ไปต่อไม่รอแล้ว! ‘มาริษ’ ลั่นไทยลุยเก็บกู้ทุ่นระเบิดเอง หลัง’ กัมพูชา’ ปัดร่วมมือแก้ปัญหา
เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม เวลา 12.00 น. นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมด้วยคณะผู้แทนจากกระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม รวมถึงกองทัพบก และคณะทูตต่างประเทศ นักข่าวทั้งไทยและต่างประเทศ ได้เดินทางไปยังโรงเรียนภูมิซรอลวิทยา ตำบลเสาธงชัย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อรับฟังบรรยายสถานการณ์ปัญหาทุ่นระเบิดตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา
ไปต่อไม่รอแล้ว! ‘มาริษ’ ลั่นไทยลุยเก็บกู้ทุ่นระเบิดเอง หลัง’ กัมพูชา’ ปัดร่วมมือแก้ปัญหา
นายมาริษได้กล่าวว่า การเดินทางครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้คณะทูต องค์กรระหว่างประเทศ และสื่อมวลชนได้เข้าใจสถานการณ์จริงของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากทุ่นระเบิดที่หลงเหลืออยู่จากสงครามในอดีต ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ชายแดนมาหลายสิบปี
พิษภัยของทุ่นระเบิดส่งผลยาวนาน
ที่พื้นที่โรงเรียนภูมิซรอลวิทยา นายมาริษได้พูดคุยกับชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบ 6 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้พิการจากทุ่นระเบิดและต้องใช้ขาเทียมมาตลอดชีวิต มีรายที่ได้รับอุบัติเหตุจากทุ่นตั้งแต่ 30 ปีก่อน ทั้งนี้ การลงพื้นที่ทำให้คณะทูตได้เห็นภาพความเสียหายอย่างชัดเจนว่า ทุ่นระเบิดเหล่านี้เป็นการละเมิดต่อบูรณภาพของดินแดนไทย และละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ
- ประชาชนได้รับผลกระทบมากกว่า 780,000 คน
- พบจรวด BM-21 และกระสุนปืนใหญ่ 58 นัด
- ครอบคลุมใน 45 พื้นที่
- ยังมีจุดที่ยังไม่ปลอดภัยอีก 10 แห่ง
รัฐมนตรีต่างประเทศกล่าวว่า ไทยมีความตั้งใจที่จะดำเนินการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเอง ทั้งที่เป็นระเบิดเก่าหรือใหม่ เพราะถือว่าสิ่งเหล่านี้เป็นการละเมิดข้อตกลงตามอนุสัญญาออตตาวา ทั้งในด้านมนุษยธรรมและกฎหมายระหว่างประเทศ
ความตั้งใจของไทยต่อปัญหาทุ่นระเบิด
แม้กัมพูชาจะยังไม่แสดงท่าทีร่วมมืออย่างแท้จริง แต่นายมาริษยืนยันว่าทางรัฐบาลไทยจะไม่รอช้า และจะจัดตั้งหน่วยเฉพาะทางอย่างทีเอ็มเอซี (TMAC) เพื่อรับมือปัญหานี้ พร้อมทั้งเน้นซ้ำว่า ประเทศไทยจะเดินหน้าเก็บกู้ทุ่นระเบิดอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ยังมีการขอความร่วมมือจากสมาชิกในอนุสัญญาออตตาวาในการกดดันให้กัมพูชามาร่วมมือ เพราะหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่แสดงความจริงใจ ปัญหาก็จะยังคงค้างคาและอาจกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ตลอดไป
หลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งการโจมตีจากกัมพูชา และการตอบโต้อย่างจำเป็น มีผู้เสียชีวิตจากฝ่ายพลเรือน 8 ราย และบาดเจ็บ 19 ราย รวมถึงสัตว์เลี้ยงของประชาชนตายจำนวนมาก การยุติข่าวลือ และการเผยแพร่ข้อมูลที่ตรงต่อความเป็นจริงจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นในขั้นตอนนี้
แนวทางในอนาคต
ในอนาคต รัฐบาลจะยังคงเดินหน้ายุติการใช้ทุ่นระเบิด และสร้างความร่วมมือในระดับนานาชาติ เพื่อให้พื้นที่ชายแดนกลับคืนความปลอดภัยให้กับประชาชน และเป็นการเปิดทางให้ทุกภาคส่วนได้ดำเนินชีวิตอย่างมั่นคงอีกครั้ง
ด้วยความตั้งใจที่แน่วแน่ ไม่ว่าจะต้องใช้เวลานานแค่ไหน ประเทศไทยจะไม่ยอมถอย ไม่ยอมให้ความอุตสาห์ยังคงก่อให้เกิดความสูญเสียแก่ประชาชนต่อไป
ที่มา – ไปต่อไม่รอแล้ว! ‘มาริษ’ ลั่นไทยลุยเก็บกู้ทุ่นระเบิดเอง หลัง’ กัมพูชา’ ปัดร่วมมือแก้ปัญหา