แม่ทัพภาคที่ 2 เผยหลังเกษียณพร้อมเล่นหนัง หากได้บท “พ่อพระเอก”

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา ที่สโมสรร่วมเริงไชย กองทัพภาคที่ 2 ค่ายสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา พลโท บุญสิน พาดกลาง ซึ่งดำรงตำแหน่ง แม่ทัพภาคที่ 2 ได้เดินทางมารับมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคจำนวนมาก จากน้ำใจของพี่น้องชาวไทย ที่ตั้งใจส่งต่อความห่วงใยและกำลังใจให้แก่ทหารชายแดน

บรรยากาศในวันนั้นเต็มไปด้วยความอบอุ่น รอยยิ้ม และเสียงปรบมือจากประชาชนที่มาร่วมให้กำลังใจ หลายคนต่างชื่นชมในความเสียสละของแม่ทัพภาคที่ 2 ซึ่งไม่ได้รับการยอมรับเฉพาะจากทางการทหารเท่านั้น แต่ยังได้รับการกล่าวถึงอย่างล้นหลามจากสื่อมวลชนและประชาชนทั่วไป

แม่ทัพภาคที่ 2 เผยหลังเกษียณพร้อมเล่นหนัง หากได้บท “พ่อพระเอก”

ในช่วงท้ายของการรับมอบสิ่งของ พลโท บุญสิน พาดกลาง ได้เผยว่าหลังเกษียณจากการรับราชการแล้ว ก็ยังคงมองโลกในแง่ดีและพร้อมเปิดใจต่อโอกาสใหม่ ๆ โดยเฉพาะในวงการภาพยนตร์ ซึ่งกลายเป็นอีกหนึ่งเสียงสะท้อนว่า “หากมีผู้ติดต่อให้ไปร่วมแสดงภาพยนตร์ ผมก็ยินดีเล่น”

“แต่จะขอรับบทเป็นพ่อพระเอกเท่านั้น”

คำพูดนี้ทำให้ผู้สื่อข่าวและผู้เข้าร่วมงานหัวเราะเบา ๆ แต่ก็สร้างความประทับใจอย่างลึกซึ้งเพราะแม่ทัพฯ ยังคงรักษามนุษย์ไว้ในตัวเองแม้จะเกษียณจากตำแหน่งสูงส่งแล้วก็ตาม ทั้งยังกล่าวเสริมด้วยรอยยิ้มว่า “หากต้องมีพระเอกจริง ๆ ผมก็พร้อม แต่ขอเลือกนางเอกเอง”

การพูดคุยในครั้งนี้นอกจากจะสะท้อนถึงบุคลิกที่เป็นกันเองของแม่ทัพภาคที่ 2 แล้ว ยังเปิดโอกาสให้แฟน ๆ มองเห็นถึงอีกด้านของผู้นำทางทหาร ที่ไม่เพียงแต่แข็งแกร่ง แต่ยังมีอารมณ์และความฝันในสิ่งที่ตนเองชื่นชอบ

จากบทสัมภาษณ์นี้ หลาย ๆ คนเริ่มจินตนาการถึงฉากที่แม่ทัพภาคที่ 2 จะปรากฏตัวในหนังสักเรื่องหนึ่ง แม้อาจเป็นแค่ความฝัน แต่ก็ถือเป็นแรงบันดาลใจให้เราทุกคนที่บางครั้งอาจจะก้าวออกจากกรอบเดิม ๆ เพื่อตามล่าฝันในสิ่งที่เรารักได้เช่นเดียวกัน

หากผลิตภัณฑ์อาชีพในวงการบันเทิงกำลังมองหาตัวละครน่าเชื่อถือ มีความน่าเคารพนับถือ พร้อมกับมีเสน่ห์เฉพาะตัว แม่ทัพภาคที่ 2 อาจเป็นตัวเลือกที่ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว

แม่ทัพภาคที่ 2 ไม่ได้เป็นเพียงแค่ผู้นำทางทหาร แต่เขายังคงความเป็นมนุษย์ไว้ในตัวเอง และพร้อมก้าวไปในเส้นทางใหม่เพื่อไล่ตามความฝันอย่างเต็มตัว

หากคุณเป็นแฟนภาพยนตร์เพอร์เซีย หรือชื่นชอบนักแสดงที่มีความรุ่งเรืองจากการใช้ชีวิตจริงมาถ่ายทอดบนหน้าจอ เราเชื่อว่าแม่ทัพภาคที่ 2 อาจกลายเป็นบุคคลสำคัญที่เข้ากับจากการสวมบทบาทเป็น “พ่อพระเอก” บนหน้าจอได้อย่างลงตัว

ในยุคที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ตัวบุคคลที่ไม่หยุดพัฒนาตนเอง รักในสิ่งที่ทำ และยังรักษาความเป็นมนุษย์ไว้ คือคุณค่าที่คุ้ยค่าที่สุดในยุคนี้ และเหมาะกับการสานต่อในโลกภาพยนตร์อย่างแท้จริง

สุดท้ายนี้ หากคุณชอบบทความนี้อย่าลืมแชร์ไปยังสังคมออนไลน์ของคุณ และติดตามข่าวสารจากเราเพื่อไม่พลาดเรื่องราวที่น่าสนใจจากบุคคลดังต่าง ๆ ที่พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้กับคุณเสมอ

ที่มา – แม่ทัพภาคที่ 2 เผยหลังเกษียณพร้อมเล่นหนัง หากได้บท “พ่อพระเอะ”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *