังงานและปุ๋ยพุ่งสูง ต้นทุนการผลิตสินค้าเกษตรเพิ่มขึ้น รายได้ส่งออกไปอ่าวเปอร์เซียลดฮวบ และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ในปี 2569 ยังกดดันเงินเฟ้อทั่วโลกให้สูงขึ้นอีก
ยืดหยุ่นจากภายใน สร้างความยั่งยืนระยะยาว
ฉู ตงหยู ผู้อำนวยการใหญ่ FAO กล่าวในที่ประชุมว่า เอเชียและแปซิฟิกผลิตอาหารกว่า 50% ของโลก จึงต้อง เอฟเอโอชี้ ‘เสริมความยืดหยุ่น’ ทางรอดวิกฤติอาหารโลก โดยสร้างจากภายใน เพราะความช่วยเหลือภายนอกอย่างเดียวไม่ยั่งยืน ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศในภูมิภาค แม้หลายประเทศจะก้าวหน้าด้านการผลิต การค้า และนวัตกรรม แต่ยังมีประชากรอดอาหารสูงกว่าภูมิภาคอื่น
การพึ่งงบรัฐอย่างเดียวไม่พอ ต้องดึงการลงทุนจากภาคเอกชนและหลายภาคส่วน FAO ยังผลักดัน South-South Cooperation ให้ประเทศกำลังพัฒนาแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี นโยบาย และการลงทุนกันเอง เปลี่ยนจากผู้รับเป็นผู้ให้
โจทย์ใหญ่ของเกษตรกรรายย่อยและทรัพยากรเสื่อมโทรม
แม้ภูมิภาคนี้ผลิตสินค้าเกษตรและประมง 54% ของโลก แต่เกษตรกรรายย่อยซึ่งเป็น 80% ของผู้ผลิต ทำให้ระบบเปราะบางต่อราคาอาหาร พลังงาน ปุ๋ย และสภาพอากาศ ตงหยูเตือนว่าถ้านวัตกรรมไม่ถึงเกษตรกรรายย่อย ไม่ใช่พัฒนาจริง นอกจากนี้ยังมีปัญหาขาดน้ำ ใช้น้ำเกิน สูญเสียสารอาหารดิน และดินเสื่อม
ภายในปี 2593 ประชากรเพิ่ม 200 ล้านคน ต้องเร่งเทคโนโลยีอย่างเมล็ดพันธุ์ดี พยากรณ์อากาศแม่น เกษตรดิจิทัล เกษตรแม่นยำประหยัดน้ำ ระบบเย็นพลังงานแสงอาทิตย์ ลดสูญเสียหลังเก็บเกี่ยว และปลูกข้าวลดมีเทน
- เสริมความยืดหยุ่นระบบอาหาร
- ลงทุนเกษตรยั่งยืน
- เทคโนโลยีถึงเกษตรกรรายย่อย
- ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
เร่งลงทุนและทำให้อาหารเข้าถึงได้
APRC38 ให้ความสำคัญอาหารโภชนาการราคาเหมาะสมที่ยังสูงเกินค่าเฉลี่ยโลก ผลักดันเกษตรต่ำคาร์บอน การค้าสะดวก และบูรณาการตลาด ระดมทุนสนับสนุนเกษตรกรรายย่อย ระบบอาหารน้ำยืดหยุ่น เศรษฐกิจชีวภาพ และ Hand-in-Hand Initiative ของ FAO
ข้อเสนอจากที่ประชุมจะกำหนดแผน FAO 2 ปีข้างหน้า สอดคล้องยุทธศาสตร์กลาง รับมือวิกฤติอาหารซับซ้อน
เอฟเอโอชี้ ‘เสริมความยืดหยุ่น’ ทางรอดวิกฤติอาหารโลก คือกุญแจสำคัญสำหรับภูมิภาคเรา หากเราร่วมมือกันได้ จะสร้างระบบอาหารที่แข็งแกร่งยั่งยืน คุณล่ะพร้อมช่วยเหลือเกษตรกรไทยอย่างไร? แชร์ไอเดียในคอมเมนต์ด้านล่างเลย!