แจ้งจับพ่อแท้ๆ ได้ไหม? เมื่อลูกสาวถูกบังคับใช้หนี้
เชื่อว่าใครหลายคนอาจเคยได้ยินข่าวคราวเกี่ยวกับปัญหาความรุนแรงในครอบครัวมาบ้าง แต่เรื่องราวล่าสุดที่กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักบนโลกออนไลน์ คือกรณีของหญิงสาววัย 23 ปี ที่ออกมาตั้งคำถามผ่านกลุ่มทนายความว่า แจ้งจับพ่อแท้ๆ ได้ไหม เนื่องจากเธอถูกกดดันให้ทำงานหาเงินมาใช้หนี้แทนผู้เป็นพ่ออยู่ตลอดเวลา จนส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตอย่างรุนแรง
แจ้งจับพ่อแท้ๆ ได้ไหม หลังถูกบังคับใช้หนี้จนชีวิตพัง
เหตุการณ์นี้นับเป็นอุทาหรณ์ที่น่าเศร้าสำหรับสังคมไทย สถาบันครอบครัวที่ควรจะเป็นเซฟโซนกลับกลายเป็นกรงขัง เมื่อลูกสาวที่เพิ่งบรรลุนิติภาวะมีความฝันอยากออกไปทำงานสร้างเนื้อสร้างตัวในต่างจังหวัด กลับถูกกีดกันโดยอ้างเรื่องหนี้สิน และหนักหนาสาหัสกว่านั้นคือการโดนบังคับให้ไปกู้เงินคนอื่นมาให้พ่อใช้หนี้ จนตัวเธอเองเผชิญกับสภาวะล้มละลายทางการเงินและสุขภาพจิต
สุขภาพจิตที่ถูกทำลาย: เมื่อครอบครัวไม่ใช่ที่ปลอดภัย
อาการป่วยซึมเศร้าของหญิงสาวคนนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ การที่ผู้เป็นพ่อถึงขั้นฉีกใบนัดแพทย์และด่าทอไม่ให้เกียรติ ยิ่งตอกย้ำว่านี่อาจเข้าข่ายการทารุณกรรมจิตใจ คำถามที่ว่า แจ้งจับพ่อแท้ๆ ได้ไหม จึงไม่ใช่แค่เรื่องของอารมณ์ แต่เป็นเสียงร้องขอความช่วยเหลือจากคนที่ถึงทางตันจริงๆ อย่างไรก็ตาม กฎหมายไทยมีบทบัญญัติคุ้มครองเรื่องความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งลูกสาวคนดังกล่าวสามารถเรียกร้องสิทธิ์ของตนเองได้
- ความรุนแรงไม่ใช่เรื่องส่วนตัวในครอบครัว
- สุขภาพจิตที่เสียไปจากการถูกกดดันเป็นเรื่องที่กฎหมายคุ้มครอง
- มีหน่วยงานภาครัฐพร้อมให้คำปรึกษาและที่พักพักพิง
ในมุมมองของเรา นี่คือสัญญาณเตือนให้สังคมหันมามองเรื่องการสร้างขอบเขต (Boundary) ในครอบครัวมากขึ้น การกตัญญูเป็นสิ่งดี แต่การถูกบีบบังคับจนสูญเสียอนาคตและชีวิตไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์คนหนึ่งควรได้รับ หากคุณหรือคนรอบข้างกำลังเผชิญปัญหาลักษณะนี้ อย่าเก็บไว้คนเดียวครับ การปรึกษาทนายความหรือติดต่อหน่วยงาน พม. คือก้าวแรกที่จะช่วยให้คุณหลุดพ้นจากวงจรนี้ได้ โดยไม่ต้องรู้สึกผิดว่าการ แจ้งจับพ่อแท้ๆ ได้ไหม นั้นเป็นเรื่องบาปกรรม เพราะการรักษาชีวิตตัวเองสำคัญที่สุดครับ
ที่มา – ลูกสาววัย 23 สุดกลั้น โพสต์ถามทนาย “แจ้งจับพ่อแท้ๆ ได้ไหม” บังคับหาเงินใช้หนี้-ข่มขู่จนป่วยซึมเศร้า