แต่งตั้งนายพลตำรวจ ‘สำราญ-อิทธิพล’ ขึ้นรอง ผบ.ตร.
วงการตำรวจมีความเคลื่อนไหวสำคัญเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ที่ห้องประชุม 2 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพิจารณาการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับ ตร. หรือที่เรียกกันว่า “บอร์ดกลั่นกรอง” เพื่อพิจารณาบุคลากรเหมาะสมในการแต่งตั้งระดับสูงของตำรวจ โดยมีพล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง และผู้บริหารระดับสูงอื่นๆ เข้าร่วม.
แต่งตั้งนายพลตำรวจ ‘สำราญ-อิทธิพล’ ขึ้นรอง ผบ.ตร.
ตามรายงาน สำนักข่าวระบุว่าในปีนี้มีตำแหน่งที่ว่างระดับสูงของตำรวจหลายตำแหน่ง ประกอบด้วย รอง ผบ.ตร. 2 ตำแหน่ง, ผู้ช่วย ผบ.ตร. 7 ตำแหน่ง, ผบช. 16 ตำแหน่ง, รองผบช. 40 ตำแหน่ง และ ผบก. 71 ตำแหน่ง ซึ่งคณะกรรมการฯ ได้พิจารณาอย่างเป็นระบบและเรียงลำดับตามอายุราชการของแต่ละบุคคล
ผู้ได้รับการเลื่อนตำแหน่ง
ในส่วนของ แต่งตั้งนายพลตำรวจ ‘สำราญ-อิทธิพล’ ขึ้นรอง ผบ.ตร. นั้นคือ พล.ต.ท.สำราญ นวลมา และ พล.ต.ท.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ซึ่งทั้งสองท่านถือว่าเป็นผู้มีประสบการณ์และความสามารถสูง ในการบริหารงานตำรวจระดับสูง
นอกจากนี้ ยังมีผู้ได้รับการพิจารณาแต่งตั้งระดับผู้ช่วย ผบ.ตร. ทั้งหมด 7 ตำแหน่ง โดยเรียงตามลำดับอายุราชการ ได้แก่ พล.ต.ท.สุรพงษ์ ถนอมจิตร, พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช และ พล.ต.ท.นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต ฯลฯ ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นผู้บริหารที่มีผลงานโดดเด่นในหน่วยงานต่างๆ
- พิจารณาเลื่อนตำแหน่งตามลำดับอาวุโส
- ตำแหน่ง รอง ผบ.ตร. เพิ่ม 2 ตำแหน่ง
- POSITION VACANCIES across various ranks
- การโยกย้ายบุคลากรเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
การพิจารณาในครั้งนี้ยังรวมถึงการโยกย้ายตำแหน่งของพลตำรวจชั้นผู้ประกาศ เช่น พล.ต.ท.สิทธิชัย โล่กันภัย ผบช.สยศ.ตร. ย้ายเป็น ผบช.ตชด. ส่วน พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ย้ายจาก ผบช.ภ.1 เป็น ผบช.สอท. และมีผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญอื่นๆ อีกจำนวนหนึ่งยังคงประจำตำแหน่งเดิม
การพิจารณาแต่งตั้งในครั้งนี้ถือเป็นการปรับโครงสร้างการบริหารงานตำรวจให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการผสมผสานบุคลากรเก่าและบุคลากรใหม่ที่มีศักยภาพสูง ซึ่งคาดว่าจะมีผลเชิงบวกต่อการดำเนินงานในภารกิจต่างๆ ทั่วประเทศ
หากคุณเป็นผู้ติดตามข่าวสารวงการตำรวจและการบริหารงานภาครัฐ การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถือเป็นเรื่องน่าให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะจะส่งผลต่อการดำเนินงานของหน่วยงานตำรวจสายตรวจ และส่งผลระยะยาวต่อพลเมืองคนทั่วไป