ไตรศุลีเรียกร้องรัฐบาลเร่งช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่แนวชายแดนไทย-กัมพูชา
เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2568 น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ได้แสดงความเป็นห่วงเป็นใยต่อประชาชนตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสานตอนใต้ เช่น จังหวัดศรีสะเกษ อุบลราชธานี สุรินทร์ และบุรีรัมย์ ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดน พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลออกมาตรการเยียวยาและจัดสรรงบประมาณอย่างเร่งด่วน เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบความเดือดร้อน

ไตรศุลีเรียกร้องรัฐบาลเร่งเยียวยาประชาชนแนวชายแดน
เหตุการณ์รบกวนในพื้นที่แนวชายแดนไทย-กัมพูชาไม่เพียงส่งผลกระทบต่อความปลอดภัย แต่ยังส่งผลทางด้านเศรษฐกิจในระดับชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ประกอบการรายย่อย แม่ค้าพ่อค้าทั่วไปที่จำเป็นต้องปิดกิจการระหว่างที่ยังไม่ประกาศว่าพื้นที่ปลอดภัย รวมถึงกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่อื่นๆ ที่ต้องเข้าไปดูแลความสงบเรียบร้อยภายในศูนย์อพยพ
ไตรศุลีเน้นว่า ขณะนี้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนมากทั้งในเรื่องของรายได้ บ้านถูกทำลาย และได้รับผลกระทบทางจิตใจ แต่จนถึงขณะนี้ยังมีการช่วยเหลือจากรัฐบาลอย่างเป็นระบบหรือชัดเจนไม่มากพอ แม้แต่ผู้ประกอบการปั๊มน้ำมันที่ได้รับลูกหลงจากการยิงระเบิดที่อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งกลายเป็นข่าวระดับโลก ยังต้องเดินทางร้องขอช่วยเหลือเอง ซึ่งเป็นสัญญาณชี้ว่าระบบการเยียวยาไม่มีความพร้อมเพียงพอ
ความเร่งด่วนที่ไม่ควรถูกเพิกราษฎร
น.ส.ไตรศุลีแสดงความห่วงกังวลอย่างยิ่งว่า ประชาชนในพื้นที่แนวชายแดนอาจถูกมองข้ามหรือถูกทอดทิ้งไปจากมาตรการเยียวยาของรัฐ ทั้งที่พวกเขาคือกลุ่มคนที่อยู่แนวหน้าในการประสบกับผลกระทบโดยตรง ลงทุนและลงแรงดูแลพื้นที่ พร้อมทั้งยังต้องอยู่กับความไม่สงบ ขาดโอกาสในรายได้และที่พึ่งระยะสั้นจากภาครัฐ
มาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังเหตุการณ์
อีกหนึ่งประเด็นที่สำคัญคือ ไตรศุลีได้เสนอให้รัฐบาลกำหนดแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจในพื้นที่ชายแดนหลังเหตุการณ์คลี่คลาย เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาดำเนินชีวิตได้อย่างมั่นคงทางด้านจิตใจและเศรษฐกิจอีกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน ช่วยเหลือผู้ประสบภัย และพิจารณาเบี้ยเลี้ยงหรือเงินชดเชยตามกรณีของแต่ละบุคคล ซึ่งอาจต้องมีการจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ เพื่อประมวลข้อมูลและจัดสรรทรัพยากรให้แก่กลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรง

บทบาทของภาครัฐและหน่วยงานต้องเพิ่มขึ้น
การจัดการและเยียวยาประชาชนอพยพ จำเป็นต้องรวดเร็วและเป็นระบบ เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจลุกลามไม่แค่ทางเศรษฐกิจ แต่ยังกระทบต่อความเชื่อมั่นต่อรัฐบาล โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ควรเร่งด่วน เช่นเดียวกับคดีสำคัญทางการเมืองหรือการโยกย้ายเจ้าหน้าที่ ไตรศุลีกล่าวทิ้งท้ายว่า “ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่เราจะปล่อยให้ประชาชนต้องดิ้นรนด้วยตัวเองในยามวิกฤต รัฐต้องแสดงบทบาทในการดูแลประชาชนอย่างจริงจังและทั่วถึง”

ถึงเวลาแล้วหรือยังที่รัฐบาลจะหันมาดูแลกลุ่มประชาชนชายแดนอย่างจริงจัง และไม่ปล่อยให้พวกเขาต้องเผชิญกับวิกฤตโดยลำพัง ด้วยความเป็นห่วงในฐานะคนไทยด้วยกัน เราจึงอยากให้รัฐบาลนำเสนอนโยบายแก้ไขอย่างรวดเร็ว โปร่งใส และทั่วถึง เพื่อคืนความมั่นคงทางเศรษฐกิจและจิตใจให้แก่ผู้คนในพื้นที่
หากคุณเห็นว่าประเด็นนี้สำคัญและควรมีการติดตามมากขึ้น อย่าลืมแชร์ประเด็นนี้เพื่อกระจายเสียงให้ถึงรัฐบาลและกระทรวงที่เกี่ยวข้องต่อไป เพื่อให้พวกเขาเห็นความจำเป็นเร่งด่วนในการดำเนินการช่วยเหลือประชาชนแนวชายแดน ทั้งกลุ่มผู้ลี้ภัย ผู้ประกอบการ ตลอดจนผู้ที่อยู่กลุ่มเสี่ยงจาการช่วยดูแลทั่วทั้งชุมชน