โรคฮิคิโคโมริกำลังเข้าสู่วัดแล้ว: สัญญาณที่ควรรู้

ประเด็น โรคฮิคิโคโมริกำลังเข้าสู่วัดแล้ว ได้รับความสนใจจากสังคม หลังพระราชสุทธิวัชรสุธี เจ้าอาวาสวัดสุทธิวราราม เผยภาพห้องพักที่เต็มไปด้วยขยะ พร้อมเล่าถึงพระบางรูปซึ่งมีพฤติกรรมแยกตัวออกจากสังคมอย่างรุนแรง เรื่องนี้ไม่ควรถูกมองเป็นเพียงปัญหาความสกปรกหรือการไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบเท่านั้น แต่ควรพิจารณาในมุมของสุขภาพจิต และความจำเป็นในการได้รับการดูแลจากครอบครัว วัด และผู้เชี่ยวชาญ

ฮิคิโคโมริ (Hikikomori) เป็นภาวะที่บุคคลถอนตัวออกจากสังคมเป็นเวลานาน โดยมักใช้ชีวิตอยู่แต่ในห้องหรือบ้าน ไม่เรียน ไม่ทำงาน และหลีกเลี่ยงการติดต่อกับผู้คนอย่างต่อเนื่อง โดยทั่วไปมักกล่าวถึงการแยกตัวนานเกิน 6 เดือน อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาเพียงอย่างเดียวไม่สามารถใช้วินิจฉัยได้ ผู้เชี่ยวชาญจะพิจารณาร่วมกับพฤติกรรม อารมณ์ ความสัมพันธ์ และผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันด้วย

โรคฮิคิโคโมริกำลังเข้าสู่วัดแล้ว

กรณีที่เกิดขึ้นในวัดสะท้อนว่า ภาวะฮิคิโคโมริสามารถเกิดขึ้นได้กับคนหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นวัยรุ่น นักศึกษา คนวัยทำงาน หรือผู้ที่ตัดสินใจเข้ามาใช้ชีวิตในวัด การต้องการความสงบและการปลีกวิเวกเพื่อปฏิบัติธรรมเป็นเรื่องที่แตกต่างจากการแยกตัวเพราะความทุกข์ ความกลัว หรือการไม่สามารถจัดการกับชีวิตได้ หากบุคคลหนึ่งไม่ดูแลร่างกาย ปล่อยให้ห้องพักสกปรก ไม่พูดคุยกับใคร และไม่สามารถทำกิจวัตรพื้นฐานได้ ก็ควรได้รับการประเมินอย่างจริงจัง

สังเกตสัญญาณของโรคฮิคิโคโมริกำลังเข้าสู่วัดแล้ว

การสังเกตสัญญาณตั้งแต่เนิ่น ๆ ช่วยให้ผู้ใกล้ชิดเข้าไปช่วยเหลือได้เหมาะสมมากขึ้น พฤติกรรมที่ควรใส่ใจ ได้แก่ การอยู่ในห้องเป็นเวลานานโดยไม่จำเป็น การหลีกเลี่ยงการพบปะผู้คน ไม่ออกไปทำกิจกรรม ไม่เรียนหรือไม่ทำงาน ขาดการดูแลสุขอนามัยส่วนตัว ปล่อยให้พื้นที่พักอาศัยเต็มไปด้วยสิ่งของหรือขยะ นอนกลางวันและตื่นกลางคืน ติดเกมหรือโลกออนไลน์ รวมทั้งไม่สนใจอนาคตของตนเอง

  • หลีกเลี่ยงการสนทนา แม้กับคนในครอบครัวหรือคนที่ไว้ใจ
  • มีอารมณ์เฉยชา หมดแรงจูงใจ หรือไม่สนใจกิจกรรมที่เคยชอบ
  • รู้สึกกลัว กังวล หรืออึดอัดเมื่อต้องพบผู้คน
  • มีปัญหาการนอน การกิน หรือการดูแลความสะอาด
  • อาจมีอาการซึมเศร้า วิตกกังวล หรือความคิดทำร้ายตนเองร่วมด้วย

สาเหตุของภาวะนี้ไม่ได้มีเพียงข้อเดียว บางคนอาจสะสมความเครียดจากการเรียน การทำงาน หรือความคาดหวังของครอบครัว บางคนเคยล้มเหลว ถูกตำหนิ ถูกกลั่นแกล้ง หรือมีประสบการณ์ทางสังคมที่ทำให้ไม่อยากกลับไปพบผู้คนอีก ขณะเดียวกัน ปัญหาครอบครัว ภาวะซึมเศร้า โรควิตกกังวล และการใช้เกมหรือสื่อออนไลน์มากเกินไป ก็อาจทำให้การแยกตัวรุนแรงขึ้นได้

สำหรับผู้ที่เข้ามาบวชหรือพักอาศัยในวัด การเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมและการต้องอยู่ร่วมกับหมู่คณะอาจทำให้ความเครียดเดิมแสดงออกชัดขึ้น การรักษาวินัยและเสขิยวัตรยังเป็นสิ่งสำคัญ แต่การตักเตือนเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากมีภาวะทางสุขภาพจิตร่วมด้วย วัดควรประสานญาติ ผู้ดูแล และบุคลากรด้านสุขภาพจิต เพื่อวางแผนช่วยเหลืออย่างเป็นขั้นตอน

แนวทางช่วยเหลือโดยไม่ซ้ำเติม

หัวใจสำคัญคือการสื่อสารด้วยความเมตตา ไม่กล่าวหาว่าเจ้าตัวขี้เกียจ สกปรก หรือไม่รับผิดชอบ เพราะคำพูดรุนแรงอาจทำให้รู้สึกผิดและยิ่งปิดตัวเองมากขึ้น ผู้ใกล้ชิดควรเริ่มจากการแสดงความห่วงใย รับฟังโดยไม่รีบตัดสิน และชวนพูดคุยในช่วงเวลาที่อีกฝ่ายพร้อม การชวนทำกิจกรรมเล็ก ๆ เช่น รับประทานอาหารร่วมกัน เดินเล่น ทำความสะอาดพื้นที่บางส่วน หรือพูดคุยกับคนที่ไว้ใจ สามารถเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีกว่าการบังคับให้กลับเข้าสังคมทันที

การรักษาควรเริ่มจากการพบจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยา เพื่อประเมินอาการและค้นหาสาเหตุที่เกี่ยวข้อง แนวทางที่อาจนำมาใช้ ได้แก่ การบำบัดความคิดและพฤติกรรม หรือ CBT การบำบัดที่ทำงานร่วมกับครอบครัว การฝึกทักษะทางสังคม และการกลับไปทำกิจกรรมอย่างค่อยเป็นค่อยไป หากมีภาวะซึมเศร้าหรือวิตกกังวล แพทย์อาจพิจารณาใช้ยาให้เหมาะสมกับแต่ละคน ผู้ดูแลไม่ควรซื้อยารับประทานเอง หรือหยุดยาโดยไม่ปรึกษาแพทย์

เมื่อพูดถึง โรคฮิคิโคโมริกำลังเข้าสู่วัดแล้ว สิ่งที่สังคมควรตระหนักคือ ภาวะนี้ไม่ใช่ความผิดของผู้ป่วย และไม่ควรนำภาพห้องพักหรือเรื่องส่วนตัวไปล้อเลียน การเปิดเผยข้อมูลควรคำนึงถึงศักดิ์ศรีและความเป็นส่วนตัวของเจ้าตัวด้วย หากพบคนใกล้ตัวแยกตัวอย่างต่อเนื่อง ดูแลตนเองไม่ได้ หรือมีสัญญาณเสี่ยง ควรติดต่อสถานพยาบาลหรือสายด่วนสุขภาพจิต 1323 เพื่อขอคำแนะนำ

ท้ายที่สุด โรคฮิคิโคโมริกำลังเข้าสู่วัดแล้ว เป็นสัญญาณให้ทุกฝ่ายหันมาใส่ใจสุขภาพจิตมากขึ้น ไม่ว่าจะเกิดในบ้าน โรงเรียน ที่ทำงาน หรือวัด การช่วยเหลือที่เริ่มจากความเข้าใจและความเมตตา อาจเป็นก้าวแรกที่ทำให้ผู้กำลังทุกข์กลับมามีความหวังได้ หากคนรอบข้างพบสัญญาณผิดปกติ อย่ารอให้ปัญหารุนแรงขึ้น ควรชวนกันขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญโดยเร็ว

ที่มา – ‘เจ้าอาวาสวัดสุทธิฯ’ โพสต์ภาพสุดตะลึง ‘กุฏิเต็มไปด้วยขยะ’ เผย ‘โรคฮิคิโคโมริ’ กำลังเข้าสู่วัดแล้ว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *