เอ็ตด้ากำหนดเส้นตาย 13 สิงหาคม แพลตฟอร์มดิจิทัลต้องแจ้งข้อมูลธุรกิจให้ถูกต้องตามกฎหมาย
สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (เอ็ตด้า) ประกาศความคืบหน้าในการกำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัลในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยกำหนดเส้นตายให้แพลตฟอร์มที่ยังแจ้งข้อมูลธุรกิจไม่ตรงตามกฎหมายฉบับ พ.ร.ฎ. การประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. 2565 หรือ Digital Platform Service (DPS) ต้องจัดการให้ถูกต้องภายในวันที่ 13 สิงหาคม 2568 นี้ มิเช่นนั้นอาจถูกสั่งหยุดดำเนินธุรกิจได้ทันที!
เอ็ตด้าขีดเส้น 13 ส.ค แพลตฟอร์มดิจิทัลต้องแจ้งข้อมูลธุรกิจให้ถูกตามกม
ตามที่ น.ส.จิตสถา ศรีประเสริฐสุข รองผู้อำนวยการ สพธอ. หรือ เอ็ตด้า ได้ออกมากล่าวถึงข้อกังวลว่าแพลตฟอร์มหลายรายยังไม่ให้ความร่วมมั่นใจ การแจ้งข้อมูลที่ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด โดยระบุว่าปัจจุบันมีแพลตฟอร์มที่รายงานข้อมูลธุรกิจเข้าระบบแล้ว รวมกว่า 1,920 ราย ณ วันที่ 4 สิงหาคม 2568
แต่ทว่าจากการตรวจสอบภาพรวม พบปัญหาการลงทะเบียนที่ยังสับสน หรือไม่ตรงตามเคลียร์ที่ควรเป็น ถึง 6 ประเด็นหลัก ดังนี้:
- แจ้งประเภทบริการผิด จากธุรกิจที่เกิดจริง
- ระบุลักษณะการให้บริการมาตรา 16 (1) คลาดเคลื่อน ขณะที่ต้องเริ่มดำเนินการ
- รายได้และการทำธุรกรรมไม่สัมพันธ์กับธุรกิจจริง เช่น ระบุรายได้เป็น 0 หรือให้ข้อมูลที่เห็นได้ว่าไม่สมเหตุ
- สัดส่วนรายได้ในไทยไม่ตรงความจริง อาจส่งผลต่อการประเมินผลกระทบเชิงเศรษฐกิจ
- ไม่รายงานข้อมูลผู้ใช้อย่างครบถ้วน ทั้งจำนวนและประเภท
- ลิงค์ URL ที่แจ้งมีปัญหา เชื่อมต่อไม่ได้หรือไม่ตรวจสอบเชิงอรรถได้
แพลตฟอร์มต้องแสดงความรับผิดชอบอย่างเร่งด่วน
เอ็ตด้าสร้างโอกาสครั้งสุดท้าย ให้แพลตฟอร์มทุกรายกลับไปตรวจสอบและ ดำเนินการชี้แจงทั้งยืนยันแก้ไขหรือส่งข้อมูลเพิ่มเติม ตามแบบฟอร์มในวันที่ 13 สิงหาคม 2568 หากยังคงแก้ไขล่าช้าหรือเพิกเฉย ก็จะมีการสั่งดำเนินการตามกฎหมายจริงจัง ซึ่งอาจถึงขั้นห้ามทำธุรกิจหรือเพิกถอนการรับแจ้ง ได้เลยทีเดียว
สำหรับทั้งแพลตฟอร์มไทยและต่างประเทศที่ดำเนินงานในเขตราชอาณาจักร ควรให้ความสำคัญกับการลงทะเบียนให้ครบถ้วน โปร่งใส และตรวจสอบได้ เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองเข้าสู่ขั้นตอนการลงโทษที่อาจส่งผลให้ธุรกิจสะดุด
ผู้ประกอบการบางรายอาจไม่เข้าใจความแตกต่างระหว่างการดำเนินแพลตฟอร์มในทางปฏิบัติกับทางกฎหมาย การทำความเข้าใจหลักเกณฑ์หลังได้รับคำเตือนจาก เอ็ตด้า จึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต
บทเรียนสำหรับธุรกิจเทคโนโลยีในยุคกำกับดูแลแบบเข้ม
กรณีนี้สะท้อนให้เห็นว่า อุตสาหกรรมดิจิทัลที่เคยอยู่แบบไร้พรมแดน ตอนนี้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานรัฐอย่างชัดเจน โดยเฉพาะประเทศไทยที่มีแนวทางออกกฎหมายกำหนดให้แพลตฟอร์มต้องลงทะเบียนให้ข้อมูลธุรกิจให้ครบถ้วน
แพลตฟอร์มที่แจ้งข้อมูลไม่สัมพันธ์กับการทำธุรกิจจริง อาจถูกมองว่าไม่มีความโปร่งใส ส่งผลต่อภาพลักษณ์ของบริษัทในสายตาของรัฐบาลและลูกค้าด้วยกัน
อัปเดตล่าสุด ระบุว่า เอ็ตด้าหันมาใช้วิธีเผยแพร่แนวทาง พร้อมแจ้งเตือนและติดตามแพลตฟอร์มให้ปรับตัวก่อนลงโทษทางรุนแรงใดๆ ซึ่งเป็นแนวทางที่ยืดหยุ่นและเป็นธรรม
ถ้าคุณคือผู้บริหารแพลตฟอร์มหรือ startup ที่เพิ่งเริ่ม ยื่นจดแจ้งดิจิทัลแพลตฟอร์มออนไลน์ อย่าชะล่าใจ! ตรวจสอบเคสที่ เอ็ตด้า ชี้แจงเพื่อเตรียมตัวให้ถูกต้องเสียแต่เนิ่นๆ ไม่ให้เกิดการถูกเรียกปรับหรือสั่งปิดบริการในเวลาต่อมา
เทคโนโลยีคืออนาคต แต่การใช้เทคโนโลยีอย่างไรให้ถูกต้องเหมาะสมกับกฎหมายและประชาชนคือการเติบโตที่ยั่งยืน มาร่วมกันสร้างนิเวศแพลตฟอร์มที่โปร่งใส ด้วยก้าวแรกในการรายงานข้อมูลธุรกิจให้ถูกกฎหมายไทย โดยเฉพาะ ประเด็นสำคัญตาม พ.ร.ฎ. DPS ที่ไปสัมพันธ์กับภาพรวมของเศรษฐกิจดิจิทัลและกฎหมายด้านความปลอดภัยของข้อมูล
ซึ่งปัจจุบัน ธุรกิจ SMEs และองค์กรใหญ่ต่างติดตามนโยบายของเอ็ตด้าอย่างใกล้ชิด ถ้าแพลตฟอร์มคุณยังไม่ได้ส่งข้อมูลหรือยังมีจุดผิดเพี้ยน รีบดำเนินการภายในเส้นตาย 13 สิงหาคม อย่าปล่อยให้สายเกินไป!
สรุปท้ายบทความ
ควบคู่กับความเติบโตของแพลตฟอร์มดิจิทัล เอ็ตด้าขีดเส้น 13 ส.ค. 68 ห้ามใดๆ ชะล่าใจในการรายงานธุรกิจของตนเองเพื่อให้ถูกกฎหมาย มิเช่นนั้นอาจถูกสั่งระงับธุรกิจทันที
โดยเอ็ตด้ากำลังพัฒนาให้ระบบกำกับดูแลมีความยืดหยุ่น ปราศจากการถูกตัดสิทธิ์ทันที แต่มีการให้โอกาสชี้แจงอย่างเป็นธรรมก่อนลงโทษ กฎหมายนี้ไม่ใช่เพื่อเพิกเฉียดการเติบโต แต่ปรับโมเดลให้เข้ากฎหมายและสร้างสิ่งแวดล้อมดิจิทัลที่ยั่งยืน