ไทยปรับโครงสร้างสู่อุตสาหกรรมใหม่ เตรียมเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจโลก
ประเทศไทยกำลังเผชิญกับแรงกดดันจากทั้งปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ โดยเฉพาะจากมาตรการภาษีของสหรัฐที่ตั้งระดับไว้ที่ 19% ซึ่งส่งผลกระทบอย่างหนัก เนื่องจากเศรษฐกิจไทยยังคงพึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก เมื่อมีปัจจัยความไม่แน่นอนจากต่างประเทศเข้ามา ก็เป็นผลให้เราเผชิญกับความเสี่ยงมากขึ้น
ไทยปรับโครงสร้างครั้งใหญ่
เพื่อแก้ไขปัญหาหลักนี้ ประเทศไทยได้เริ่มดำเนินการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ โดยมุ่งเน้นพัฒนาเศรษฐกิจจากภายในประเทศมากขึ้น และลดการพึ่งพาตลาดต่างประเทศ ทางการไทยได้ผลักดันการสร้าง อุตสาหกรรมใหม่ เพื่อมาทดแทนอุตสาหกรรมเดิมที่มีมาอย่างยาวนาน ตามการเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคปัจจุบัน
เทียบสิงคโปร์ ต่างชาติแห่ลงทุนไทย
“ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล” กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ และประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (เฟทโก้) ได้กล่าวว่า ประเทศไทยต้องยอมรับว่าค่อนข้างมีข้อจำกัดในการสร้าง อุตสาหกรรมใหม่ ด้วยตนเอง จึงทำให้อัตราการเติบโตของ GDP ยังคงอยู่ในระดับ 2-3% เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญมองว่าไทยมีศักยภาพสูงในการพลิกโฉมเศรษฐกิจ เนื่องจากทำเลทางภูมิศาสตร์ที่ได้เปรียบและทรัพยากรที่เหมาะสม
- การสนับสนุนจากรัฐบาลไทยอย่างต่อเนื่อง
- ตลาดแรงงานที่มีคุณภาพและเหมาะกับอุตสาหกรรมหลากหลาย
- โครงสร้างพื้นฐานที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
ดร.กอบศักดิ์ ยังระบุว่าในอดีต ไทยมักจะส่งออกไปยังประเทศหลัก 3 แห่ง ได้แก่ สหรัฐ อียู และญี่ปุ่น หรือที่เรียกอีกอย่างว่า G3 แต่ในอีก 10 ปีข้างหน้า ตลาดหลักของโลกจะเปลี่ยนไปเป็น 4 ประเทศ ได้แก่ จีน สหรัฐ อินเดีย และอาเซียน ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ใกล้ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
นี่คือข่าวดีสำหรับประเทศไทย เพราะการที่มีประเทศศักยภาพสูงเหล่านี้ล้อมรอบ เราจะทำให้ไทยกลายเป็นพื้นที่ที่ต่างประเทศให้ความสนใจมาลงทุนมากขึ้น ซึ่งทำให้วงการธุรกิจมั่นใจว่า “ไทยจะสร้างเศรษฐกิจใหม่ได้อีกครั้ง”
จากการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจของโลกที่เปลี่ยนไป ทำให้ประเทศไทยได้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมกับการเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจในอนาคต
อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของการปรับโครงสร้างทั้งระบบจะต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนให้มีประสิทธิภาพ และโอกาสในการเติบโตครั้งใหม่ของประเทศไทย ยังคงเปิดกว้างอยู่เสมอ
ที่มา – ข่าวดี! ไทยกำลังปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ สู่อุตสาหกรรมใหม่ เป็นศูนย์กลางในอนาคต