โรมเสนอแนะอนุทินยกยุทธศาสตร์ชายแดนไทย-กัมพูชาใหม่

เมื่อวันที่ 6 กันยายน นายรังสิมันต์ โรม ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า ได้มีการเสนอแนะต่อรัฐบาลชุดใหม่เกี่ยวกับการปรับเปลี่ยน ยุทธศาสตร์ชายแดนไทย-กัมพูชา อย่างสิ้นเชิง เนื่องจากสถานการณ์ในพื้นที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก

โรมเสนอแนะอนุทินยกยุทธศาสตร์ชายแดนไทย-กัมพูชาใหม่

ในการพูดคุยกับสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) นายโรมได้ระบุว่า ยุทธศาสตร์ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ผ่านมาไม่สามารถนำไปสู่ความมั่นคงระยะยาวได้ จึงจำเป็นต้องมีการทบทวนและออกแบบกลยุทธ์ใหม่ ทั้งในด้านการค้า เขตแดน และความร่วมมือหลากหลายภาคส่วน

“ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชานั้นเป็นความสัมพันธ์ที่ใครหนีใครไม่พ้น เราต้องหาทางร่วมกันต่อไป แต่ต้องมี框架ความมั่นคงที่ชัดเจน เช่นเดียวกับการกล่าวถึงประเด็นคอลเซ็นเตอร์ที่ยังคงเป็นปัญหาสำคัญ” นายโรมกล่าว

ยุทธศาสตร์ชายแดนไทย-กัมพูชาจำเป็นต้องเปลี่ยน

นอกจากนี้ นายโรมยังกล่าวถึงทางเลือกหลายประการที่สามารถเป็นเครื่องมือในการจัดการกับสถานการณ์ เช่น การพิจารณาใช้ศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) เป็นทางเลือกหนึ่ง เนื่องจากกัมพูชาเป็นสมาชิกของศาล ซึ่งหากพบว่ามีการกระทำผิดกฎหมายระหว่างประเทศในระดับร้ายแรง โดยเฉพาะการเป็นฐานรองรับคอลเซ็นเตอร์ที่หลอกลวงคนไทย ก็สามารถดำเนินการทางกฎหมายได้

“ประเทศไทยไม่ได้เสนอให้ยอมรับ ICC อย่างเดียว เพราะกัมพูชามันเป็นภาคีอยู่แล้ว แต่เรายืนยันว่ามีวิธีการทางกฎหมายที่สามารถนำมาใช้กับฝ่ายกัมพูชา หากพบว่ามีความผิดจริง”

  • ยุทธศาสตร์ชายแดนไทย-กัมพูชาต้องมีการเปลี่ยนแปลง
  • พิจารณาใช้ศาลอาญาระหว่างประเทศในการจัดการคดีคอลเซ็นเตอร์
  • ตรวจสอบทรัพยากรและโครงสร้างข้อมูลที่อาจเกี่ยวข้อง
  • เน้นความร่วมมือทางการค้าและการทูตอย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ นายโรมยังชี้ให้เห็นว่า ตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหมยังไม่มีความชัดเจนว่าจะตกเป็นใคร และมีความเป็นไปได้สูงว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล ว่าที่นายกรัฐมนตรี จะดูแลกระทรวงมหาดไทยในช่วงเริ่มต้น ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญในการควบคุมระบบไฟฟ้า อินเทอร์เน็ต และทรัพยากรที่อาจเกี่ยวข้องกับการสนับสนุนคอลเซ็นเตอร์

“เราต้องทำให้แน่ใจว่าไม่มีทรัพยากรใดในไทยที่ถูกนำไปใช้ประโยชน์โดยกลุ่มคอลเซ็นเตอร์ในกัมพูชา ซึ่งหากยังมีข้อมูลว่ากลุ่มนี้ยังแพร่หลายอยู่ เราต้องมีมาตรการรับมืออย่างจริงจัง”

จากการจัดการยุทธศาสตร์ที่ถูกต้อง ไทยมีโอกาสในการสร้างความมั่นคงในระยะยาวบนชายแดน และลดข้อขัดแย้งในพื้นที่ร่วมกับกัมพูชาได้ แต่ยังต้องมีความร่วมมือที่เข้มแข็งมาพร้อมกันทั้งสองฝ่าย

ทั้งนี้ ยุทธศาสตร์ชายแดนไทย-กัมพูชา จะต้องเป็นแนวทางที่มีความยืดหยุ่น และสามารถปรับตัวตามสถานการณ์เพื่อประโยชน์ของประชาชนสองฝ่ายประเทศ หากมีการบริหารจัดการอย่างมีวิสัยทัศน์ ความสัมพันธ์ของเราจะสามารถก้าวไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน

ที่มา – ‘โรม’ ฝาก ‘อนุทิน’ ยกเครื่องยุทธศาสตร์ชายแดน‘ไทย-กัมพูชา’

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *