‘ไอติม’ ดักทาง กกต. สั่งไม่ฟ้องนักการเมืองคดีฮั้ว สว.
‘ไอติม’ ดักทาง กกต. สั่งไม่ฟ้องนักการเมืองคดีฮั้ว สว.
กลายเป็นประเด็นร้อนแรงที่สังคมกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด สำหรับความเคลื่อนไหวของ ‘ไอติม’ พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่ออกมาเปิดโปงข้อมูลชุดใหม่ในประเด็น ‘ไอติม’ ดักทาง กกต. สั่งไม่ฟ้องนักการเมืองคดีฮั้ว สว. โดยพุ่งเป้าไปที่การทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก่อนจะมีมติชี้ขาดในวันที่ 14 ก.ย. นี้ ว่าจะดำเนินการสั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาในคดีทุจริตการเลือกสมาชิกวุฒิสภาหรือไม่
นายพริษฐ์ได้ตั้งคำถามถึงมาตรฐานการพิจารณาของ กกต. ว่าเหตุใดจึงดูเหมือนพยายามหาทางลงเพื่อไม่ให้มีการสั่งฟ้องนักการเมืองที่เกี่ยวข้องกว่า 229 คน โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีความเชื่อมโยงกับพรรคการเมืองใหญ่ ทั้งนี้ การออกมาของ ‘ไอติม’ ดักทาง กกต. สั่งไม่ฟ้องนักการเมืองคดีฮั้ว สว. ถือเป็นการกดดันให้หน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา เพราะหลักฐานที่มีอยู่นั้นไม่ใช่เพียงแค่ข่าวลือ แต่เป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่เชื่อมโยงถึงขบวนการทุจริตได้อย่างเป็นระบบ
แฉหลักฐานเด็ด: 40 สว. รวมตัวที่โรงแรมพูลแมน
นอกจากนี้ นายพริษฐ์ยังได้เผยข้อมูลที่น่าตกใจเกี่ยวกับพิกัดโทรศัพท์ของบุคคลกลุ่มหนึ่ง โดยพบว่ามี สว. จำนวนถึง 40 คน ปรากฏสัญญาณโทรศัพท์อยู่ในบริเวณโรงแรมพูลแมน เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2567 ที่ผ่านมา ซึ่งบุคคลกลุ่มนี้ล้วนอยู่ในรายชื่อผู้ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริต ข้อมูลเชิงลึกนี้แสดงให้เห็นว่ากระบวนการเลือก สว. ที่ผ่านมามีความผิดปกติอย่างมีนัยสำคัญ
- พบการรวมตัวของ สว. และนักการเมืองที่โรงแรมพูลแมน
- มีหลักฐานเส้นทางการเงินและโพยใบสั่งที่ชัดเจน
- ความเชื่อมโยงระหว่างผู้สมัคร สว. กับเครือข่ายนักการเมืองในพื้นที่
ด้าน น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ สส. พรรคประชาชน ยังได้เสริมข้อมูลกรณีเครือข่าย สว. ในจังหวัดอุทัยธานีที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับรัฐมนตรี ทั้งเรื่องประวัติการโทรศัพท์ การทำงานร่วมกันในอดีต รวมถึงคำยืนยันจากพยานว่ามีการแจกเงินสดเพื่อจูงใจให้ลงคะแนนตามโพยที่เตรียมไว้ โดยมีข้อเสนอผลตอบแทนที่สูงขึ้นหากสามารถส่งคนเข้าไปเป็น สว. ได้ตามเป้าหมาย
ในมุมมองของภาคประชาชน การตรวจสอบเรื่องนี้ไม่ควรจบลงด้วยการ ‘มวยล้มต้มคนดู’ เพราะความศรัทธาในระบอบประชาธิปไตยขึ้นอยู่กับความโปร่งใสของกระบวนการเลือกตั้ง หาก กกต. ไม่สามารถชี้แจงหลักฐานเหล่านี้ได้อย่างชัดเจน ก็ยากที่จะปฏิเสธคำครหาว่ามีส่วนช่วยพยุงขบวนการฮั้ว สว. ในครั้งนี้ เราคงต้องร่วมกันติดตามอย่างใกล้ชิดว่า ในวันที่ 14 กันยายนที่จะถึงนี้ กกต. จะตัดสินใจเดินหน้าตามกระบวนการยุติธรรม หรือจะเลือกทางที่ทำให้ประชาชนต้องตั้งคำถามต่อมาตรฐานขององค์กรอิสระอีกครั้ง



