แฮกเกอร์เจาะห้องนิรภัยดิจิทัล สูญเกือบ 1 หมื่นล้านบาท สงสัยฝีมือเกาหลีเหนือ
แฮกเกอร์เจาะห้องนิรภัยดิจิทัล สูญเกือบ 1 หมื่นล้านบาท สงสัยฝีมือเกาหลีเหนือ เป็นข่าวร้ายที่สะเทือนวงการคริปโตเคอร์เรนซีทั่วโลก เมื่อวันที่ 22 เมษายน สำนักข่าวต่างประเทศจากกรุงโซล เกาหลีใต้ รายงานเหตุการณ์ช็อกวงการ โดยเว็บไซต์ CoinDesk เผยว่า KelpDAO ซึ่งเป็นเครื่องมือการลงทุนออนไลน์ขนาดใหญ่ ถูกแฮกเกอร์บุกเจาะระบบห้องนิรภัยดิจิทัลในวันเสาร์ที่ผ่านมา
แฮกเกอร์เจาะห้องนิรภัยดิจิทัล สูญเกือบ 1 หมื่นล้านบาท สงสัยฝีมือเกาหลีเหนือ
รายละเอียดของเหตุการณ์แฮกเกอร์เจาะห้องนิรภัยดิจิทัลครั้งนี้ แฮกเกอร์สามารถเจาะเข้าไปในเซิร์ฟเวอร์บล็อกเชน 2 แห่งที่โฮสต์โดย LayerZero ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มเทคโนโลยีบล็อกเชนชั้นนำของวงการคริปโต จากนั้นก็ดูดโทเคนดิจิทัลที่เชื่อมโยงกับ Ethereum ออกไปจำนวนมหาศาล มูลค่าความเสียหายเบื้องต้นประเมินไว้ที่ 290 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 9,329 ล้านบาท ถือเป็นหนึ่งในการแฮกระบบคริปโตที่ใหญ่ที่สุดในปีนี้เลยทีเดียว
ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงไซเบอร์หลายรายชี้ว่า แฮกเกอร์เจาะห้องนิรภัยดิจิทัล สูญเกือบ 1 หมื่นล้านบาท สงสัยฝีมือเกาหลีเหนือ น่าจะมาจากกลุ่ม Lazarus Group ซึ่งเป็นกลุ่มแฮกเกอร์ที่มีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับรัฐบาลเกาหลีเหนือ ด้วยความเชี่ยวชาญและทรัพยากรที่ไม่มีใครเทียบได้ในขณะนี้ ทำให้การโจมตีระดับนี้เป็นไปได้เฉพาะกลุ่มนี้เท่านั้น
กลุ่ม Lazarus Group คือใคร?
กลุ่ม Lazarus Group เป็นชื่อที่รู้จักกันดีในวงการไซเบอร์ซีเคียวริตี้ โดยเฉพาะการโจมตีคริปโต พวกเขามีประวัติยาวนานตั้งแต่ปี 2017 คณะผู้เชี่ยวชาญของสหประชาชาติ (UN) ประมาณการว่า ตั้งแต่ปี 2560 แฮกเกอร์เกาหลีเหนือขโมยเงินดิจิทัลไปแล้วกว่า 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 96,480 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการแฮกแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโตและ DeFi
- เทคนิคที่ใช้: การโจมตีแบบ Cross-Chain Bridge โดยเจาะจุดอ่อนใน LayerZero
- เป้าหมายหลัก: โทเคน Ethereum และสินทรัพย์ดิจิทัลมูลค่าสูง
- ประวัติ: เคยแฮก Ronin Network สูญ 625 ล้านดอลลาร์
ผลกระทบจากการแฮกเกอร์เจาะห้องนิรภัยดิจิทัล
เหตุการณ์นี้ไม่เพียงทำให้ KelpDAO เสียหายหนัก แต่ยังส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในตลาดคริปโตโดยรวม ราคา Ethereum และโทเคนอื่นๆ ร่วงลงทันทีหลังเกิดเหตุ นักลงทุนหลายรายต่างตื่นตระหนก ขณะที่ LayerZero ต้องออกมาประกาศสอบสวนและชดเชยความเสียหาย
ในวงกว้าง แฮกเกอร์เจาะห้องนิรภัยดิจิทัลครั้งนี้ เตือนใจให้แพลตฟอร์ม DeFi และ DAO ต้องเสริมระบบความปลอดภัย โดยเฉพาะ Bridge Protocols ที่เป็นจุดอ่อนหลัก นอกจากนี้ ยังจุดประกายให้หน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลก เช่น SEC และหน่วยงานไทยอย่าง กลต. ต้องเข้มงวดมากขึ้น
เพื่อป้องกันในอนาคต นักลงทุนควร:
- ใช้ Hardware Wallet เก็บสินทรัพย์
- ตรวจสอบ Smart Contract ก่อนลงทุน
- กระจายพอร์ตการลงทุน ไม่ทุ่มหมดหน้าตัก
- ติดตามข่าวสารจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ
เหตุการณ์แฮกเกอร์เจาะห้องนิรภัยดิจิทัล สูญเกือบ 1 หมื่นล้านบาท สงสัยฝีมือเกาหลีเหนือ นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า โลกคริปโตยังเต็มไปด้วยความเสี่ยง แต่ด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น Zero-Knowledge Proofs และ Multi-Sig Wallets เราจะสามารถลดความเสี่ยงได้ ในฐานะนักลงทุน คุณควรอัพเดทความรู้ด้านความปลอดภัยอยู่เสมอ และอย่าลืมตรวจสอบแพลตฟอร์มก่อนใช้งาน หากสนใจข้อมูลเพิ่มเติม สมัครรับข่าวสารจากบล็อกของเราเพื่อไม่พลาดอัพเดทสำคัญ!
เครดิตภาพ: AFP
ที่มา – แฮกเกอร์เจาะห้องนิรภัยดิจิทัล สูญเกือบ 1 หมื่นล้านบาท สงสัยฝีมือเกาหลีเหนือ