แม่ทัพภาคที่ 2 โต้กลับ ‘พล.ท.มาลี’ ยืนยันช่องอานม้าเป็นพื้นที่ไทย ไม่ได้ละเมิดข้อตกลงหยุดยิง

แม่ทัพภาคที่ 2 โต้กลับ ‘พล.ท.มาลี’ หลังกล่าวหาทหารไทยยึดช่องอานม้าผิดข้อตกลงหยุดยิง

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม ที่กองบัญชาการกองทัพบก (ทบ.) พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ได้ออกมาชี้แจงกรณีที่ พล.ท.มาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา แถลงข้อกล่าวหาว่าทหารไทยพร้อมอาวุธบุกยึด ช่องอานม้า ที่เป็นพื้นที่พิพาทระหว่างไทยกับกัมพูชา โดยให้คำชี้แจงว่า ทหารไทยยึด ช่องอานม้า ได้ก่อนที่จะมีมติหยุดยิง โดยระบุว่าเป็นพื้นที่ที่ไทยต้องควบคุมอยู่แล้ว และถือเป็นเส้นเขตแดนของไทย การวางกำลังทหารบริเวณนั้นจึงเป็นเรื่องปกติและอยู่ในกรอบข้อตกลง

ช่องอานม้า แห่งนี้อยู่ในความรับผิดชอบของไทยอย่างถูกต้อง

พล.ท.บุญสิน ยังเน้นย้ำว่า กรณีนี้เกิดจากการไม่เข้าใจในประวัติศาสตร์ โดยไทยมีเอกสารหลักฐานทางภูมิศาสตร์และประวัติศาสตร์ที่ชัดเจนสนับสนุนการอ้างอธิปไตยอย่างถูกต้อง และยืนยันว่าการพบทหารไทยในพื้นที่ไม่ได้เป็นการละเมิดข้อตกลง แต่เป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามปกติของการปกป้องดินแดน

กัมพูชาเคยรุกล้ำพื้นที่ช่องอานม้าด้วยการสร้างบ้านและตลาด

ขณะเดียวกันเมื่อถูกถามถึงประเด็นที่ก่อนหน้านี้กัมพูชาเคยกระทำผิด MOU 2543 โดยการสร้างชุมชน บ้านเรือน รวมถึงตลาด และอนุสาวรีย์ตาอม ในพื้นที่ ช่องอานม้า ของไทย แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า ใช่ กัมพูชาเคยละเมิดจริง แต่ขณะนี้ไทยเข้าไปควบคุม และไม่อนุญาตให้มีการตั้งชุมชนหรือก่อสร้างในบริเวณดังกล่าวอีกต่อไป พร้อมทั้งย้ำว่าการกระทำเหล่านี้ผิดข้อตกลงมานานแล้ว

การเคลียร์พื้นที่และยึด ช่องอานม้า ของไทยในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความจริงจังในการรักษาอาณาเขตของชาติ และพร้อมพูดคุยโดยสันติวิธี หากอีกฝ่ายให้ความร่วมมือตามแนวทางที่กำหนดไว้ อย่างไรก็ตามนักวิชาการทางการเมืองบางคนแสดงความเห็นว่า สถานการณ์บริเวณชายแดนอาจถูกโยงกับการเมืองภายในของแต่ละประเทศ ดังนั้นทุกฝ่ายควรให้ความสำคัญกับการเจรจาความเข้าใจ แทนการเพิ่มความตึงเครียด

การยืนยันของ พล.ท.บุญสิน ครั้งนี้ ถือเป็นการส่งสัญญาณว่าไทยยังคงยึดมั่นในข้อตกลงระหว่างประเทศ แต่ก็ไม่ยอมให้ใครรุกล้ำอธิปไตยของตนเองได้เช่นกัน สำหรับผู้ติดตามข่าวระหว่างประเทศ การรับมือของกองทัพไทยสำคัญมากกว่านี้ เพราะสะท้อนภาพรวมของความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะในประเด็นพิพาททางพรมแดนที่ยังค้างคา

ช่องอานม้า จึงเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่ทั้งสองฝ่ายต้องแสดงความโปร่งใส และให้ความเคารพซึ่งกันและกัน การโต้ตอบระดับแม่ทัพแบบที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ สะท้อนความจำเป็นในการทบทวนข้อตกลง MOU 2543 ว่าควรได้รับการทบทวนปรับปรุงใหม่ หรือยังคงเหมาะสมกับบริบทของปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม สำหรับประชาชนทั่วไป การติดตามสถานการณ์เหล่านี้ก็ควรใช้สติ และอย่าด่วนเข้าใจเพียงด้านเดียว เพราะการเมืองระหว่างประเทศนั้นซับซ้อน ข้อมูลที่ได้รับจากทั้งสองฝ่ายควรพิจารณาอย่างรอบด้าน จึงจะเห็นภาพที่ชัดเจน

ช่องอานม้า อาจเป็นเพียงจุดเล็ก ๆ ในผืนแผนที่ แต่กลับเป็นตัวแทนของความสนใจและความรับผิดชอบของทั้งสองประเทศ การใช้แนวทางทูตและการเจรจาที่สร้างสรรค์อาจเป็นทางออกที่ดีกว่า นอกจากจะสามารถรักษาสัมพันธภาพระหว่างประเทศให้ตึงเครียดน้อยลง ยังส่งผลให้เกิดผลประโยชน์ต่อประชาชนฝั่งพรมแดนด้วยเช่นกัน

หากคุณติดตามข่าวการเมืองระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิดอย่าลืมติดตามบทสรุปหรือการแถลงอย่างเป็นทางการครั้งต่อไปที่จะชี้ชัดมติของสองชาติ อย่าปล่อยให้ข่าวหลุดรอดสายตา

ที่มา – แม่ทัพภาคที่ 2 โต้ ‘พล.ท.มาลี’ หลังกล่าวหาทหารไทยยึดช่องอานม้าละเมิดข้อตกลงหยุดยิง ยืนยันเป็นพื้นที่ไทย

Tags:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *