“โมจตาบา” ไฟเขียวดีลสหรัฐ เผยเชื่อใจทีมที่ปรึกษา เย้ย “ทรัมป์” สิ้นหวัง
“โมจตาบา” ไฟเขียวดีลสหรัฐ เผยเชื่อใจทีมที่ปรึกษา เย้ย “ทรัมป์” สิ้นหวัง
กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทั่วโลกกำลังจับตามอง หลังจากสำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าวความเคลื่อนไหวจากกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน เกี่ยวกับท่าทีของ อยาตอลเลาะห์ โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ที่ออกมาประกาศยืนยันการอนุมัติข้อตกลงกับสหรัฐอเมริกาอย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่ทำให้ “โมจตาบา” ไฟเขียวดีลสหรัฐ ในครั้งนี้ โดยเป็นการลงนามที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 มิ.ย. ที่ผ่านมา
หากถามว่าทำไมผู้นำอิหร่านถึงตัดสินใจเช่นนั้น คำตอบที่น่าสนใจคือความเชื่อมั่นในตัวประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน โดยโมจตาบาได้ระบุว่า แม้โดยหลักการส่วนตัวอาจจะมีความคิดเห็นที่แตกต่างออกไป แต่ก็ได้ให้ความไว้วางใจในคำมั่นสัญญาของประธานาธิบดีที่จะปกป้องสิทธิของชนชาติอิหร่านและแนวร่วมฝ่ายต่อต้านอย่างเต็มกำลัง จึงทำให้เกิดการยอมรับข้อตกลงดังกล่าวขึ้น
เบื้องลึกเบื้องหลังที่ “โมจตาบา” ไฟเขียวดีลสหรัฐ
นอกจากเรื่องการเจรจาแล้ว ผู้นำสูงสุดยังเน้นย้ำว่าการปฏิบัติตามเงื่อนไขของข้อตกลงเป็นสิ่งที่ฝ่ายอิหร่านจะเฝ้ารอคอย และที่สำคัญการเจรจาในอนาคตไม่ได้หมายความว่าอิหร่านจะยอมรับในจุดยืนของฝ่ายศัตรูแต่อย่างใด เป็นเพียงก้าวสำคัญในการเดินหน้าตามแนวทางทางการเมืองเท่านั้น
ในประเด็นของโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐนั้น โมจตาบาได้แสดงทัศนะไว้อย่างดุเดือดว่า ฝ่ายทรัมป์จำเป็นต้องหันมาใช้มาตรการกดดันนานัปการด้วยความรู้สึกสิ้นหวัง เพื่อให้บรรลุผลสำเร็จในดีลนี้ ซึ่งถือเป็นท่าทีที่ตรงไปตรงมาและแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ยังคงมีความระแวงกันอยู่แม้จะมีการลงนามในข้อตกลงร่วมกันแล้วก็ตาม
- ความเชื่อมั่นในทีมที่ปรึกษาและประธานาธิบดีคือหัวใจสำคัญ
- ข้อตกลงนี้ไม่ถือเป็นการยอมรับในจุดยืนศัตรู
- อิหร่านยังคงรักษาสิทธิและอธิปไตยของตนอย่างเคร่งครัด
ท้ายที่สุดนี้ สถานการณ์ที่ “โมจตาบา” ไฟเขียวดีลสหรัฐ ถือเป็นบทพิสูจน์ครั้งใหญ่ของทั้งสองประเทศว่าจะเป็นการเริ่มต้นยุคใหม่แห่งการเจรจา หรือจะเป็นเพียงแค่พักรบชั่วคราว เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่าบทสรุปของดีลนี้จะสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างไรต่อความมั่นคงในภูมิภาคตะวันออกกลางครับ
ที่มา – “โมจตาบา” ไฟเขียวดีลสหรัฐ เผยเชื่อใจทีมที่ปรึกษา เย้ย “ทรัมป์” สิ้นหวัง