‘แพงทั้งแผ่นดิน’ เขย่ารัฐบาล
สถานการณ์เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญวิกฤติหนักหน่วงกับปัญหา‘แพงทั้งแผ่นดิน’ เขย่ารัฐบาล ที่ทำให้ประชาชนเดือดร้อนทั้งในภาคการผลิต การขนส่ง และสินค้าเกษตร ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคพุ่งสูงขึ้น ขณะที่ผลผลิตเกษตรล้นตลาดราคาดิ่งเหว ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรและผู้บริโภคอย่างรุนแรง
‘แพงทั้งแผ่นดิน’ เขย่ารัฐบาล
ปัญหา‘แพงทั้งแผ่นดิน’ เขย่ารัฐบาลเริ่มต้นจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นน้ำมัน เชื้อเพลิง พลังงาน และค่าขนส่ง ทำให้ผู้ประกอบการหลายรายต้องปรับขึ้นราคาสินค้า สินค้าเกษตรตามฤดูกาลอย่างผลไม้ก็ล้นตลาดทั้งในและต่างประเทศ สร้างความเดือดร้อนให้เกษตรกรจำนวนมาก
วิกฤติมะพร้าวน้ำหอม ราคาดิ่งเหว
ชาวสวนมะพร้าวกำลังเผชิญทุกข์หนัก ราคามะพร้าวน้ำหอมตกลงเหลือเพียง 2-3 บาทต่อลูก จากเดิมที่เคยขายได้ 30-40 บาท สาเหตุหลักมาจากผลผลิตออกมามากเกินไป ทำให้เกิดภาวะ Over Stock ในโรงงาน นอกจากนี้ยังมีการแข่งขันจากทุนต่างชาติ โดยเฉพาะล้งทุนจีนที่กดราคารับซื้อและทำลายกลไกตลาด ปัญหาอีกประการคือการนำน้ำมะพร้าวพันธุ์อื่นมาผสมน้ำตาลหรือแต่งกลิ่น แล้วแอบอ้างว่าเป็นมะพร้าวน้ำหอมแท้ ทำให้สินค้าไทยแท้ขายไม่ออก
มะม่วงราคาตกต่ำ ชาวสวนต้องเททิ้ง
ตามมาด้วยมะม่วง โดยเฉพาะพันธุ์มันเดือนเก้าและน้ำดอกไม้ ราคาหน้าสวนเหลือเพียง 1-5 บาทต่อกิโลกรัม ในบางพื้นที่ บางรายขายได้แค่ 1 บาทต่อกิโล จนต้องปล่อยให้ร่วงคาต้นหรือเททิ้ง หรือนำไปแปรรูปเป็นมะม่วงกวนเพื่อหวังเพิ่มมูลค่า การส่งออกไปต่างประเทศก็ติดปัญหาผู้รับซื้อไม่พอ สร้างความเสียหายมหาศาลให้เกษตรกร
พืชสามหัว หอมหัวใหญ่ หอมแดง กระเทียม ท้อใจสุดขีด
ปีนี้พืช 3 หัวอย่างหอมหัวใหญ่ หอมแดง และกระเทียม ราคาตกต่ำที่สุดในรอบ 10 ปี ตั้งแต่เดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2569 ราคาหน้าสวนเหลือ 6-8 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งต่ำกว่าต้นทุนที่ 9-10 บาท โดยเฉพาะในจังหวัดลำพูนและศรีสะเกษ ผลผลิตล้นตลาดเป็นสาเหตุหลัก
- ผลผลิตออกพร้อมกันมากเกินไป
- ขาดการวางแผนการผลิต
- การแข่งขันจากนำเข้า
สถานการณ์‘แพงทั้งแผ่นดิน’ เขย่ารัฐบาลยังทำให้สินค้าอุปโภคอย่างหมู ไก่ ไข่ ขึ้นราคาก่อน น้ำมันปาล์มและน้ำตาลทรายรอขึ้นตาม หากปัญหาตะวันออกกลางไม่คลี่คลาย สินค้าอื่นๆ จะขึ้นราคายกแผง
ประชาชนมีความหวังสูงในรัฐบาลนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล และรัฐมนตรีพาณิชย์ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับตรงข้าม กระทรวงพาณิชย์ต้องมีมาตรการเร่งด่วน เช่น ช่วยระบายผลผลิต ควบคุมราคา และปราบปรามการกดราคาจากทุนต่างชาติ หากนิ่งเฉย อาจนำไปสู่การประท้วงจากเกษตรกรและประชาชน
ในมุมมองของผู้เขียน ปัญหานี้เป็นสัญญาณเตือนว่ารัฐบาลต้องลงมือจริงจัง ด้วยการสนับสนุนเกษตรกรผ่านโครงการประกันรายได้ ส่งเสริมการส่งออก และควบคุมต้นทุนการผลิต หากแก้ไขได้ทัน จะช่วยฟื้นศรัทธาประชาชนได้
คุณคิดอย่างไรกับสถานการณ์‘แพงทั้งแผ่นดิน’ เขย่ารัฐบาล? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์และแชร์บทความนี้เพื่อกระตุ้นให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหา!
ที่มา – ‘แพงทั้งแผ่นดิน’ เขย่ารัฐบาล