แนะเคาะเพิ่มทุกปีตาม ‘เงินเฟ้อ’จี้รัฐลดค่าครองชีพ ไม่โยนภาระ SMEs
ช่วงนี้ประเด็นเรื่องค่าแรงเป็นที่พูดถึงในวงกว้าง โดยล่าสุด รศ.ดร.กิริยา กุลกลการ นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ออกมานำเสนอแนวคิดที่น่าสนใจอย่างมากคือการ แนะเคาะเพิ่มทุกปีตาม ‘เงินเฟ้อ’จี้รัฐลดค่าครองชีพ ไม่โยนภาระ SMEs เพื่อให้แรงงานไทยสามารถพยุงตัวอยู่ได้ในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน
แนะเคาะเพิ่มทุกปีตาม ‘เงินเฟ้อ’จี้รัฐลดค่าครองชีพ ไม่โยนภาระ SMEs
การปรับค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือแรงงานนั้นถือว่าเป็นก้าวแรกที่ดี แต่การจะให้แรงงานอยู่รอดได้จริง จำเป็นต้องมองให้รอบด้าน โดยเฉพาะการที่รัฐบาลควรเข้ามามีบทบาทในการช่วยเหลือผู้ประกอบการ ไม่ใช่ปล่อยให้ แนะเคาะเพิ่มทุกปีตาม ‘เงินเฟ้อ’จี้รัฐลดค่าครองชีพ ไม่โยนภาระ SMEs ตกเป็นหน้าที่ของฝั่งผู้ประกอบการเพียงฝ่ายเดียว โดยเฉพาะธุรกิจ SMEs ที่มีต้นทุนจำกัด
ทำไมต้องปรับตามเงินเฟ้อ?
รศ.ดร.กิริยา ให้ความเห็นว่าการยึดตัวเลขเงินเฟ้อเป็นฐานในการคำนวณนั้นสมเหตุสมผล เพราะช่วยรักษากำลังซื้อของแรงงานได้จริง นอกจากนี้ยังมีประเด็นสำคัญที่ภาครัฐต้องเร่งดำเนินการ ดังนี้:
- เพิ่มทักษะแรงงาน: ขยายสาขาอาชีพและช่องทางการฝึกอบรมให้ครอบคลุมถึงกลุ่มแรงงานนอกระบบ
- แยกส่วนค่าจ้างขั้นต่ำ: การปรับค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือไม่ควรนำมาใช้เป็นข้ออ้างในการไม่ปรับค่าจ้างขั้นต่ำ
- การมุ่งสู่ Living Wage: รัฐควรมีเป้าหมายระยะยาวให้แรงงานมีรายได้ที่เพียงพอต่อคุณภาพชีวิตครอบครัว ไม่ใช่แค่เพื่อความอยู่รอด
อย่างไรก็ตาม ในสถานการณ์ที่เศรษฐกิจโลกยังไม่มีความแน่นอน การผลักภาระค่าจ้างให้ SME เพียงฝ่ายเดียวอาจส่งผลกระทบต่ออัตราการจ้างงานในระยะยาว แนะเคาะเพิ่มทุกปีตาม ‘เงินเฟ้อ’จี้รัฐลดค่าครองชีพ ไม่โยนภาระ SMEs จึงเป็นโจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลต้องเข้ามาช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชนควบคู่ไปกับการเพิ่มศักยภาพให้ผู้ประกอบการแข่งขันได้
บทสรุปของเรื่องนี้ไม่ใช่แค่การวัดตัวเลขค่าแรงในแต่ละปี แต่คือการสร้างระบบเศรษฐกิจที่สมดุล แรงงานได้รับค่าจ้างที่เป็นธรรมในขณะที่ธุรกิจยังเดินหน้าต่อได้ รัฐบาลจึงต้องเป็นฟันเฟืองสำคัญในการสนับสนุนเงินอุดหนุนหรือมาตรการลดต้นทุน ไม่ใช่โยนความกดดันนี้ทิ้งไว้ที่กลุ่มผู้ประกอบการรายย่อยเพียงอย่างเดียว
ที่มา – แนะเคาะเพิ่มทุกปีตาม ‘เงินเฟ้อ’จี้รัฐลดค่าครองชีพ ไม่โยนภาระ SMEs