กนง.คงดอกเบี้ย 1% ดันจีดีพีปี 69 โต 2.4%

คณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% ต่อปี หลังประเมินว่าเศรษฐกิจไทยยังอยู่ในช่วงฟื้นตัว แม้การขยายตัวโดยรวมจะยังต่ำกว่าศักยภาพและผลประโยชน์จากการเติบโตยังกระจุกตัวอยู่ในบางธุรกิจ การตัดสินใจครั้งนี้สะท้อนว่า กนง. ต้องการรักษาสมดุลระหว่างการสนับสนุนเศรษฐกิจและการดูแลเสถียรภาพทางการเงิน

ประเด็นสำคัญจากการประชุมครั้งล่าสุดคือ กนง.คงดอกเบี้ย 1% ดันจีดีพีปี 69 โต 2.4% โดยเศรษฐกิจได้รับแรงส่งจากการส่งออก การลงทุน และวัฏจักรเทคโนโลยี โดยเฉพาะการนำปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาใช้ในภาคธุรกิจ อย่างไรก็ตาม การเติบโตดังกล่าวยังไม่ได้กระจายไปยังทุกภาคส่วนอย่างทั่วถึง ผู้ประกอบการและแรงงานที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและบริการสมัยใหม่จึงได้รับประโยชน์มากกว่ากลุ่มอื่น

กนง.คงดอกเบี้ย 1% ดันจีดีพีปี 69 โต 2.4%

ธนาคารแห่งประเทศไทยประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2569 จะขยายตัว 2.4% เพิ่มขึ้นจากประมาณการเดิมที่ 2.3% ส่วนปี 2570 คาดว่าจะเติบโต 2.1% จากเดิมที่ประเมินไว้ 1.8% ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการส่งออกและการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี รวมถึงการลงทุนในระบบ AI ซึ่งกำลังมีบทบาทต่อการเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนของภาคธุรกิจ

แม้ตัวเลขจีดีพีมีแนวโน้มดีขึ้น แต่ภาพรวมเศรษฐกิจยังเผชิญข้อจำกัดหลายด้าน การบริโภคภาคเอกชนถูกกดดันจากหนี้ครัวเรือนระดับสูง รายได้ของประชาชนบางกลุ่มยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ และค่าครองชีพยังเป็นภาระ โดยเฉพาะครัวเรือนรายได้น้อย นอกจากนี้ ตลาดแรงงานและกำลังซื้อยังมีความเปราะบาง จึงทำให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไม่สามารถกระจายตัวได้อย่างรวดเร็ว

มุมมองจาก กนง.คงดอกเบี้ย 1% ดันจีดีพีปี 69 โต 2.4%

การคงดอกเบี้ยที่ระดับ 1.00% ต่อปี ถือเป็นระดับที่ กนง. มองว่าเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพราะยังช่วยลดภาระต้นทุนทางการเงินของภาคธุรกิจและประชาชน ขณะเดียวกันก็ยังเปิดพื้นที่ให้ติดตามความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อและเสถียรภาพระบบการเงินอย่างใกล้ชิด นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายจึงต้องทำงานควบคู่กับมาตรการช่วยเหลือเฉพาะกลุ่ม เพื่อให้ความช่วยเหลือไปถึงผู้ที่ได้รับผลกระทบจริง

  • เศรษฐกิจปี 2569: คาดว่าจะขยายตัว 2.4% จากแรงส่งของการส่งออก การลงทุน และเทคโนโลยี AI
  • เศรษฐกิจปี 2570: คาดว่าจะเติบโต 2.1% แม้ยังมีปัญหาเชิงโครงสร้างและกำลังซื้อที่อ่อนแอ
  • อัตราเงินเฟ้อ: คาดเฉลี่ย 2.1% ในปี 2569 และ 1.3% ในปี 2570
  • สินเชื่อ SMEs: ยังคงหดตัวในหลายสาขา เนื่องจากสถาบันการเงินระมัดระวังการปล่อยกู้

เงินเฟ้อและความเสี่ยงที่ต้องจับตา

กนง. ประเมินว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีโอกาสปรับสูงขึ้นชั่วคราวตั้งแต่ช่วงที่เหลือของปีนี้จนถึงต้นปีหน้า สาเหตุสำคัญมาจากราคาพลังงาน ต้นทุนการผลิต และผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ก่อนจะชะลอตัวลงตามผลของฐานราคาและอุปสงค์ภายในประเทศที่ยังอ่อนแอ ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานคาดว่าจะอยู่ที่ 1.2% ในปี 2569 และ 1.3% ในปี 2570

นอกจากปัจจัยในประเทศแล้ว ยังต้องติดตามความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันในตลาดโลก และข้อจำกัดของมาตรการพยุงราคาพลังงาน หากต้นทุนเหล่านี้ถูกส่งต่อไปยังราคาสินค้าและบริการมากขึ้น ก็อาจทำให้เงินเฟ้อสูงกว่าที่ประเมินไว้ได้ รวมถึงอาจกระทบความเชื่อมั่นและกำลังซื้อของประชาชน

SMEs และครัวเรือนยังต้องการความช่วยเหลือ

แม้สินเชื่อรวมจะขยายตัว แต่การเติบโตส่วนใหญ่มาจากสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ที่นำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน เสริมสภาพคล่อง และรองรับการลงทุนระลอกใหม่ ในทางตรงกันข้าม สินเชื่อ SMEs ยังคงหดตัวต่อเนื่องเกือบทุกสาขา เนื่องจากผู้ประกอบการจำนวนมากเผชิญต้นทุนสูง การแข่งขันรุนแรง และความสามารถในการชำระหนี้ที่ยังไม่แข็งแรงเพียงพอ

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ต้องติดตามคุณภาพสินเชื่อของ SMEs และครัวเรือนกลุ่มเปราะบางเป็นพิเศษ เพราะแม้อัตราดอกเบี้ยนโยบายจะอยู่ในระดับต่ำ แต่ผู้กู้บางกลุ่มอาจยังเข้าถึงสินเชื่อได้ยาก สถาบันการเงินจึงควรพิจารณามาตรการที่เหมาะสมและยืดหยุ่น ขณะที่ภาครัฐควรเร่งแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และช่วยให้ธุรกิจรายเล็กปรับตัวเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัลได้มากขึ้น

ผลต่อประชาชนและภาคธุรกิจ

สำหรับประชาชน การคงดอกเบี้ยช่วยลดแรงกดดันจากต้นทุนกู้ยืมและช่วยให้ผู้มีภาระหนี้สามารถวางแผนการเงินได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของเศรษฐกิจยังไม่ควรสะท้อนผ่านตัวเลขจีดีพีเพียงอย่างเดียว แต่ควรดูรายได้จริง การจ้างงาน และกำลังซื้อของครัวเรือนควบคู่กันไป ส่วนภาคธุรกิจควรใช้ช่วงเวลาที่ต้นทุนทางการเงินยังไม่สูงมากในการปรับปรุงประสิทธิภาพ ลงทุนในเทคโนโลยี และพัฒนาทักษะแรงงาน

โดยสรุป กนง.คงดอกเบี้ย 1% ดันจีดีพีปี 69 โต 2.4% เป็นสัญญาณว่าเศรษฐกิจไทยมีแรงส่งใหม่จากเทคโนโลยีและ AI แต่การเติบโตยังต้องอาศัยการกระจายประโยชน์ไปยัง SMEs แรงงาน และครัวเรือนรายได้น้อยมากขึ้น หากทุกฝ่ายเร่งปรับตัวและใช้นโยบายอย่างตรงจุด เศรษฐกิจไทยก็มีโอกาสฟื้นตัวได้มั่นคงกว่าเดิม ผู้ประกอบการควรติดตามทิศทางดอกเบี้ย เงินเฟ้อ และต้นทุนพลังงานอย่างใกล้ชิด พร้อมวางแผนธุรกิจเชิงรุกตั้งแต่วันนี้

ที่มา – กนง.เสียงเอกฉันท์คงดอกเบี้ย 1% ปรับจีดีพีปี 69 โตพุ่ง 2.4% รับแรงส่งเอไอ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *