โรคใบด่างมันสำปะหลังระบาดแล้ว 37 จังหวัด จากพื้นที่ปลูก 55 จังหวัด

โรคใบด่างมันสำปะหลังระบาดแล้ว 37 จังหวัด จากพื้นที่ปลูก 55 จังหวัด

ปัญหาโรคใบด่างมันสำปะหลังเป็นหนึ่งในความท้าทายใหญ่ของเกษตรกรไทยในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ล่าสุดข้อมูลจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ชี้ให้เห็นว่า โรคใบด่างมันสำปะหลังได้ระบาดแล้วใน 37 จังหวัด จากพื้นที่ปลูกทั้งหมด 55 จังหวัด คิดเป็นพื้นที่กว่า 1.1 ล้านไร่ หรือประมาณ 13% ของพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังทั้งประเทศ ตัวเลขนี้สื่อให้เห็นถึงความเร่งด่วนที่ต้องใช้มาตรการบูรณาการอย่างเข้มข้น เพื่อไม่ให้ปัญหานี้ลุกลามและส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจการเกษตรของประเทศ

สาเหตุและลักษณะของโรคใบด่างมันสำปะหลัง

โรคใบด่างมันสำปะหลังเกิดจากเชื้อไวรัสที่มักแพร่กระจายผ่านเพลี้ยไฟและเพลี้ยอ่อน ซึ่งเป็นแมลงที่ดูดกินน้ำเลี้ยงจากใบมันสำปะหลัง เมื่อพืชติดเชื้อจะเริ่มแสดงอาการใบด่างสีเหลืองและสีเขียวเข้มสลับกัน ใบจะบิดเบี้ยวและค่อย ๆ เหี่ยวแห้ง ทำให้ผลผลิตลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

นอกจากนี้ โรคใบด่างยังส่งผลต่อการสะสมแป้งในหัวมันสำปะหลัง ทำให้คุณภาพหัวต่ำลง ไม่เหมาะสำหรับการแปรรูปหรือการส่งออก ซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้ของเกษตรกรโดยตรง

แนวทางการจัดการและควบคุมโรค

ในการประชุมคณะอนุกรรมการบริหารจัดการศัตรูมันสำปะหลัง ครั้งที่ 1/2568 นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เปิดเผยแนวทางการจัดการโรคใบด่างมันสำปะหลังอย่างเป็นระบบ โดยเน้นการใช้ พันธุ์มันสำปะหลังต้านทานโรค เป็นหัวใจสำคัญ

  • การพัฒนาและขยายพันธุ์ต้านทาน เช่น พันธุ์อิทธิ 1–3 ระยอง 72 เกษตรศาสตร์ 50 และห้วยบง 60 ซึ่งได้รับการพิสูจน์ว่ามีความต้านทานต่อโรคใบด่างในระดับต่าง ๆ
  • การผลิตท่อนพันธุ์สะอาด ผ่านเครือข่ายศูนย์ผลิตพันธุ์ของกรมส่งเสริมการเกษตรและกรมวิชาการเกษตร พร้อมแปลงเกษตรกรเครือข่าย ครอบคลุมพื้นที่กว่า 56,050 ไร่ ภายใน 3 ปี (พ.ศ. 2569–2571)
  • การตรวจประเมินและรับรองแปลงพันธุ์ เป้าหมายกว่า 2 ล้านไร่ พร้อมจัดทำแปลงพันธุ์สะอาดพร้อมระบบน้ำ 100,000 ไร่ เพื่อใช้เป็นฐานผลิตท่อนพันธุ์คุณภาพ
  • การผลิตท่อนพันธุ์ต้านทานและทนทาน ตั้งเป้าผลิตท่อนพันธุ์ต้านทาน 89.78 ล้านลำ และท่อนพันธุ์ทนทาน 160 ล้านลำ ภายในปี 2571

การมีส่วนร่วมของเกษตรกรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ความสำเร็จของการควบคุมโรคใบด่างมันสำปะหลังขึ้นอยู่กับความร่วมมือของหลายฝ่าย ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และเกษตรกรเอง กรมส่งเสริมการเกษตรและกรมวิชาการเกษตรจะร่วมกันดำเนินการอบรม ถ่ายทอดความรู้ จัดทำคู่มือการผลิตพันธุ์สะอาด และติดตามกำกับคุณภาพอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ เกษตรกรควรหลีกเลี่ยงการใช้ท่อนพันธุ์จากพื้นที่ที่มีการระบาด และควรเลือกใช้ท่อนพันธุ์ที่ผ่านการรับรองจากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือเท่านั้น การหมุนเวียนพืชและการควบคุมแมลงพาหะก็เป็นส่วนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

ตัวอย่างความสำเร็จในพื้นที่นำร่อง

ในหลายพื้นที่ที่เริ่มทดลองใช้พันธุ์ต้านทานและพันธุ์สะอาด พบว่าอัตราการระบาดของโรคใบด่างลดลงอย่างชัดเจน พร้อมกับผลผลิตที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 15–25% ต่อไร่ แปลงนำร่องเหล่านี้กลายเป็นต้นแบบให้เกษตรกรรายอื่น ๆ สามารถนำไปปรับใช้ได้ตามสภาพพื้นที่ของตนเอง

อนาคตของการปลูกมันสำปะหลังในยุคเศรษฐกิจพอเพียง

การจัดการโรคใบด่างมันสำปะหลังไม่ใช่แค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่เป็นการวางรากฐานสู่การเกษตรยั่งยืนตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ด้วยการผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ ทำให้เกษตรกรสามารถผลิตมันสำปะหลังได้อย่างมีคุณภาพและปลอดภัย

การใช้พันธุ์ต้านทานโรค ควบคู่กับการจัดการน้ำและดินอย่างเหมาะสม จะช่วยให้พื้นที่ปลูกมันสำปะหลังกลับมาอุดมสมบูรณ์และมีผลผลิตสูงอีกครั้ง ไม่เพียงแต่ช่วยเกษตรกรให้มีรายได้ที่มั่นคง แต่ยังส่งเสริมความมั่นคงทางอาหารและอุตสาหกรรมแปรรูปของประเทศ

ในอนาคตกาลที่โรคใบด่างมันสำปะหลังยังคงเป็นภัยคุกคาม ความร่วมมือ การวางแผนอย่างเป็นระบบ และการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพจะเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ

หากคุณเป็นเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง หรือผู้ที่สนใจในปัญหานี้ อย่ารอช้าที่จะเข้าร่วมโครงการส่งเสริมการใช้พันธุ์ต้านทานโรค สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอ หรือศูนย์วิจัยข้าวและพืชไร่อื่น ๆ ในพื้นที่ของคุณ

ที่มา – ระบาดแล้ว 37 จังหวัด จากพื้นที่ปลูก 55 จังหวัด โรคใบด่างมันสำปะหลัง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *