แม่ค้าแจ้งจับสาวเบี้ยวจ่ายค่าทุเรียน ลั่นเห็นหน้าตาสวยไม่คิดว่าจะโกง
แม่ค้าแจ้งจับสาวเบี้ยวจ่ายค่าทุเรียน ลั่นเห็นหน้าตาสวยไม่คิดว่าจะโกง
ในยุคที่การค้าขายออนไลน์และสั่งซื้อสินค้าผ่านทางไปรษณีย์กลายเป็นเรื่องปกติ เหตุการณ์ แม่ค้าแจ้งจับสาวเบี้ยวจ่ายค่าทุเรียน ลั่นเห็นหน้าตาสวยไม่คิดว่าจะโกง เกิดขึ้นจริงในจังหวัดอุดรธานี สร้างความเสียหายให้กับผู้ประกอบการรายย่อยที่ต้องลำบากในการลงทุนขายผลไม้สดตามฤดูกาล เรื่องราวนี้ไม่เพียงแต่เตือนใจให้ระมัดระวังการทำธุรกิจ แต่ยังสะท้อนถึงปัญหาการฉ้อโกงที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในวงการค้าขายผลไม้ โดยเฉพาะทุเรียนที่เป็นผลไม้ราคาสูงและส่งทางไกลได้ยาก
แม่ค้าแจ้งจับสาวเบี้ยวจ่ายค่าทุเรียน ลั่นเห็นหน้าตาสวยไม่คิดว่าจะโกง
เมื่อวันที่ 27 กันยายน ที่ผ่านมา พ.ต.ท.กฤษฎา ชานนท์ ผู้กำกับการสอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งความจาก น.ส.วรนุช มานะดี หรือที่รู้จักกันในชื่อ “แบม” อายุ 22 ปี ชาวอุดรธานี ซึ่งเป็นแม่ค้าขายผลไม้ตามฤดูกาล เธอถูกหญิงสาวคนหนึ่งหลอกสั่งทุเรียนส่งทางไปรษณีย์ไปยังจังหวัดแม่ฮ่องสอน แต่ไม่ยอมโอนเงินค่าทุเรียนจำนวน 7,540 บาท หลังจากติดต่อไม่ได้นานหลายวัน คาดว่าน่าจะถูกโกงโดยสมบูรณ์ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 12 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา โดยมีหลักฐานการแชทสั่งซื้อเป็นพยานหลัก
เส้นทางสู่การถูกหลอก: จากลูกค้าประจำสู่ผู้ร้ายโกง
น.ส.วรนุช เล่าให้ฟังด้วยน้ำเสียงที่ผิดหวังว่า เธอค้าขายผลไม้สดตามฤดูกาลที่ตลาดสดเทศบาล 1 มาตั้งแต่เด็ก ช่วยพ่อแม่จนกระทั่งแยกตัวมาทำธุรกิจเอง ช่วงนี้เธอนำทุเรียนหมอนทองมาขายในราคาโลละ 160 บาท ซึ่งเป็นราคาที่แข่งขันได้ในตลาด ประมาณเดือนที่แล้ว หญิงสาวคนนี้ (คู่กรณี) เริ่มมาซื้อทุเรียนที่ร้านของเธอ และกลายเป็นลูกค้าประจำที่มาซื้อบ่อยๆ จนสนิทสัมพันธ์กัน มีการพูดคุยเรื่องส่วนตัว เช่น การเสริมดั้งจมูกที่คู่กรณีเพิ่งทำมา เธอยังเสนอส่วนลดหากน.ส.วรนุชสนใจทำบ้าง เพราะจะช่วยรีวิวให้คลินิก จากนั้นจึงแลกไลน์ติดต่อกัน และเคยไปส่งทุเรียนให้ที่ห้องเช่าของคู่กรณีในชุมชนคลองเจริญ 1 ครั้ง พูดจาดี หน้าตาน่าประทับใจระดับหนึ่ง ทำให้เชื่อใจได้
กระทั่งวันที่ 12 กันยายน คู่กรณีแชตมาสั่งทุเรียน 8 ลูก รวมน้ำหนัก 44 กิโลกรัม ราคาสินค้า 7,040 บาท บวกค่าส่ง 500 บาท ส่งไปยังญาติที่อำเภอแม่เสรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน น.ส.วรนุชรีบแพ็กทุเรียนใส่กล่องใหญ่ 2 กล่อง และส่งไปให้ทันที แต่หลังจากนั้น คู่กรณีเริ่มบ่ายเบี่ยงเรื่องโอนเงิน อ้างว่าบัญชีถูกอายัด หรือจะให้แฟนโอนแทน จนวันที่ 14 กันยายน ก็ติดต่อไม่ได้แล้ว ไลน์อ่านแต่ไม่ตอบ เมื่อบุกไปที่ห้องเช่า ก็พบว่าห้องว่างเปล่า ไม่มีข้าวของกระจาย เจ้าของห้องเช่าก็ติดต่อไม่ได้ คาดว่าหลบหนีไปตอนกลางคืน
ความเสียหายและบทเรียนที่ได้
น.ส.วรนุช กล่าวต่อด้วยความลำบากใจว่า เธอค้นหาคู่กรณีในเฟซบุ๊ก แต่ถูกบล็อกและล็อกโปรไฟล์ไปแล้ว เธอรอโอนเงินนานหลายวัน จนต้องตัดสินใจแจ้งความ เธอเชื่อใจเพราะเป็นลูกค้าประจำที่เคยสั่งทุเรียนส่งทางไปรษณีย์มาแล้ว 3 ครั้ง แต่ละครั้งจำนวนมาก ราคา 2,000-4,000 บาท พ่อแม่เตือนแล้วว่าอย่าไว้ใจมาก แต่เธออยากรักษาลูกค้าเอาไว้ โดยเฉพาะคนที่พูดจาดี หน้าตาดีแบบนี้ ไม่คิดว่าจะ แม่ค้าแจ้งจับสาวเบี้ยวจ่ายค่าทุเรียน จนต้องมาเจอแบบนี้ เธออยากให้คู่กรณีรีบโอนเงินคืน เพราะทุนทรัพย์ลำบาก กำไรจากการขายทุเรียนกิโลละแค่ 10-20 บาทเท่านั้น ค้าขายช่วงนี้ก็ไม่ค่อยดี ต้องเอาเงินส่วนตัวมาลงทุนต่อ อยากให้เห็นใจผู้ประกอบการรายย่อยบ้าง
- บทเรียนสำคัญ: อย่าส่งสินค้าก่อนได้รับเงิน โดยเฉพาะ订单ขนาดใหญ่
- เก็บหลักฐานการแชทและรายละเอียดผู้ซื้อให้ครบถ้วน
- ตรวจสอบที่อยู่และข้อมูลผู้รับให้รอบคอบก่อนส่ง
- หากสงสัย ให้ปรึกษาคนใกล้ชิดหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เบื้องต้น ตำรวจนครบาลจะติดต่อคู่กรณีเพื่อไกล่เกลี่ย หากไม่มา จะออกหมายเรียกและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เรื่องนี้เป็นตัวอย่างชัดเจนของปัญหาการฉ้อโกงในธุรกิจออนไลน์ที่ส่งผลกระทบต่อแม่ค้าท้องถิ่น
จากประสบการณ์นี้ แนะนำให้ผู้ประกอบการค้าขายผลไม้หรือสินค้าอุปโภคบริโภคอื่นๆ ใช้ระบบชำระเงินล่วงหน้าหรือ COD เพื่อป้องกันความเสี่ยง หากคุณเคยเจอเหตุการณ์คล้ายกัน ลองแชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่าง เพื่อให้ทุกคนได้เรียนรู้และป้องกันตัวเองได้ดีขึ้น
ที่มา – แม่ค้าแจ้งจับสาวเบี้ยวจ่ายค่าทุเรียน ลั่นเห็นหน้าตาสวยไม่คิดว่าจะโกง